ข่าว

ปชป.ท้า'นิติราษฎร์'จี้รัฐเปิดดีเบต

ปชป.ท้า'นิติราษฎร์'จี้รัฐเปิดดีเบต

25 ก.ย. 2554

รมว.ยธ. (เงา) ท้า 'นิติราษฎร์' ถ้าอยากดีเบต ให้บอกรัฐบาล เปิด 'เวทีสาธารณะ' ถ่ายทอดฟรีทีวี เตือน ยธ. ทำเรื่องฎีกาอภัยโทษ 'ทักษิณ' ระวังติดคุก เลขาฯปชป. เตือน คิดให้ดีก่อนคืนพาสปอร์ตแดง 'แม้ว' ดักคอรัฐ รีดภาษี อุ้มค่าแรง 300 บาท

          นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา ในฐานะรมว.ยุติธรรม (เงา) พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายวรเจตน์ ภาคีรัตย์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ หรือกลุ่มนิติราษฎร์ที่ออกมาท้าให้พรรคประชาธิปัตย์หรือตนไปแสดงวิสัยทัศน์ต่อเวทีสาธารณะว่า คนอย่างนายวรเจตน์ ไม่มีค่าพอ เพราะจากคำพูดและพฤติกรรมที่แสดงออกก็ชัดเจนว่า เป็นการทำเพื่อใคร และคิดหวังถึงประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างไร

          ทั้งนี้ หากจะเสนอให้ล้างมลทินทั้งหมดไปแค่ปี 49 ก็ต้องถามว่า ทำไมต้องเสนอย้อนไปแค่ปี 49 ทำไมไม่ย้อนกลับไปทั้งหมดที่มีการปฏิวัติรัฐประหาร ต้องถามว่า มีเจตนาที่จะช่วยคดีความของใครเป็นการเฉพาะหรือไม่อย่างไร

          "ถ้าอยากแสดงวิสัยทัศน์กับผม หรือพรรคประชาธิปัตย์จริง ก็ขอให้ไปบอกรัฐบาล ให้จัดการแสดงวิสัยทัศน์ผ่านฟรีทีวี ผมพร้อมที่จะไป ขณะนี้ สังคมต่างเคลือบแคลงว่า ข้อเสนอที่กลุ่มนิติราษฎร์เสนอมา โดยอ้างความเป็นนักวิชาการว่ามีความสุจริต ถูกต้องในความเป็นนักวิชาการหรือไม่อย่างไร"

          รมว.ยุติธรรม (เงา) กล่าวว่า ในส่วนกรณีที่กระทรวงยุติธรรมได้เสนอให้คณะกรรมการเยียวยาคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เมื่อปี 53 โดยให้ส่งเรื่องย้อนกลับไปที่กรมราชทัณฑ์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้นายชาติชาย สุทธิกลม อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ก็เคยระบุแล้วว่า กระบวนการขั้นตอนในการตรวจสอบการถวายฏีกาขออภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายฯ ได้ผ่านพ้นขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ไปแล้ว เรื่องนี้ก็เป็นอีกความพยายามที่จะช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ

          นายถาวร กล่าวว่า ถ้าเป็นคดีความของชาวบ้านธรรมดา เรื่องการขอความช่วยเหลือก็คงลงถังขยะไปแล้ว เพราะผ่านขั้นตอนฝ่ายผู้ปฏิบัติไปนานแล้ว ดังนั้น การเสนอเรื่องกลับมาใหม่ก็สอดรับกับกรณีการแต่งตั้งให้พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ให้กลับมาทำหน้าที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อที่จะทำทุกวิถีทางช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ ให้พ้นจากการถูกจำคุก

          "ขอเตือนให้ระวังว่า ใครที่จะทำอะไรในเรื่องดังกล่าว และผิดหลักกฎหมายของบ้านเมืองก็อาจจะติดคุกแทน เพราะทำผิดกฎหมายเสียเอง ทั้งนี้ ผมก็จะติดตามในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป" นายถาวร กล่าว

 

เลขาฯปชป. เตือน คิดให้ดีก่อนคืนพาสปอร์ตแดง 'แม้ว'

          ด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกระทรวงการต่างประเทศมีแนวคิดจะคืนพาสปอร์ตแดงให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า  อยากฝากถึงนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ว่า  ขอให้คิดให้ดี ก่อนที่จะทำเรื่องดังกล่าว เพราะอย่าลืมว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังมีสถานะนักโทษผู้หลบหนีคดี

          "การจะทำอะไรควรคำนึงถึงหลักกฎหมาย และความเป็นไปในสังคมขอให้เอาเวลาไปคิดช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาให้ประชาชน โดยเฉพาะคนไทยที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมร่วมครึ่งประเทศ  ดีกว่าเอาเวลาไปหมกหมุ่นช่วยเหลือคนๆ เดียว"

