ข่าว

พระเกษมคลิป2ว่อนเน็ตพศ.ชี้สึกได้

พระเกษมคลิป2ว่อนเน็ตพศ.ชี้สึกได้

25 ก.ย. 2554

พระเกษมไม่หยุด ออกคลิป 2 ท้าสรยุทธ์เจาะข่าว-ยกขาพาดก้านคอพระ ด้านพศ.หนักใจ รอผลสอบเจ้าคณะจังหวัด หวั่นภาพโชว์ทั่วโลก กระทบเมืองพุทธ ถกความผิดเข้าข่าย"โลกวัชชะ"ทำให้โลกติเตียน โทษขึ้นอยู่กับเจ้าคณะปกครอง แต่สามารถสั่งสึกได้

             จากกรณีพระเกษม อาจิณณสีโล อายุ 51 ปี เจ้าสำนักสงฆ์สามแยก บ้านห้วยยางทอง ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งยังโพสต์ลงยูทูป และไม่ยอมปฏิบัติตามมติคณะสงฆ์จ.เพชรบูรณ์ ที่ให้พระเกษม ออกจากพื้นที่นั่น ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 25 ก.ย. พระเกษม ได้โพสต์คลิปล่าสุดความยาวประมาณ 20 นาที ท้าทายนายสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา ให้มาเจาะข่าวเด่นที่สำนักสงฆ์

             เนื้อหาภายในคลิปดังกล่าว พระเกษมกล่าวท้าทายว่า "ถ้าแน่จริง ให้มาเจาะข่าวที่สำนักสงฆ์ เรื่องของเรามันไม่เด่นหรืออย่างไร สื่อมวลชน จะต้องทำการเปิดเผยทุกเรื่อง เป็นอย่างนี้ก็ไม่เปิดเผย คนที่จะชอบเรา หรือไม่ชอบเราจะได้เบ็ดเสร็จ พร้อมกับมีการแสดงท่าทางที่ไม่เหมาะสม โดยนำเท้ายกไปพาดก้านคอของพระรูปหนึ่ง โดยระบุว่า หากเราไม่ชอบพระรูปไหนเราก็จะทำแบบนี้ เราก็เหวี่ยงเท้าแบบนี้ เปรี้ยงกานคออย่างนี้ ผู้เห็นคิดว่าเราต้องอาบัติอะไร มาสิมาตรวจสอบ เราไม่รู้ว่าต้องอาบัติอะไร ถ้าลูกศิษย์ทำผิดแล้วไม่รู้ว่าผิดอะไร เราก็จะเอาตีนยกขึ้นไปปิดหน้าเอาไว้ เอาฝ่าเท้าไปปิดที่ดวงตา ถ้ายังทำผิดอีกกูก็จะไม่แค่เอาแค่ปิด การยกขาไม่รู้ว่าถูกหรือผิด แต่เราอยากทำ รับรองไม่มีเงินฝาก ไม่มีเมีย ไม่มีคู่ขา ไม่มีกิ๊ก หากตัวข้าพเจ้าเป็นบุคคลที่หมาไม่แดกจริง ชาวโลกจะได้เลิกเคารพ หากข้าพเจ้าโรคจิตจริง จะได้ให้หมอมารักษา"

                 นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า ตนได้รับรายงานถึงคลิปดังกล่าวแล้ว ซึ่งยอมรับว่าหนักใจกับเรื่องนี้มาก เพราะเว็บยูทูป เผยแพร่ไปทั่วโลก จะกระทบต่อภาพลักษณ์พระสงฆ์ไทย และภาพลักษณ์ของพระพุทธศาสนา ส่วนการดำเนินการกับพระเกษมนั้น ขณะนี้คงต้องรอผลการประชุมของ พระวิสุทธินายก เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ ฝ่ายธรรมยุต ทั้งนี้ตนจะรอผลจนถึงวันที่ 26 ก.ย.  หากไม่มีความคืบหน้า พศ.คงจะต้องรายงานสมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต เพื่อดำเนินการจัดการอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะเกิดผลกระทบต่อจิตใจชาวพุทธมากกว่านี้ โดยการเอาผิดมีการหารือกันในหมู่สงฆ์ ระบุว่า แสดงอาการของพระเกษม เข้าข่าย การแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสม หรือโลกวัชชะ แปลว่า โลกติเตียน ซึ่งการกระทำของพระเกษม เป็นโลกวัชชะ คือ ทำให้คนติเตียนโลกติเตียน

                “ความผิดเรื่องนี้ไม่มีระบุแน่ชัด แต่ขึ้นอยู่กับเจ้าคณะปกครองจะตัดสินอย่างไร เคยมีกรณีพระฉันท์อาหารเย็น ทำให้เกิดความเสื่อมเสียและเกิดเสียงติเตียนจากพุทธศาสนิกชน เจ้าคณะปกครอง ลงโทษถึงขั้นให้ สึก ออกจากการเป็นพระสงฆ์ ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีทางกฎหมาย เห็นจะมีเพียงเรื่อง การบุกรุกป่า ซึ่งขณะนี้พศ.กำลังรอคำตอบที่ชัดเจนจากกรมป่าไม้ ถ้ามีความผิดจริงถือเป็นคดีอาญา ก็สามารถดำเนินการทางกฏหมายได้ทันที”ผอ.พศ.กล่าว

                 นายนพรัตน์ กล่าวอีกว่า ส่วนการสอบถามไปยังวัดต้นสังกัดที่จังหวัดอุดรธานีนั้น ขณะนี้ทางวัดยืนยันมาแล้วว่า ไม่รับพระเกษมกลับวัด และพระอุปัชฌาย์ ก็ได้มรณภาพไปแล้ว คนที่สามารถดำเนินการได้ คือ เจ้าคณะจังหวัด ในขณะเดียวกันทางวัดต้นสังกัด ก็มอบให้เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ดำเนินการกับพระเกษม เพราะเรื่องเกิดในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องดังกล่าว แต่คงต้องให้เวลา เจ้าคณะปกครองทำงานกันก่อน แต่ถ้าผลออกมาไม่ดำเนินการอะไรเลย พศ.คงจะต้องดำเนินการเอง โดยอาศัยอำนาจของรักษาการเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุตดำเนินการ

 

คณะสงฆ์เตรียมประชุมยุติปัญหาพระเกษม

                นายซินเฮง โพธิศรี ผู้ใหญ่บ้านดงค้อ ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ บอกว่า พฤติกรรมของพระเกษม ชาวบ้านเห็นมานานจนชิน  ส่วนใหญ่ไม่ยอมรับกับพฤติกรรมของพระเกษม ซึ่งแตกต่างจากพระสงฆ์ทั่วไป โดยเฉพาะการห้ามกราบไหว้พระพุทธรูป รวมทั้งมีพฤติกรรมทุบทำลายพระพุทธรูป ถือเป็นการเปลี่ยนแนวคำสอนแหวกแนวมากเกินไปจนหลายคนไม่ยอมรับ  พระผู้ใหญ่หลายคนเอือมระอากับพฤติกรรมหลุดโลก ส่วนการจะเอาผิดนั้นคงเป็นเรื่องยาก 

    " ข้อสงสัยตรงที่ยังมีลูกศิษย์มากราบไหว้ คิดว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์ภายในที่พักสงฆ์  เพราะถึงแม้พระเกษมจะบอกว่าไม่รับเงิน  แต่ก็มีตู้รับบริจาคตั้งอยู่หลายจุด  ส่วนคนที่เข้าไปในวัดก็ต้องปฏิบัติตามข้อห้ามอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนก็จะโดนด่า และขว้างสิ่งของใส่”  ผู้ใหญ่บ้านดงค้อกล่าว      

             ด้านนายวิโรจน์  ไผ่ย้อย  รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ทางคณะสงฆ์ที่รับผิดชอบ  เตรียมประชุมในวันจันทร์ที่ 26 ก.ย.เพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น  เพราะถือว่าพระเกษมไม่ได้เกรงกลัว แถมยังเผยแพร่คลิปอย่างต่อเนื่อง  จนทำให้หลายฝ่ายรู้สึกระอากับพฤติกรรม ส่วนการดำเนินการกับพระเกษมนั้น ต้องรอมติจากคณะสงฆ์  จากนั้นเมื่อได้รับมอบหมายให้ดำเนินการทางเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจึงจะปฏิบัติตามได้

             ส่วนนายกองเอก  วิลาศ  รุจิวัฒนพงศ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์  กล่าวว่า กรณีคลิปล่าสุดที่ปรากฎในยูทูปของพระเกษม ได้แสดงกิริยา ท่าทาง และมีคำพูดท้าทายให้ผู้สื่อข่าวมาตรวจสอบถึงที่พักสงฆ์นั้นถือเป็นกิริยาและการกระทำที่ไม่เหมาะสม  สร้างความเสื่อมเสียให้กับตัวเอง  สร้างความเข้าใจผิดและเสื่อมเสียต่อพุทธศาสนิกชน 

             ส่วนความคืบหน้าในการปรามพระเกษม  ได้สั่งการพร้อมกับประสานไปทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสำนักงานสถิติจังหวัด ทำหนังสือแจ้งประสานไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อให้ตรวจสอบความเหมาะสมของคลิปวิดีโอทั้งหมด  พร้อมทำหนังสือให้ดำเนินการปิดคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทั้งหมดอย่างเร่งด่วน

             ผวจ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า สำนักงานป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ในที่พักสงฆ์  และตรวจสอบหนังสือการเข้าร่วมโครงการการใช้พื้นที่โดยละเอียดว่าทำผิดข้อตกลงในเรื่องใดบ้าง  เบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีการกระทำผิดชัดเจนในเรื่องการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวร  นอกจากนี้ทางสำนักงานป่าไม้ได้ทำหนังสือให้พระเกษมหยุดการก่อสร้างอาคารสถานที่สิ่งปลูกสร้างทุกอย่างไว้แล้วโดยจะส่งจดหมายให้รับทราบในวันจันทร์นี้  

“ล่าสุดทราบว่าทางสำนักพระพุทธศาสนากำลังรอหนังสือยืนยันจากเจ้าคณะจังหวัด ให้ขับหลวงพ่อเกษมออกนอกพื้นที่  คาดว่าจะมีการประชุมเรื่องการดำเนินการที่ชัดเจนในวันจันทร์นี้    ส่วนประชาชนขอให้ใจเย็น การดำเนินงานต้องทำอย่างรอบคอบ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน”  นายกองเอกล่าว

                  ด้านประชาชนชาว จ.เพชรบูรณ์รายหนึ่ง กล่าวว่า รู้สึกไม่พอใจเจ้าคณะจังหวัดที่ทำตัวนิ่งเฉยกับกรณีของเรื่องพระเกษม เพราะถือเป็นสิ่งที่ทำให้จังหวัดเพชรบูรณ์เสียชื่อเสียงอย่างมาก ทั้งที่เหตุการณ์เกิดขึ้นมานานนับสัปดาห์แล้ว แต่กลับไม่มีความคืบหน้าอะไร ดังนั้นในเร็วๆ นี้ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งจะขอพบเจ้าคณะจังหวัดเพื่อสอบถามความคืบหน้า หากไม่มีการดำเนินการอะไรชัดเจนก็จะขับไล่เจ้าคณะจังหวัดแทน
 
                 "บ้านเมืองนี้ไปกันใหญ่แล้ว พระสงฆ์องค์เจ้าเปลี่ยนไปหมดแล้ว ทั้งที่กิจสงฆ์และผู้ดูแลการปฏิบัติกิจของสงฆ์ฝ่ายธรรมยุธ เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าคณะจังหวัดที่จะต้องมีความรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเหตุการณ์แบบนี้มีความจำเป็นที่จะต้องเคลื่อนไหวเพื่อให้เผยความจริง โดยเร็วๆนี้จะพากันไปสอบถาม หากไม่มีคำตอบก็จะขับไล่เจ้าคณะจังหวัดให้ออกจากหน้าที่ตำแหน่งแทนที่จะไปขับพระเกษม เพราะเจ้าคณะจังหวัดขาดการรับผิดชอบและเพิกเฉย "ประชาชน จ.เพชรบูรณ์กล่าว