
ระเบิดเวลา!
คำแถลงการณ์ที่ทีมงาน "นพดล ปัทมะ" อดีตที่ปรึกษากฎหมาย "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อ้างว่าเขียนขึ้นโดย "ทักษิณ" เพื่อแสดงจุดยืนแนวทางการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 28 เมษายน แสดงให้เห็นว่า "ทักษิณ" เตรียมพร้อมเดินหน้า "สู้ต่อ"
และเห็นว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในระหว่างการประท้วงเกิดจากรัฐบาลและกลไกของรัฐบาล แต่กลับโยนความผิดไปให้ตน
พร้อมยังยืนยันว่า การชุมนุมเรียกร้องดังกล่าวเป็นการต่อสู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้องและจะไม่ยอมยุติการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตยของไทย แม้จะถูกหยุดยั้งโดยภาครัฐ
ดังนั้นการชุมนุมของ "คนเสื้อแดง" ที่ท้องสนามหลวง นำโดย "สมยศ พฤกษาเกษมสุข" แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) รุ่น 2 เมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา เป็นการ "เช็กกำลัง"
หลังจากรัฐบาลเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงหลายจุดในกรุงเทพฯ พร้อมกับประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้ผู้ชุมนุมต้องยอมสลายตัว
และทันทีที่รัฐบาลประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้เพียงวันเดียว "กลุ่มคนเสื้อแดง" ก็กลับมาชุมนุมต่อทันที
จะเห็นว่ามีคนเสื้อแดงและใส่เสื้อหลากสีเดินทางมาร่วมชุมนุมที่สนามหลวงหลายพันคน แม้ว่าในวันดังกล่าวจะไม่มีแกนนำคนเสื้อแดงรุ่น "สู้แล้วรวย" มาขึ้นเวทีก็ตาม
และมาชุมนุมเพียงวันเดียวเท่านั้น ก่อนจะแยกย้ายเดินทางกลับ
ยอดผู้ชุมนุมในครั้งนี้ "ผู้ใหญ่" หลายคนค่อนข้างพอใจ เพราะเห็นว่ามวลชนคนเสื้อแดงไม่ได้ล่าถอยไปจนหมด หลังจากการชุมนุมคนเสื้อแดงได้แปรเปลี่ยนสภาพจากการชุมนุมอย่างสงบที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนกรุงเทพฯ ในพื้นที่หลายจุด
หลายคนจึงมองว่า ผลจากยอดผู้ชุมนุมที่สนามหลวงน่าจะมีส่วนทำให้ "แกนนำ นปช." ที่หลบหนีหมายจับตามความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง พากัน "ทยอยเข้ามอบตัว"
เป็นการมอบตัวทั้งในกรุงเทพฯ และตามต่างจังหวัด โดยมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยเดินทางไปประกันตัวโดยใช้ตำแหน่ง ส.ส.ค้ำประกัน
และ "แกนนำ" ที่ม็อบตัวเชื่อว่า จากนี้ไปหากจะมีการจัดชุมนุมขึ้นอีกก็จะมีประชาชนคนเสื้อแดงมาสนับสนุนจำนวนมากอย่างแน่นอน
จากนี้ไป "คนเสื้อแดง" จะเริ่มทยอยจัดกิจกรรมตามต่างจังหวัด โดยเริ่มที่ จ.อุดรธานี ในวันที่ 2 พฤษภาคมนี้ จากนั้นจะไปที่ จ.ลพบุรี เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช และพัทลุง และจะกลับมาชุมนุมใหญ่และเดินขบวนที่กรุงเทพฯ ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม
สำหรับข้อเรียกร้องบนเวทีจะขอให้ปล่อยผู้ถูกจับกุม ยกเลิกหมายจับแกนนำ, คืนเสรีภาพสื่อโดยเฉพาะวิทยุชุมชน และดีสเตชั่น
อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่ม นปช.ในพื้นที่ภาคอีสาน จะเคลื่อนไหวทุกรูปแบบ โดยเฉพาะในรูปของ "ภาคประชาชน"
เริ่มต้นในวันที่ 30 เมษายนนี้ ที่โรงแรมดิ ไอยรา อ.เมือง จ.นครราชสีมา จะมีตัวแทนประชาชนหลากหลายสาขาอาชีพ จากหลายจังหวัดในภาคอีสาน อาทิ นครราชสีมา อุดรธานี ขอนแก่น หนองคาย ชัยภูมิ สุรินทร์ รวมทั้ง สระบุรี เข้าร่วมในการสัมมนา เพื่อเคลื่อนไหวขับเคลื่อนการต่อสู้ภาคประชาชน
จากนั้นไป การเคลื่อนไหวของ "คนเสื้อแดง" จะพยายามขยายมวลชน เพื่อรอใช้กำลังมวลชนอันมหาศาล ที่มาในนาม "เสื้อหลากสี" เตรียมนำไปกดดันรัฐบาลครั้งใหญ่
โดยจะให้เวลารัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ, รอฟังผลการตั้งกรรมการสอบสวนเหตุการณ์สลายผู้ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง
หากเห็นว่า "นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ไม่ทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อรัฐสภา ก็จะมาชุมนุมประท้วงกดดันครั้งใหญ่
ดังนั้นภาพการมอบตัวของ "แกนนำ" คนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 14 เมษายน จึงเป็นเพียงการ "ยอมแพ้ศึกเพื่อชนะสงคราม" นั่นเอง!



