ผีแดงเจ๊า1-1ยังรั้งจ่าฝูง
'ปีศาจแดง' ถูก 'ช่างปั้นหม้อ' ไล่เจ๊า 1-1 ชวดสถิติชนะรวด แต่ยังนำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ขณะที่ 'เรือใบสีฟ้า' คว้าชัยได้หลังเปิดบ้านชนะ 'ทอฟฟี่สีน้ำเงิน' 2-0 ส่วน 'สิงโตน้ำเงินคราม' 10 คน ถล่ม สวอนซี ยับ 4-1 แม้ เฟอร์นันโด ตอร์เรส โดนแดง
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันเสาร์ 24 กันยายน "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จ่าฝูงที่ชนะมา 5 นัดรวด ไปเยือน "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค โดยเกมนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มี เวย์น รูนีย์ ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ทำให้ส่ง ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ ลงมาเป็นกองหน้า ร่วมกับ ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ
แต่เล่นไปแค่ 4 นาทีเฮอร์นันเดซ โดน โจนาธาน วูดเกต สกัดจนเจ็บต้องเปลี่ยนเอา ไมเคิล โอเวน ลงมาแทน ก่อนที่นาทีที่ 27 ทีมเยือนมาได้ประตูนำ นานี ทำชิ่งกับ ดาร์เรน เฟลตเชอร์ ก่อนกระชากไปยิงในเขตโทษเป็น 1-0
ช่วงครึ่งหลังกลับมาเล่นถึงนาทีที่ 51 สโต๊ค มาได้ประตูตีเสมอจากลูกเตะมุมทางขวา แมทธิว เอเธอริงตัน เปิดให้ ปีเตอร์ เคราช์ โขกเป็น 1-1 จากนั้นไม่ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะพยายามอย่างไรก็ยิงเพิ่มไม่ได้ จบเกมเสมอกัน 1-1 ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เสียสถิติชนะรวด แต่ยังมี 16 แต้ม นำเป็นจ่าฝูงต่อจากประตูได้เสียที่ดีกว่า แมนฯ ซิตี้
"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ เปิดอิติฮัด รับการมาเยือนของ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน โดยขนทีมชุดใหญ่ลงกันครบ เอดิน เซโก ยืนหัวหอกคู่กับ เซร์คิโอ อเกโร ขณะที่ทีมเยือนวาง ทิม เคฮิลล์ เป็นกองหน้าเพียงคนเดียว ทำให้เกมครึ่งแรกอยู่กลางสนามซะเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ไม่มีโอกาสลุ้นประตูกันมากนัก จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0
ครึ่งหลังกลับมาเล่นถึงนาทีที่ 68 เจ้าถิ่นได้ประตูออกนำ อเกโร แตะบอลกลับหลังให้ มาริโอ บาโลเตลลี ยิงที่หน้าเขตโทษเสียบมุมขวาเป็น 1-0 และก่อนหมดเวลา 1 นาที แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูย้ำชัยชนะ ดาวิด ซิลบา จ่ายทะลุให้ เจมส์ มิลเนอร์ หลุดไปจิ้มผ่าน ทิม โฮเวิร์ด เข้าไป จบเกม แมนฯ ซิตี้ ชนะไป 2-0 มีเพิ่มเป็น 16 แต้ม
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เล่นในแอนฟิลด์ ออกนำ "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน ไปก่อน 2-0 นาทีที่ 11 ชาร์ลี อดัม ยิงไกล และ โรเจอร์ จอห์นสัน ไปโหม่งสกัดพลาดเข้าประตูตัวเองเป็น 1-0