 

ดักคอรัฐ รีดภาษี อุ้มค่าแรง 300 บาท

          นายเฉลิมชัย ในฐานะอดีตรมว.แรงงาน ยังกล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ต้นปี 2555  และจะทยอยปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในจังหวัดต่างๆ ว่า ที่ผ่านมาคนที่ออกมาพูดเรื่องค่าแรง 300 บาทเป็นการพูดเพื่อเอาใจรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นบริษัท หรือห้างร้านต่างๆ เพราะข้อเท็จจริงในการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ตามที่พรรคเพื่อไทยได้ประกาศไว้ต้องมีการหารือและพิจารณาโดยคณะกรรมการไตรภาคี ประกอบด้วย ตัวแทนนายจ้าง ตัวแทนลูกจ้าง และตัวแทนเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐ  โดยแต่ละจังหวัดจะมีคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าแรง เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานและค่าครองชีพ ตลอดจนค่าจ้างของแต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน

          อดีตรมว.แรงงาน กล่าวอีกว่า  คณะอนุกรรมการระดับจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณาในเบื้องต้นก่อนว่า จังหวัดนั้นๆ มีความจำเป็นต้องขึ้นค่าแรงหรือไม่ จึงเกิดคำถามว่าหากรัฐบาลประกาศค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ทำทันที ประกาศแล้วทำได้หรือไม่ ซึ่งชัดเจนว่าทำไม่ได้แน่นอน เพราะทุกจังหวัดจะปรับให้ค่าแรงเท่ากันนั้น เป็นไปไม่ได้ ยกเว้นแต่รัฐบาลจะมีคำสั่งบี้ลงไปให้เร่งดำเนินการ และต้องอุดหนุนวงเงินงบประมาณลงไปด้วย

          เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า การออกมาพูดเรื่องนี้ของคนในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ จึงเท่ากับเป็นการประจานตัวเอง ในความล้มเหลวของสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับผู้ใช้แรงงาน ว่า 300 บาท เขายังทำไม่ได้

          สำหรับมาตรการทางภาษีที่รัฐบาลออกมาเพื่อจะช่วยเหลือเจ้าของธุรกิจผู้ประกอบการ ในกรณีที่ร่วมมือปรับใช้นโยบายดังกล่าว แม้จะลดภาษีให้เจ้าของธุรกิจผู้ประกอบการก็ไม่ได้เป็นการช่วยเหลือที่เท่าเทียมอย่างแท้จริง เพราะจะเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่เมื่อเทียบกับเจ้าของธุรกิจขนาดกลางหรือเอสเอ็มอีจะไม่ได้รับอานิสงค์ในเรื่องนี้เลย

          “ขอเตือนข้าราชการในกระทรวงแรงงานว่า อย่าเอาใจนักการเมืองอย่างเดียว แล้วมาโยนภาระให้คนไทย 60 ล้านคน ด้วยการรีดภาษีจากคนทั้งประเทศ เพื่อให้รัฐบาลนำเม็ดเงินก้อนนี้ไปอุดหนุน หรือเอื้อประโยชน์ให้บริษัทใหญ่ หากเป็นเช่นนั้นก็แสดงถึงความล้มเหลวในการกำหนดนโยบายในการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้ว่า ไม่มีการศึกษาอย่างรัดกุมรอบคอบ และตอกย้ำในคำพูดที่ว่า ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ สุดท้ายแล้วก็จะก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย จะกลายเป็นการแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก” นายเฉลิมชัย กล่าว

          ส่วนกรณีที่น.พ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก หรือธุรกิจอิสระ เช่น ร้านขายข้าวแกง หรือร้านขายของข้างทาง ส่วนใหญ่จะให้คนในครอบครัวช่วยกันทำงาน ไม่จำเป็นต้องจ้างลูกจ้างนั้น อดีต รมว.แรงงาน กล่าวว่า อยากถามกลับว่า ท่านเคยลงไปกินข้าวแกงข้างทางหรือไม่ พูดออกมาได้อย่างไร หากสัมผัสกับของจริงก็ต้องรู้ว่าร้านขายข้าวแกงจำเป็นต้องมีคนช่วยอย่างน้อย 1 คน

          "ถ้าคนระดับผู้บริหารมีความคิดเช่นนี้ ประเทศก็ไม่รู้จะฝากความหวังไว้กับใคร ไม่ใช่ทำอะไรเอาใจนายเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นการสะท้อนที่คนพูดกันว่า คนจนกินข้าวแกงข้างทาง คนรวยกินข้าวมื้อละ 2 แสนบาท ทั้งนี้ ผมเห็นใจรมว.แรงงานคนปัจจุบัน ที่ถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ทำไม่ได้" นายเฉลิมชัย ระบุ