ข่าว

'จาตุรนต์'หนุนคอป.คอ.นธ.เเละนิติราษฎร์

'จาตุรนต์'หนุนคอป.คอ.นธ.เเละนิติราษฎร์

25 ก.ย. 2554

"จาตุรนต์"หนุนการทำงานคอป.คอ.นธ.เเละนิติราษฎร์ พร้อมชี้ข้อเสนอลบล้างผลการรัฐประหารถือเฉียบคมมาก ระบุสังคมไทยควรหยุดคิดกันเพื่อเเก้ไขความขัดเเย้ง หากปล่อยไว้สังคมจะเกิดปัญหามากขึ้น ย้อนถามศาลฎีกาว่าวินิจฉัยว่าคำสั่งคณะรัฐประหาร ทั้งๆที่เป็นการฉีกรธน.นั้นถ

            25ก.ย.2554 นายจาตุรนต์  ฉายแสง  อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวในรายการเอ็กซ์คลูซีฟ เอฟเอ็ม 100.5 เมกะเฮริทซ์ กรณีแนวทางการสร้างความปรองดองว่า เป็นประเด็นสำคัญมากสำหรับสังคมไทยที่ต้องทำอย่างรีบด่วน แต่ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะสำเร็จ แต่ตอนนี้มีแนวโน้มที่ดีเพราะหลายฝ่ายมีข้อเสนอเข้ามา ตนมีความเห็นและเงื่อนไขสำคัญในเรื่องนี้ คือ ค้นหาและทำความจริงให้ปรากฎ เดินหน้าดำเนินคดีให้เกิดความยุติธรรมกับฝ่ายต่างๆ โดยเฉพาะผู้เสียหายที่รู้สึกว่าความยุติธรรมเกิดขึ้น การปรองดองนั้นต้องมีกติกาที่เป็นธรรมและเป็นประชาธิปไตย รวมทั้งทำให้สังคมเชื่อถือกติกาและระบบแทนที่จะออกไปสู้นอกกติกา คือคนที่มีความเห็นแตกต่างแต่อยู่ร่วมกันโดยใช้กติกาแก้ไขความขัดแย้ง

                เมื่อถามว่า จะย้อนไปช่วงใดในการค้นหาความจริง  นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เน้นช่วงหลังรัฐประหารครั้งล่าสุดว่าใครผิดและถูก เพราะมีการดำเนินคดีจำนวนมากที่ไม่ได้มาตรฐาน  และยังหาคนผิดไม่ได้  เมื่อความจริงโยงไปถึงไหนก็เจาะลงไป  เช่น ค้นหาความจริงตั้งแต่การชุมนุมของคนเสื้อเหลืองและคนเสื้อแดง เมื่อถามว่าจะใช้กลไกใด นายจาตุรนต์ กล่าวว่า คอป.ตั้งขึ้นโดยรัฐบาลที่แล้วและรัฐบาลนี้ก็มีมติเห็นชอบและ   มอบให้ครม.บางส่วนไปประสานมติคอป.ให้เกิดผล  ตนคิดว่าควรใช้คอป.เป็นหลักต่อไป  เพราะฝ่ายค้านและรัฐบาลก็มีส่วนร่วมกัน หากคอป.ต้องการความช่วยเหลือก็ให้เสนอมา เช่น หากส่วนราชการบางแห่งไม่ร่วมมือ รัฐบาลจะไปกำชับให้ 

