ข่าว

'ช่องสะงำ'คึกคักรับบอลไทยกัมพูชา

'ช่องสะงำ'คึกคักรับบอลไทยกัมพูชา

25 ก.ย. 2554

ปชช.ไทย-กัมพูชากว่าพันคน เดินทางซื้อหาข้าวของทำให้การค้าชายแดนสะงำคึกคัก ส่วนช่องสายตะกู ผู้ว่าฯสั่งเฝ้าระวังเข้มงวด หลังการแข่งขันฟุตบอลไทย-กัมพูชาทำให้ความสัมพันธ์ของสองประเทศดีขึ้น

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 25 ก.ย.54 เวลา 09.00 น. บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ประชาชนเขมรนับ 1,000 คน  แห่ข้ามพรมแดนจับจ่ายสินค้าตลาดไทยคึกคัก เหตุเพราะเชื่อมั่นด้านสันติภาพการเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า หลังจากการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมสัมพันธไมตรีของทั้งสองประเทศ ส่งผลให้ประชาชนเขมรตามแนวชายแดนข้ามแดนมาจับจ่ายซื้อหาข้าวของเครื่องใช้กันอย่างคับคั่ง 

          นอกจากนี้ชาวกัมพูชาได้ซื้อหาข้าวของเครื่องใช้ เพื่อเตรียมงานวันแซนโฎนตา ซึ่งเป็นประเพณี เซ่นไหว้บรรพบุรุษ แสดงออกด้านความกตัญญูกตเวที ซึ่งทางการกัมพูชาประกาศเป็นวันหยุดยาว 5 วัน ซึ่งประเพณีนี้จะมีขึ้นในวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ของทุกๆ ปี ซึ่งประชาชนเขมรเน้นซื้อหาอาหารสด เช่น ปลา เนื้อวัว เนื้อหมู ไก่บ้าน อาหารทะเล และผลไม้

          นายสำเร็จ ไพรบีง ประธานสภาอบต.ไพรพัฒนา กล่าวว่า  หลังจากมีการแข่งขันฟุตบอลไทย-กัมพูชา ประชาชนทั้งสองประเทศได้ชมการถ่ายทอดสด ทำให้เกิดความมั่นใจด้านความสัมพันธ์ว่า จะดีขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งสามารถดูได้จากที่ประชาชนกัมพูชาแห่ข้ามพรมแดน ตลาดไทยคึกคักขึ้นมาทันที

          นางยวน สะเรือน ผู้ประกอบการค้าจรอกเจือม ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า วันนี้ประชาชนคนเขมรขึ้นมาซื้อหาอาหารจำนวนมาก โดยเฉพาะผลไม้นานาชนิดที่คนเขมรซื้อนำเข้าประเทศ เพื่อนำไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษวันแซนโฎนตา ประเพณีที่สำคัญของประชาชนเขมรตรงกับวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ของทุกๆ ปี ในปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 26 ก.ย. ซึ่งในในปีนี้ทางตนเอง และประชาชนกัมพูชาเองจะมีการเซ่นไหว้บรรพบุรุษให้ส่งกำลังใจให้ไทย-กัมพูชา มีมิตรภาพที่ยั่งยืนตลอดไป อย่ามีการทะเลาะเบาะแว้งกันอีก 

          นายเกง กำเฮง อายุ 17 ปี เยาวชนเมืองอัลอลเวง ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า ได้ดูการแข่งขันเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างไทย-กัมพูชา เห็นผู้นำประเทศกัมพูชา และผู้นำฝ่ายไทยเล่นฟุตบอลกัน เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้ความสัมพันธ์ของสองประเทศ และบรรยากาศการค้าขายดีขึ้นด้วย ซึ่งจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองประเทศเข้าสู่ภาวะปกติ

 

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์สั่งคุมเข้มชายแดนหวั่นลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศ

          จากความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาดีขึ้นตามลำดับ ทำให้พื้นที่ชายแดนหลายจุดเปิดจุดผ่อนปรนให้ประชาชนทั้งสองประเทศได้เดินทางไปมาหาสู่และทำการค้าขายร่วมกันนั้น แต่ทั้งสองฝ่ายยังเกรงว่า จะเป็นจุดบอดในการลักลอบขนส่งยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายนั้น

          นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทั้งไทย และกัมพูชา มีข้อตกลงระหว่างกันในการดูแลป้องกันการลักลอบขนส่งยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย บริเวณจุดผ่อนปรนชั่วคราวช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด อย่างเข้มงวด 

          โดยจะมีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง ช่วยกันเฝ้าระวังตรวจค้นประชาชน พ่อค้าแม่ค้าที่มาค้าขาย และผู้ต้องสงสัยที่เดินทางเข้าออกบริเวณจุดผ่อนปรนอย่างเข้มงวด จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานการลักลอบขนย้ายยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่แต่อย่างใด

          นอกจากนั้นทางจังหวัดยังได้ประสานไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น ให้เข้ามาสอดส่องถึงความเคลื่อนไหวทั้งกลุ่มผู้ค้า และผู้เสพในแต่ละพื้นที่ตามแนวชายแดน เพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ จะได้เข้าไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย 

          "ที่ผ่านมาสาเหตุการปิดจุดผ่อนปรนช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด ชายแดนไทย-กัมพูชา เนื่องจากปัญหายาเสพติด และปัญหาความไม่สงบตามแนวชายแดน การเปิดครั้งนี้ทั้งไทยและกัมพูชาจึงต้องมีการเข้มงวดมากขึ้นกว่าครั้งที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำอีก" นายธานี กล่าว