ข่าว

ผ่าโครงสร้าง สตช.โมเดล "อำนาจ" (ตอน 1)

ผ่าโครงสร้าง สตช.โมเดล "อำนาจ" (ตอน 1)

29 เม.ย. 2552

เมื่อเร็วๆ นี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอ ก่อนจะส่งเรื่องให้กฤษฎีกาตีความ แล้วประกาศบังคับใช้ในเร็วๆ นี้

 ทั้งนี้ เนื้อหาสาระสำคัญของโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยรวมไม่แตกต่างจากโครงสร้างเดิมมากนัก มีการเพิ่ม ยุบรวม เปลี่ยนชื่อ และยกฐานะหน่วยงานในสังกัดที่มีอยู่เดิมทั้งสิ้น 47 หน่วย แบ่งเป็นระดับกองบัญชาการ 4 หน่วยงาน และระดับกองบังคับการ 43 หน่วยงาน

 โครงสร้างใหม่สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของนายกรัฐมนตรี มีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) กำหนดทิศทางและตรวจสอบการปฏิบัติงาน มีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้นำหน่วย

 การปฏิบัติงานแบ่งออกเป็น 6 ส่วนงาน คือ ส่วนบังคับบัญชา ทำหน้าที่ควบคุม อำนวยความสะดวก บริหารจัดการเกี่ยวกับงานด้านธุรการต่างๆ ขึ้นตรงต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหน่วยงานเทียบเท่ากองบัญชาการ (บช.) มีนายตำรวจระดับ ผบช.เป็นหัวหน้า 8 หน่วยงาน จากเดิมที่มีอยู่เพียง 4 หน่วยงาน

 หน่วยงานเทียบเท่า บช.ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ คือ สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ มีหน่วยงานระดับกองบังคับการ (บก.) มีผู้บังคับการเป็นหัวหน้า 4 บก. คือ กองยุทธศาสตร์ กองแผนอาชญากรรม กองแผนกิจการพิเศษ กองวิจัย บวกกับฝ่ายอำนวยการ อีก 1 กองกำกับการ (กก.) มีนายตำรวจระดับ ผกก.เป็นหัวหน้า

 สำนักงานส่งกำลังบำรุง มีหน่วยงานเดิม 3 บก. คือ กองพลาธิการ กองโยธาธิการ กองสรรพาวุธ จัดตั้งใหม่ 1 บก. คือ บก.อำนวยการ

 สำนักงานกำลังพล มี 3 บก. คือ กองทะเบียนพล กองอัตรากำลัง กองสวัสดิการ บวกกับ 2 หน่วยงานเทียบเท่ากองกำกับการ มี ผกก.เป็นหัวหน้า คือ กลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรบุคคลและฝ่ายอำนวยการ

 สำนักงานงบประมาณและการเงิน เดิมมีอยู่ 2 บก. คือ กองงบประมาณ และกองการเงิน จัดตั้งใหม่ 1 บก. คือ กองบัญชี บวกกับอีก 2 กองกำกับการ คือ ฝ่ายอำนวยการ และฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศด้านงบประมาณและการเงิน

 "ทั้ง 4 หน่วยงานเทียบเท่า บช.ที่จัดตั้งใหม่ เป็นหน่วยงานสนับสนุนการทำงานของตำรวจ บางหน่วยมีอยู่แล้ว บางหน่วยเคยมีแต่โดนยุบไปเมื่อครั้งปรับโครงสร้าง ตร.ปี 2548 แต่พอขาดหน่วยงานเหล่านี้ก็กลายเป็นอุปสรรคในการทำงาน โดยเฉพาะงานด้านอำนวยการ จึงจำเป็นต้องตั้งใหม่" พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าว

 ส่วนหน่วยงานเทียบเท่า บช.ที่เหลือเป็นหน่วยงานที่มีอยู่เดิม ได้แก่ สำนักงานกฎหมายและคดี มี 4 บก. คือ กองกฎหมาย กองคดีอาญา กองคดีปกครองและคดีแพ่ง สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน บวกกับฝ่ายอำนวยการ ซึ่งเป็นหน่วยงานเทียบเท่ากองกำกับการ มี ผกก.เป็นหัวหน้า และส่วนตรวจสอบสำนวนคดีอุทธรณ์และฎีกา มีรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) เป็นหัวหน้า

 สำนักงานข้าราชการตำรวจ มี 4 บก. มี ผบก.เป็นหัวหน้า คือ กองตรวจสอบและทะเบียนประวัติ กองมาตรฐานวินัย กองอุทธรณ์ กองร้องทุกข์ บวกกับฝ่ายอำนวยการ ฐานะเทียบเท่ากองกำกับการ มี ผกก.เป็นหัวหน้า

 สำนักงานจเรตำรวจ มี 11 บก. คือ บก.อำนวยการ และกองตรวจราชการ 1-10 โดย พล.ต.อ.วัชรพล บอกว่า จะพิจารณาโยกย้ายนายตำรวจที่ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปเป็นจเรตำรวจทำหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของตำรวจในเรื่องทั่วไปทั่วทั้งประเทศ

 "บุคคลที่ไปเป็นจเรตำรวจจะผ่านงานในหน่วยปฏิบัติงานที่หลากหลายมาก่อนแล้ว ทำให้เข้าใจในงาน จะได้นำประสบการณ์ที่มีอยู่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการตรวจสอบบุคลากรในองค์กรตำรวจ" พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว

 สำนักงานตรวจสอบภายในทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องการเงินหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยเฉพาะ มี 3 บก. คือ กองตรวจสอบภายใน 1-3 บวกกับฝ่ายอำนวยการ และกลุ่มงานพัฒนาการตรวจสอบภายใน มีฐานะเทียบเท่ากองกำกับการ มี ผกก.เป็นหัวหน้า

 นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานขึ้นตรงต่อสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีฐานะเทียบเท่า บก. อีก 6 หน่วย คือ สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ กองการต่างประเทศ กองสารนิเทศ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ กองบินตำรวจ และกองวินัย

 ส่วนปฏิบัติการเฉพาะทาง คือ สำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำ มี 2 บก. คือ บก.อำนวยการถวายความปลอดภัย และส่วนปฏิบัติการนายตำรวจราชสำนักประจำ