'มาร์ค'ไม่หวั่นDSIสอบCCTV
"อภิสิทธิ์" ไม่หวั่น DSI รับสอบทุจริตกล้อง CCTV ปัดกังวลปมกังขาทำลายคะแนนเสียงเมืองกรุง ไม่หวั่นหสก"สุรเกียรติ"ร่วมนั่งเก้าอี้"กก.คอป."
วันที่ 25 ก.ย.54 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเรื่องที่จะสอบสวนการจัดซื้อกล้องวงจรปิด(CCTV) ของกรุงเทพมหานครเพื่อดำเนินการต่อ ว่า คงไม่เป็นปัญหา เมื่อมีหน้าที่ที่จะตรวจสอบก็ตรวจสอบกันไป ยืนยันว่าในส่วนของผู้ว่ากทม.ทั้งอดีตและคนปัจจุบันไม่มีปัญหาแต่อย่างใด การทำงานในสถานะอะไรก็ตามผู้ทำงานต้องรับผิดชอบ
ทั้งนี้ไม่อยากให้สังคมสับสน เรื่องกล้องวงจรปิด โดยเรื่องกล้องพรางนั้นเป็นสิ่งที่ใช้และทำมาตั้งแต่เริ่มทำโครงการ CCTV ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เริ่มไว้ที่ภาคใต้ โดยแยกเป็นกล้องจริงประมาณ 3,000 ตัว และกล้องพรางประมาณ 7,000 ตัว เป็นเรื่องที่ทำกันมาแบบนี้ ต่างประเทศก็ทำเช่นนี้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า รู้สึกเสียดายที่พอเรื่องดังกล่าวกลายเป็นประเด็นขึ้นมา เลยทำให้ความมั่นใจหรือความมีประสิทธิภาพของการใช้ระบบตรงนี้ก็มีผลกระทบด้วย และหากดีเอสไอ หรือหน่วยงานที่ต้องการจะสอบข้อเท็จจริงก็ควรจะสอบให้ลึกลงไปตั้งแต่เริ่มโครงการว่า ใครเข้าไปเกี่ยวข้องตรงไหน หรือมีโครงการอื่นๆที่มีลักษณะเดียวกันก็ควรสอบทั้งหมด ส่วนในเรื่องช่องทางการสอบนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นแนวคิดที่ว่าเรามีงบประมาณจำกัด พื้นที่ที่ต้องการจะติดมีมาก ส่วนใหญ่รัฐบาลก็ใช้วิธีผสมผสานกันไป และมีความชัดเจนตั้งแต่ทำทีโออาร์ ทำสัญญาต่างๆ และตอนที่ตนเป็นรัฐบาลก็สามารถจัดงบประมาณลงไปในโครงการของกทม.ได้มากขึ้น และชุดที่มีกล้องพรางจะเกิดในปี 2550-2551
เมื่อถามว่าจะมีผลกับการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ที่กำลังจะมีขึ้นหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ก็ให้ตรวจสอบทำความเข้าใจกันไป และยังอีกนานกว่ามีจะมีการเลือกตั้ง ตอนนี้ทางพรรคกับผู้ว่าก็มีหน้าที่ทำงานให้ดีที่สุด อย่าไปกังวลเรืองต่างๆคงไม่ได้ เพราะตอนนี้ต้องรับมือเรื่องน้ำท่วม และมีโครงการใหญ่ที่จะต้องเร่งรัดอาทิเรืองรถไฟฟ้า การขยายไฟฟ้า-ประปา ที่ผู้ว่ากทม.เคยประกาศไว้
“มาร์ค”ไม่หวั่น"สุรเกียรติ"ร่วมนั่งเก้าอี้"กก.คอป."
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณี คณะกรรมการอิสระตรวจสอบค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.) ได้แต่งตั้งที่ปรึกษาซึ่งบางคนมาจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อาทิ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรมว.ต่างประเทศว่า ไม่เป็นไร ตนได้พูดคุยกับกรรมการที่มาพบเมื่อวันก่อน ได้รับการยืนยันว่าจะทำงานอย่างอิสระ ตนจึงคิดว่าเขาต้องการแรงสนับสนุนให้ทำงานตรงไปตรงมาปราศจากการกดดันทางการเมืองหรือทางอื่น
“อภิสิทธิ์”ถกนายกฯหาช่องช่วยเกษตรกรไร้ผลผลิตเข้าโครงการจำนำ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่า ได้ฝากเรื่องของการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาน้ำท่วม เพราะมีเกษตรกรจำนวนมากที่ไม่สามารถได้รับการช่วยเหลือจากโครงการรับจำนำข้าวได้ ตัวอย่างเช่นภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างที่ถูกน้ำท่วมพืชผลเสียหายจนต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตหนีน้ำ และทำให้ต้องไปขายในราคาถูก หรือเก็บเกี่ยวและขายไม่ได้หรือจำนวนน้อยเกินไป ซึ่งคนเหล่านี้เขาเคยได้รับเงินส่วนต่างจากโครงการประกันรายได้ก็ร้องเรียนมาอยากให้ช่วยติดตาม
ดังนั้นตนจึงได้ฝากเรื่องพร้อมยื่นหนังสือกับนายกฯและบอกว่า ไม่ติดใจว่าจะยกเลิกโครงการประกันรายได้หรือไม่แต่อย่างน้อยที่สุดการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่เขาจะได้ละได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วก็อยากให้รัฐบาลดำเนินการ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้บอกว่า จะให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พานิชย์ไปดู
ถามว่า มีการระบุจังหวัดหรือไม่ว่าจะให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ลงไปดูในพื้นที่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่จำเป็นเพราะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ตนเดินทางไปทุกจังหวัดก็จะมีเกษตรกรมาร้องเรียนในเรื่องนี้เพราะครั้งที่แล้วเขาเคยได้เงินช่วยเหลือครอบครัวละ 5,000 บาท และได้รับการช่วยเหลือไร่ละ 2,000 บาท ทั้งนี้เกษตรกรก็ได้รับการช่วยเหลือทั้งสองอย่าง แต่คราวนี้เขาไม่ได้รวมทั้งเรื่องพันธุ์ข้าว เพราะโครงการจำนำเกษตรกรหลายคนไม่มีข้าวจะไปจำนำ แม้โครงการจะขยายเวลาไปถึงวันที่ 1 ก.พ. 2555 แต่ถ้าสภาพน้ำท่วมยังเป็นอยู่ปัจจุบันก็ไม่ได้หมายความว่าเกษตรกรจะสามารถปลูกข้าวได้ทัน ต้องรอน้ำลดและเริ่มปลูกข้าวใหม่แต่โครงการประกันรายได้เนื่องจากเป็นโครงการที่เริ่มไว้ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วเกษตรกรก็คาดหวังว่าจะได้เงินส่วนต่าง
“รัฐบาลจะมีการเปิดโครงการรับจำนำข้าวในวันที่ 7 ต.ค.แต่ขณะนี้ข้าวไม่ได้อยู่ในมือเกษตรกร เพราะเกษตรกรรีบขายไปเยอะแล้วเนื่องจากน้ำท่วม คำถามคือ ข้าวที่จะเข้าโครงการจับนำ จะเป็นข้าวของเกษตรกรจริงหรือไม่ รัฐบาลเตรียมมาตรการป้องกันไม่ให้มีการสวมสิทธิ์โดยพ่อค้า โรงสีที่ซื้อข้าวไปแล้วหรือไม่ จะป้องกันคนเอาข้าวจากประเทศเพื่อนมานำเข้ามาจำนำได้หรือไม่”นายอภิสิทธิ์กล่าว