                เมื่อถามว่าบทเรียนตั้งแต่เหตุการณ์เดือนตุลาสองครั้ง รวมทั้งพฤษภาทมิฬนั้น การค้นหาข้อเท็จจริงก็ยังไม่ปรากฎ ฉะนั้นการค้นหาความจริงในครั้งนี้จะทันกาลหรือไม่ นายจาตุรนต์กล่าวว่า ประเด็นนี้น่าคิด เพราะพูดกันมามาก  สามเหตุการณ์ข้างต้นมีความคล้ายกันคือมีเกิดเหตุแล้ว ฝ่ายหนึ่งอยู่ในฐานะเหนือกว่าและคุมสถานการณ์ได้ คือ พอรู้ว่าใครชนะ ใครแพ้  และนิรโทษกรรมผู้ที่เกี่ยวข้องค่อนข้างเร็ว คือ คนสั่งการปราบประชาชนและผู้ที่ร่วมชุมนุม  จนแทบไม่เหลือประเด็นในการตรวจหาความจริง และกว่าจะคิดกันได้เหตุการณ์ผ่านไปหลายปี  เมื่อค้นหาได้บ้างก็ปิดและบอกว่าค้นหาไปก็ทำอะไรไม่ได้เพราะนิรโทษกรรมไปแล้ว  

                นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า แต่ครั้งนี้เมื่อรัฐประหารเกิดขึ้นแล้วมันไม่จบ เพราะไม่มีใครคุมสถานการณ์ได้ เช่น คมช.ยึดอำนาจและทำรัฐธรรมนูญใหม่แต่เลือกตั้งก็แพ้ ฝ่ายพรรคพลังประชาชนชนะและตั้งรัฐบาลสองครั้งก็โดนยุบ  และครั้งนี้ก็เช่นกัน คือ พรรคเพื่อไทยชนะและตั้งรัฐบาล และมีประเด็นว่าความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นนั้นจะทำอย่างไรต่อไป ตอนนี้ไม่มีใครตั้งประเด็นว่า ควรจะนิรโทษกรรมก่อนหรือไม่  แม้จะมีความผิดกันเยอะ หากทำแบบนี้ต่อไปจะไม่มีบรรทัดฐานคือ คนจะคิดว่าจะทำผิดอีกแล้วก็ได้รับการยกโทษ และพร้อมเริ่มต้นที่จะผิดกันใหม่   

               “หรือควรสอบสวนความผิดและถูกก่อน วันนี้ตั้งหลักกันว่าทำความจริงให้ปรากฎก่อนพร้อมกับทำเรื่องอื่นต่อด้วย วันนี้สังคมไม่ได้ตัดสินเด็ดขาดว่าจะทำแบบใด  และมันจะเป็นปัญหาค้างคาต่อไป ฉะนั้นวันนี้จะต้องแลกเปลี่ยนความเห็นและนำคนต่างชาติที่มีความรู้มาช่วยแนะนำเพราะสังคมไทยมีความรู้ในด้านนี้น้อยมาก  แต่เป็นจุดที่ดีซึ่งคอป.นำผู้ที่มีความรู้คือนำชาวต่างชาติเข้ามาเป็นที่ปรึกษา”นายจาตุรนต์กล่าว

                เมื่อถามว่า ความขัดแย้งในครั้งนี้มีความซับซ้อนสูงมาก และแนวคิดของคณะนิติราษฎร์ที่เสนอขึ้นมาสี่ข้อนั้นมีความเห็นอย่างไร นายจาตุรนต์ กล่าวว่า  น่าสนใจเพราะข้อเสนอนี้ปลุกความคิดของคนไทยในการใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการรัฐประหาร ข้อเสนอหลายเรื่องใกล้เคียงกับคอป.บางส่วน และคล้ายกับกรรมการสมานฉันท์ของรัฐสภาชุดที่แล้ว คือ เสนอแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เริ่มตั้งแต่ยกเลิกฉบับปัจจุบัน สิ่งที่แหลมคมคือลบล้างผลการรัฐประหารนั้น เพราะกำลังเสนอแนวคิดที่ใช้ๆกันมา  คือการยอมรับการรัฐประหารที่มีการตั้งรัฐบาลและออกกฎหมาย  สังคมต้องปฏิบัติตามนี้  ระบบกฎหมายไทยยอมรับว่าคำสั่งคณะรัฐประหารคือกฎหมายโดยศาลฎีการับรองไว้ในอดีต  แต่ศาลปัจจุบันนั้นก็อ้างอิงกัน  ความจริงการอ้างแบบนี้มันไม่ถูก เพราะรัฐธรรมนูญที่โดนฉีกไปมันต้องใหญ่กว่าคำพิพากษา แต่สังคมไทยกลับยอมรับกัน คณะนิติราษฎร์จึงเสนอว่าสังคมไทยควรเลิกคิดแบบนี้และต้องปฏิเสธการรัฐประหาร หลักคิดว่าประเทศไทยจะยอมรับการรัฐประหารหรือไม่ มันทำให้เกิดการคิดใหม่หมด ข้อเสนอนี้สังคมควรนำมาคิดแบบจริงจังว่าผิดหรือถูก 