นาทีที่ 38 โฮเซ เอนริเก วางบอลให้ หลุยส์ ซัวเรซ หลุดไปยิงเข้าทางเสาแรกเป็น 2-0 ก่อนที่ครึ่งหลัง ทีมเยือนมาได้ประตูคือจาก สตีเฟน เฟลตเชอร์ นาทีที่ 49 แต่ก็ตามตีเสมอไม่สำเร็จ ลิเวอร์พูล ชนะไป 2-1 มีเป็น 10 แต้มอยู่อันดับ 5
"สิงห์โตน้ำเงินคราม" เชลซี เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "หงส์ขาว" สวอนซี โดยยังมี เฟอร์นันโด ตอร์เรส เป็นตัวหอกตัวจริง และเริ่มเกมมาได้ 29 นาที เจ้าถิ่นได้ประตูออกนำก่อน ดาวิด ซิลบา วางบอลเข้าเขตโทษให้ ตอร์เรส หลุดไปดึงบอลลงและยิงเป็น 1-0
จากนั้นนาทีที่ 36 แอชลีย์ โคล ทะลุขึ้นทางซ้ายและผ่านบอลออกขวาให้ รามิเรส เข้าไปยิงในเขตโทษเป็น 2-0 แต่อีก 2 นาทีต่อมาเจ้าถิ่นเหลือ 10 คน ตอร์เรส ไปเสียบ 2 เท้าใส่คู่แข่งทำให้โดนใบแดง
แต่ช่วงครึ่งหลัง เชลซี ที่เหลือ 10 คนยังได้ประตูที่ 3 นาทีที่ 76 ชูเซ โบซิงวา ผ่านบอลให้ รามิเรส เข้าไปยิงสบายๆเป็น 3-0 ก่อนที่ สวอนซี จะตีไข่แตกได้จาก แอชลีย์ วิลเลียมส์ แต่ในช่วงทดเวลาเจ็บ เชลซี มาได้ประตูปิดท้ายอีกประตู ฟลอรองต์ มาลูดา ใส่พานให้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ตัวสำรองยิงเข้าไป จบเกม เชลซี ชนะไป 4-1 มี 13 แต้มอยู่อันดับ 3
"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เปิดเอมิเรสต์ เอาชนะ โบลตัน สบายๆ 3-0 นาทีที่ 46 โรบิน ฟาน เพอร์ซี ได้บอลจาก แอรอน แรมซีย์ ยิงเป็น 1-0 ก่อนที่นาทีที่ 54 เดวิด วีเธอร์ ไปดึง ธีโอ วัลคอตต์ ในจังหวะจะหลุดไปทำให้โดนใบแดง ทำให้ อาร์เซนอล มาได้อีก 2 ประตูจาก ฟาน เพอร์ซี นาทีที่ 71 และ อเลกซ์ ซง นาทีที่ 89 อาร์เซนอล จึงมีเป็น 6 แต้ม
ผลคู่อื่นๆ นิวคาสเซิล ชนะ แบล็คเบิร์น 3-1 เจ้าถิ่นได้จาก เดมบา บา นาทีที่ 27, 30 และ 54 ทีมเยือนได้จาก เดวิด ฮอยเลตต์ นาทีที่ 37, เวสต์บรอมวิช เสมอ ฟูแล่ม 0-0, วีแกน แพ้ สเปอร์ส 1-2 ทีมเยือนนำก่อน 2-0 จาก ราฟาเอล ฟานเดอร์ฟาร์ท นาทีที่ 3, แกเรธ เบล นาทีที่ 23 ขณะที่ วีแกน ตีไข่แตกจาก โมฮาเหม็ด ดิอาเม นาทีที่ 50
ผลการจับสลากประกบคู่คาร์ลิง คัพ รอบ 4 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย
"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เจองานเบาอีกครั้ง เมื่อจะออกไปเยือน อันเดอร์ชอต ทีมระดับลีกทู ที่เคยล้มยักษ์เอาชนะ โรชเดล ทีมในลีกวันมาในรอบที่แล้ว
ขณะที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เจองานหนักต้องออกไปเยือน บริทานเนีย ของ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ ที่ก่อนหน้านี้เคยพบกันมาในศึกพรีเมียร์ลีก และสโต๊คเอาชนะไปได้ 1-0
ผลการประกบคู่อื่นๆ มีดังนี้ วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, คาร์ดิฟฟ์ พบ เบิร์นลีย์, แบล็คเบิร์น พบ นิวคาสเซิล, อาร์เซนอล พบ โบลตัน, เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี



