
'กษิต'โต้แถลงการณ์'ฮุนเซน'
'กษิต' ซัดแถลงการณ์ 'ฮุนเซน' ย้ำทำดีเพื่อชาติมาตลอดชีวิต จวก เป็นตัวบ่อนทำลายความสัมพันธ์ไทย-เขมร อย่าเพ้อฝันว่าพท.'เป็นรัฐบาลแล้วจะได้พื้นที่ทับซ้อนทางบก-ทะเลไปฟรีๆ ลั่น สมบัติชาติไทยต้องเป็นของคนไทยทั้งประเทศ
24 ก.ย.54 นายกษิต ภิรมย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรมว.การต่างประเทศ แถลงกล่าวถึงกรณีที่ สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกแถลงการณ์ประณามนายกษิตว่า ควรจะอยู่กับบ้านดูแลตัวเอง ทำหน้าที่ให้คนไทยว่า เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วในการออกมาพูดเช่นนี้ เพราะสิ่งที่ตนทำมาตลอดเวลาคือ การปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ สมเด็จฮุนเซ็นไม่ต้องมาเตือน เพราะตนทำมาตลอดชีวิตอยู่แล้ว
อดีตรมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า ในแถลงการณ์ของสมเด็จฮุนเซ็นยังระบุอีกว่า ไม่ได้แทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย ตนอยากให้สมเด็จฮุนเซ็นได้ไปดูกฎบัตรอาเซียน ที่ท่านได้ลงนามและผูกมัดตัวเอง ประชาชนชาวกัมพูชา และผูกมัดต่อประชาคมอาเซียนอีก 9 ประเทศ แต่พฤติกรรมที่สมเด็จฮุนเซ็นได้ทำมาตลอด
โดยเฉพาะช่วงเวลารัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ นั้น เป็นการแทรกแซงกิจการภายในและถือหางกลุ่มการเมืองอีกฝ่ายหรือไม่ ซึ่งท่านต้องตอบกับประชาชนคมอาเซียนให้ได้ นอกจากนี้ ตนขอเรียกร้องให้สมเด็จฮุนเซนปฏิบัติตามกฎบัตรอาเซียนด้วย
'อยากฝากไปยังประชาชนทั้งชาวไทยและกัมพูชา ให้ช่วยส่งข้อมูลมาทางโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ ว่าพฤติกรรมของสมเด็จฮุนเซนต่อสังคมในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แทรกแซงและบ่อนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาหรือไม่
ที่มีการปะทะกันระหว่างทหารไทย -กัมพูชาบริเวณชายแดนในช่วงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ที่มากล่าวหาว่าไทยเป็นคนเริ่มก่อน แต่ทางแม่ทัพก็ออกมาปฏิเสธ ผมก็เชื่อตามที่แม่ทัพพูดว่าเป็นเช่นนั้น ท่านทำมาเพื่อหาเรื่องฟ้ององค์การสหประชาชาติ ศาลโลก คณะกรรมการมรดกโลก และอาเซียน องค์กรทั้งหมดก็ปฏิเสธว่าไม่ใช่
จึงเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าสิ่งที่สมเด็จฮุนเซนพยายามฟ้องร้องไทยนั้นเป็นเรื่องไม่จริง โดยเฉพาะล่าสุดที่ศาลโลกมีคำสั่งให้ถอนทหารออกจากพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร และให้ถอนทหารออกจากตัวปราสาทพระวิหาร ท่านคือผู้ที่บ่อนทำลายความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา และบ่อนทำลายความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอาเซียนด้วย
ดังนั้น จึงอยากให้ช่วยกันส่งข้อมูลเข้ามาว่า สมเด็จฮุนเซนมีพฤติกรรมแทรกแซงหรือไม่แทรกแซงกิจการภายในของไทย ขณะที่ฝ่ายไทยไม่เคยไปแทรกแซงกิจการภายในของกัมพูชา หรือของประเทศใดในสังคมโลก' นายกษิต กล่าว
อดีตรมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า กรณีที่แถลงการณ์ของสมเด็จฮุนเซนระบุว่า อยากคบหากับคนไทยโดยเฉพาะกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือบางคนที่มีข้อหาคดีอาญานั้น ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลของท่าน แต่ก็อยากให้กลับไปอ่านกฎบัตรของอาเซียนว่า ผู้นำประเทศต้องเคารพซึ่งกฎหมายเป็นสำคัญ การคบโจรเป็นสิ่งที่ผู้นำของประเทศพึงกระทำหรือไม่
