ข่าว

พระธาตุดอยกองมูแม่ฮ่องสอนทรุดเอียง

พระธาตุดอยกองมูแม่ฮ่องสอนทรุดเอียง

25 ก.ย. 2554

พระธาตุดอยกองมู สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอน ทรุดเอียงสาเหตุจากแผ่นดินไหว -ฝนตกหนัก หนุ่มใหญ่บางระกำพ่ายเรือผ่าน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตรกลับบ้านกลายเป็นศพ คาดพลัดตกน้ำช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

           เมื่อวันที่ 25 ก.ย.พระครูสังฆรักษ์ทองสุข ศรัทธาธิโก รองเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยกองมู  อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน  เปิดเผยว่า  เจดีย์องค์เล็กที่ตั้งอยู่เคียงข้างองค์ใหญ่ของพระธาตุดอยกองมู ทรุดเอียงไปประมาณ 20 % ส่วนเจดีย์ขนาดเล็กที่ตั้งเป็นแถวรั้วรอบเจดีย์องค์ใหญ่และองค์เล็กอีกทอดทรุดเอียงไปประมาณ 40 % โดยเจดีย์องค์เล็กที่ทรุดลงมีอายุกว่า 140 ปี ข้างในบรรจุพระโมคคัลลาเป็นที่นิยมสักการะของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

              ส่วนสาเหตุที่พระธาตุองค์เล็กเกิดการทรุดเอียงสาเหตุ คือ 1. องค์เจดีย์ไม่ฐานรองรับองค์พระธาตุในการก่อสร้างเมื่อสมัยก่อน 2.เกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนกรกฏาคม และต้นเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา และ 3. เกิดจากผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศพม่าและเกิดแผ่นไหวที่เกิดขึ้นที่ตำบลผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ขณะนี้คณะกรรมการวัด ฯ และเจ้าหน้าที่โบราญสถานอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ได้เข้ามาสำรวจเพื่อเก็บข้อมูลรายงานให้เจ้าคณะจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทราบ เพือดำเนินการบูรณะซ่อมแซมแล้วต่อไป

               สำหรับองค์พระธาตุ ที่เกิดการทรุดเอียง เป็นองค์พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่บนยอดดอยสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,500 ฟุต พระธาตุเจดีย์อยู่ 2 องค์ตั้งอยู่เคียงคู่กัน โดยเจดีย์องค์ใหญ่ตั้งตรง ส่วนองค์พระธาตุองค์เล็กพบว่าทรุดเอียงไปประมาณ 20 % ไปทางด้านขวาสามาถมองด้วนสายตาเปล่าอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังพบว่าบริเวณรอบเจดีย์ทั้งสององค์พระธาตูทรุดเอียงไปประมาณ 40 % เกิดดินไสล์ทำให้เจดีย์ขนาดเล็กที่ตั้งเป็นรั้วล้อมรอบเจดีย์องค์ใหญ่ทั้งสองเกิดทรุดตัวเอียงเป็นแถวยาว โดยเจดีย์องค์เล็กที่ทรุดลงมีอายุกว่า 140 ปี พระธาตุเจดีย์องค์เล็กสร้างเมื่อ พ.ศ. 2417 โดย “พระยาสิงหนาทราชา” เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก



พิษณุโลกพายเรือกลับบ้านพักบางระกำพบเป็นศพจมน้ำ



               เมื่อเวลา 07.00 น. พ.ต.ท.รังสรรค์ พูลนุช พนักงานสอบสวน(สบ.3)สภ.บางระกำ จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุมีคนพบศพลอยน้ำอยู่กลางทุ่งนาหมู่ 2 บ้านวังเป็ด ต.บางระกำ อ.บางระกำ หลังรับแจ้งรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลบางระกำ เจ้าหน้าที่กู้ภัยข่าวภาพ ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมขังนานกว่า 1 เดือน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องนั่งเรือหางยาวของชาวบ้านเข้าไปนำศพของผู้เสียชีวิตออกมาเพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตร ซึ่งระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร

               ส่วนผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมา คือ นายบุญชู สิงห์โต อายุ 54 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาบน อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 6 ต.วัดพริก อ.เมืองพิษณุโลก ผู้ตายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีกรมท่า กางเกงขายาวสีดำ เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง ตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือว่าร่องรอยการถูกทำร้าย

               จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายมีอาชีพทำงานก่อสร้าง ทุกวันผู้ตายจะต้องพายเรือออกมาจากบ้านพักที่ถูกน้ำท่วมขังสูงกว่า 2 เมตร เพื่อมาขึ้นรถยนต์ที่จะไปทำงานก่อสร้างในตัวเมืองพิษณุโลก ช่วงเย็นของวันที่23 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังจากที่ทำงานเสร็จและรถยนต์ที่มาส่งคนงานก็ขับมาส่งผู้ตาย ก่อนที่ผู้ตายจะพายเรือกลับบ้านพัก หลังจากนั้นไม่มีใครพบผู้ตายอีกเลยจึงเชื่อว่า นายบุญชู ได้จมน้ำเสียชีวิตขณะเดินทางกลับบ้านพัก

               จนกระทั่งมาคนมาพบศพลอยน้ำอยู่กลางทุ่งนาใกล้บ้านพักของผู้ตาย จึงส่งศพไปที่โรงพยาบาลบางระกำ เพื่อทำการชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง จากการสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเบื้องต้นคาดว่า ผู้ตายอาจถูกกระแสน้ำพลัดตกน้ำไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เสียชีวิตดังกล่าว