                เมื่อถามว่าแนวคิดดังกล่าวอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่หรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ว่ามันจะพัฒนาการไปในขั้นนั้นอีก เพราะทุกวันนี้สังคมไทยยังขัดแย้งอยู่  เมื่อมีคนเสนอแนวคิดแก้ไขขึ้นมา ฝ่ายต่อต้านจะออกมาคัดค้าน แต่หากปล่อยไว้เฉยๆปัญหาจะเกิดมากขึ้นและรุนแรงกว่าการไม่ทำอะไรเลย    ตนคิดว่าสังคมควรตั้งสติและเปิดโอกาสในการรับฟังความคิดแบบต่างๆ เพราะมันจะหาทางการแก้ไขเพื่อก้าวไปสู่ในจุดที่ตนกล่าวในข้างต้น

                ส่วนกรณีที่รัฐบาลตั้งคอ.นธ.ขึ้นมานั้น  หลักคิดคืออะไรและหวังจะให้ทำอะไร นายจาตุรนต์ กล่าวว่า คอ.นธ.ไม่มีหน้าที่สั่งใคร แต่จะทำหน้าที่ศึกษาและรวบรวมความเห็นต่อสังคมและรัฐบาล คอ.นธ.จะศึกษาเน้นการใช้กฎหมายและหลักนิติธรรมกับฝ่ายต่างๆ จุดสำคัญอยู่ที่ว่าจะศึกษาด้านใด หากศึกษาด้านนิติธรรมนั้น ตนมองว่าดีเพราะสังคมไทยมีความรู้เรื่องนี้น้อย เพราะไม่ยึดความยุติธรรมเท่าที่ควรจนประเทศเข้าสู่ความวิกฤต เพราะที่ผ่านมามักพูดคำที่คล้ายกันคือนิติรัฐ คือประเทศปกครองด้วยกฎหมาย  และการตั้งคอ.นธ.มันคล้ายกับรัฐบาลที่แล้วตั้งคอป.รวมทั้งกรรมการชุดนายอานันท์ ปันยารชุนและนพ.ประเวศ วะสี 

                เมื่อถามว่าคอ.นธ.จะชี้สิ่งที่เป็นปัญหาและควรปฏิรูปใช่หรือไม่  นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ทำนองนั้น การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ทำกันมาก่อนหน้านี้และมีผลในการจัดองค์กรใหม่นั้น ทำให้เกิดแนวคิดใหม่คือความยุติธรรมสมานฉันท์ ช่วงที่มันสะดุดคือข้อเสนอให้ฝ่ายตุลาการมาจัดการกับฝ่ายการเมืองในการจัดการโครงสร้างต่างๆ แต่ปรากฎว่ามันอิรุตุงนัง จนเกิดคำว่าสองมาตรฐาน  การปฎิรูปกระบวนการยุติธรรมจึงเปลี่ยนรูปไป และควรนำมาปฏิรูปใหม่คือมอบให้คอ.นธ.ดำเนินการโดยยึดหลักนิติธรรม  คือไปศึกษารัฐธรรมนูญและเสนอให้รัฐบาลและรัฐสภานำมาผลักดันต่อไป