ผู้ที่มีความเป็นศิวิไล ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนมาไม่ควรพึงกระทำสิ่งต่างๆ เหล่านั้น มันสร้างความเจ็บปวดให้กับประชาชนคนไทยและประชาชนอาเซียน ว่าทำไมถึงทำกันอย่างนี้ได้ มันเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่ยอมเคารพกฎเกณท์และถือเป็นส่วนหนึ่ง ในการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย ดังนั้น อยากฝากให้เป็นข้อคิดกับสมเด็จฮุนเซนให้ไปทบทวนกฎบัตรอาเซียน และอยากให้สมเด็จฮุนเซนได้ปรับตัวเสียใหม่ด้วย
“สังคมไทยไม่ใช่สังคมเผด็จการประชาธิปไตย เรามีความหลากหลายในสังคม การที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งแล้วจะญาติดีด้วย เพื่อให้ได้พื้นทีทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรไปฟรีๆ หรือสามารถดำเนินการจัดทำแผนบริหารจัดการพื้นที่ปราสาทพระวิหารตามกฎเกณท์ของคณะกรรมการมรดกโลก จะทำโดยไม่มีความสะเทือนต่อสังคมไทยคงเป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่ญาติดีกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หรือพ.ต.ท.ทักษิณแล้วจะได้พื้นที่ทับซ้อนดังกล่าวตามความปรารถนา
เพราะในรัฐสภาเรามีฝ่ายค้าน นอกสภาฯก็มีประชาชนชาวไทย ภาคสังคม และสื่อที่ต้องการความถูกต้อง เรามีรัฐธรรมนูญ รัฐบาลใดก็แล้วแต่ไม่สามารถทำตามอำเภอใจ รวมทั้งไม่สามารถเอาดินแดนไทยไปมอบให้สมเด็จฮุนเซนได้ เพราะหากสมเด็จฮุนเซนคิดเช่นนั้นก็คงจะเป็นความเข้าใจผิด เพราะมีความเพียรพยายามมาหลายยุคแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ” นายกษิตกล่าว
นายกษิต กล่าวต่อว่า ส่วนพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลทุกอย่าง ก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนและหลักการ เราประสงค์ให้รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ประพฤติด้วยความถูกต้อง การโยกย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาปัญหาพิพาทไทย-กัมพูชาที่มีความซื่อสัตย์ และเป็นมืออาชีพเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ
ดังนั้น อยากเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความเคารพต่อความซื่อสัตย์สุจริต เป็นมืออาชีพ ใช้คนดีทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และต้องช่วยกันบอกว่าพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลยังเจรจาไม่เสร็จ ดังนั้น จึงไม่ควรมีคนไทยคนใดยกทรัพย์สมบัติใต้ทะเลของประเทศชาติไปให้กับสมเด็จฮุนเซนเป็นอันขาด ซึ่งสมเด็จฮุนเซนก็ไม่ควรจะเพ้อฝันถึงที่ดินบนบกและทางทะเลของไทย
'การที่คิดว่ามีพรรคเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาลแล้วจะได้ทุกสิ่งทุกอย่าง การเตะฟุตบอล หรือการเชิญอดีตนายกฯ ไปกล่าวสุนทรพจน์ ให้คำแนะนำว่าจะพัฒนาระบบเศรษฐกิจอย่างไร ทั้งหมดไม่ได้นำไปสู่การจะได้มาโดยมิชอบเป็นอันขาด ยังมีคนไทยอีกกว่า 60ล้านคน ที่รักความถูกต้อง เขาคือเจ้าของทรัพยากรทั้งบนบกและทางทะเล ทุกสิ่งทุกอย่างต้องอยู่บนหลักเกณท์ของกฎหมาย
ในฐานะที่รู้จักสมเด็จฮุนเซนมาขอเตือนว่า อย่าคิดทำอะไรที่คิดแต่ว่าเสียงข้างมากในสภาฯไทย เขาดีด้วยแล้วจะอำนวยผลประโยชน์ให้ได้ ทรัพย์สมบัติของกัมพูชาเป็นของคนกัมพูชา ส่วนทรัพย์สมบัติของประเทศไทยก็เป็นของคนไทย ไม่ใช่เป็นทรัพย์สมบัติของสองครอบครัวที่จะมาปู้ยี่ปู้ยำกันได้ ไม่ว่าผมจะสวมหมวกใบใดก็จะไม่ยอมให้ทรัพย์สมบัติของประเทศชาติสูญหายเป็นอันขาด' นายกษิตกล่าว



