
ผ่าโครงสร้าง สตช.โมเดล "อำนาจ" (ตอน 1)
เมื่อเร็วๆ นี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอ ก่อนจะส่งเรื่องให้กฤษฎีกาตีความ แล้วประกาศบังคับใช้ในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ เนื้อหาสาระสำคัญของโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยรวมไม่แตกต่างจากโครงสร้างเดิมมากนัก มีการเพิ่ม ยุบรวม เปลี่ยนชื่อ และยกฐานะหน่วยงานในสังกัดที่มีอยู่เดิมทั้งสิ้น 47 หน่วย แบ่งเป็นระดับกองบัญชาการ 4 หน่วยงาน และระดับกองบังคับการ 43 หน่วยงาน
โครงสร้างใหม่สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของนายกรัฐมนตรี มีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) กำหนดทิศทางและตรวจสอบการปฏิบัติงาน มีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้นำหน่วย
การปฏิบัติงานแบ่งออกเป็น 6 ส่วนงาน คือ ส่วนบังคับบัญชา ทำหน้าที่ควบคุม อำนวยความสะดวก บริหารจัดการเกี่ยวกับงานด้านธุรการต่างๆ ขึ้นตรงต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหน่วยงานเทียบเท่ากองบัญชาการ (บช.) มีนายตำรวจระดับ ผบช.เป็นหัวหน้า 8 หน่วยงาน จากเดิมที่มีอยู่เพียง 4 หน่วยงาน
หน่วยงานเทียบเท่า บช.ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ คือ สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ มีหน่วยงานระดับกองบังคับการ (บก.) มีผู้บังคับการเป็นหัวหน้า 4 บก. คือ กองยุทธศาสตร์ กองแผนอาชญากรรม กองแผนกิจการพิเศษ กองวิจัย บวกกับฝ่ายอำนวยการ อีก 1 กองกำกับการ (กก.) มีนายตำรวจระดับ ผกก.เป็นหัวหน้า
สำนักงานส่งกำลังบำรุง มีหน่วยงานเดิม 3 บก. คือ กองพลาธิการ กองโยธาธิการ กองสรรพาวุธ จัดตั้งใหม่ 1 บก. คือ บก.อำนวยการ
สำนักงานกำลังพล มี 3 บก. คือ กองทะเบียนพล กองอัตรากำลัง กองสวัสดิการ บวกกับ 2 หน่วยงานเทียบเท่ากองกำกับการ มี ผกก.เป็นหัวหน้า คือ กลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรบุคคลและฝ่ายอำนวยการ
สำนักงานงบประมาณและการเงิน เดิมมีอยู่ 2 บก. คือ กองงบประมาณ และกองการเงิน จัดตั้งใหม่ 1 บก. คือ กองบัญชี บวกกับอีก 2 กองกำกับการ คือ ฝ่ายอำนวยการ และฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศด้านงบประมาณและการเงิน
"ทั้ง 4 หน่วยงานเทียบเท่า บช.ที่จัดตั้งใหม่ เป็นหน่วยงานสนับสนุนการทำงานของตำรวจ บางหน่วยมีอยู่แล้ว บางหน่วยเคยมีแต่โดนยุบไปเมื่อครั้งปรับโครงสร้าง ตร.ปี 2548 แต่พอขาดหน่วยงานเหล่านี้ก็กลายเป็นอุปสรรคในการทำงาน โดยเฉพาะงานด้านอำนวยการ จึงจำเป็นต้องตั้งใหม่" พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าว
ส่วนหน่วยงานเทียบเท่า บช.ที่เหลือเป็นหน่วยงานที่มีอยู่เดิม ได้แก่ สำนักงานกฎหมายและคดี มี 4 บก. คือ กองกฎหมาย กองคดีอาญา กองคดีปกครองและคดีแพ่ง สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน บวกกับฝ่ายอำนวยการ ซึ่งเป็นหน่วยงานเทียบเท่ากองกำกับการ มี ผกก.เป็นหัวหน้า และส่วนตรวจสอบสำนวนคดีอุทธรณ์และฎีกา มีรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) เป็นหัวหน้า
สำนักงานข้าราชการตำรวจ มี 4 บก. มี ผบก.เป็นหัวหน้า คือ กองตรวจสอบและทะเบียนประวัติ กองมาตรฐานวินัย กองอุทธรณ์ กองร้องทุกข์ บวกกับฝ่ายอำนวยการ ฐานะเทียบเท่ากองกำกับการ มี ผกก.เป็นหัวหน้า
สำนักงานจเรตำรวจ มี 11 บก. คือ บก.อำนวยการ และกองตรวจราชการ 1-10 โดย พล.ต.อ.วัชรพล บอกว่า จะพิจารณาโยกย้ายนายตำรวจที่ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปเป็นจเรตำรวจทำหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของตำรวจในเรื่องทั่วไปทั่วทั้งประเทศ
"บุคคลที่ไปเป็นจเรตำรวจจะผ่านงานในหน่วยปฏิบัติงานที่หลากหลายมาก่อนแล้ว ทำให้เข้าใจในงาน จะได้นำประสบการณ์ที่มีอยู่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการตรวจสอบบุคลากรในองค์กรตำรวจ" พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว
สำนักงานตรวจสอบภายในทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องการเงินหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยเฉพาะ มี 3 บก. คือ กองตรวจสอบภายใน 1-3 บวกกับฝ่ายอำนวยการ และกลุ่มงานพัฒนาการตรวจสอบภายใน มีฐานะเทียบเท่ากองกำกับการ มี ผกก.เป็นหัวหน้า
นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานขึ้นตรงต่อสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีฐานะเทียบเท่า บก. อีก 6 หน่วย คือ สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ กองการต่างประเทศ กองสารนิเทศ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ กองบินตำรวจ และกองวินัย
ส่วนปฏิบัติการเฉพาะทาง คือ สำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำ มี 2 บก. คือ บก.อำนวยการถวายความปลอดภัย และส่วนปฏิบัติการนายตำรวจราชสำนักประจำ



