ข่าว

บ้านหมี่จมบาดาลหลายตำบลติดเกาะ

บ้านหมี่จมบาดาลหลายตำบลติดเกาะ

24 ก.ย. 2554

'ลพบุรี'วิกฤตหนักชาวบ้านหลายตำบลถูกตัดขาดจากโลกภายนอกแล้วกำลังขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มอย่างหนัก

      24 ก.ยง54 สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดลพบุรียังคงทวีความรุ่นแรงและเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบ้านหมี่จมบาดาลแล้วและมวลน้ำที่ไหลมาจากประตูระบายน้ำบางโฉมศรี อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ยังมีจำนวนมหาสารอยู่ ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำไหลลงสู่อำเภอบ้านหมี่และเข้าท่วมพื้นที่ 4 ตำบล คือ ตำบลบางพึ่ง ตำบลมหาสอน ตำบลบางขาม ตำบลบ้านชี มีมากกว่า 1000 ล้านลูกบาตรเมตรแล้ว ซึ่งมากกว่าเขื่อนป่าสัก 1 เขื่อนเสียอีก โดยแค่เพียงเมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา วันเดียวน้ำเพิ่มสูงขึ้นกว่า 70 เซ็นติเมตร จนชาวบ้านต้องขนสิ่งของหนีจากบ้านขึ้นพักอาศัยบนถนนสายบ้านท่าโขลง-บ้านหมี่จนกินเลนไปแล้ว 1 เลน

      ทั้งนี้ ซึ่งมวลน้ำดังกล่าวยังได้ทะลักเข้าท่วมตลาดเทศบาลท่าโขลง และอีกหลายตำบลของ อ.ท่าวุ้ง ทั้งตำบลเขาสมอคอน ตำบลโคกสลุด มุจลิน บางงา โดยที่ตำบลเขาสมอคอน จะเป็นตำบลที่ได้รับผลกระทบหนักสุดเนื่องจากมีพื้นที่ติดกับ อ.บ้านหมี่ โดยมีชาวบ้านจำนวนกว่า 10 หมู่บ้านติดเกาะเข้าออกจากพื้นที่ไม่ได้เนื่องจากน้ำท่วมถนนสูงรถไม่สามารถเข้าออกได้ และกำลังขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มแล้ว

      นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เตรียมแผนแก้ไขปัญหาด้วยการเตรียมขอกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยบัญชาการสงรามพิเศษจังหวัดลพบุรีจำนวนกว่า 100 นายเข้าทำสะพานในหมู่บ้านขึ้นเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าออกบ้านและออกมาหาซื้อสิ่งของได้เพื่อลดอาการเครียดของชาวบ้านลงก่อนและจะเร่งหาวิธีในการลดมวลน้ำจากประตูระบายน้ำบางโฉมศรีลงเพื่อลดน้ำเข้าสู่จังหวัดลพบุรี หากยังลดมวลน้ำไม่ได้โบราณสถานอย่างพระราชวังนารายณ์ก็อาจจะถูกน้ำท่วมได้เพราะอยู่ติดกับแม่น้ำลพบุรี

      สำหรับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ขณะนี้สถานการณ์ก็แย่ขึ้นหลังมีน้ำในอ่างเกินการเก็บกักแล้วอยู่ที่ระดับน้ำในอ่าง : + 43.23 ม.รทก.ปริมาตรน้ำ : 997.74 ล้าน ลบ.ม. ปริมาตรน้ำในอ่างคิดเป็น : 127.10 % ของความจุอ่างฯที่ระดับเก็บกักปกติ ปริมาณน้ำไหลลงอ่างทั้งหมดเท่ากับ : 1,066.64 ลบ.ม./วินาที หรือ 92.16 ล้าน ลบ.ม./วันระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนฯ : +16.76 ม.รทก.ปริมาณการระบายเวลา 6.00น.อัตราการระบายน้ำ 700.90 ม./วินาทีหรือ 60.56 ล้านลบ.ม.วัน

 

 

ลำเลียงถุงยังชีพพระราชทานช่วยเหยือน้ำท่วมภาคเหนือ

      จากกรณีในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ได้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง ใน 11 อำเภอ รวม 799 หมู่บ้าน และในพื้นที่ จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ผู้คนกว่า 400 ครัว เรือนทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำถูกน้ำท่วมมานานกว่า 1 เดือนแล้ว และคาดว่าจะต้องถูกท่วมอย่างนี้ไปจนถึงสิ้นปีอย่างแน่นอน เนื่องจากภายในสิ้นเดือนนี้ เขื่อนเจ้าพระยาจะระบายน้ำมากขึ้น ตามทิศทางของปริมาณน้ำเหนือเขื่อนจากจังหวัดนครสวรรค์ ที่ไหลงมาสมทบสร้างเดือดร้อนให้กับราษฎรเป็นอย่างมาก

      พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดให้ นางสมถวิล ยังอยู่ ผู้ช่วยเลขานุการในพระองค์ เป็นผู้แทนฯ นำกำลังพลของ กองทัพเรือ ลำเลียงถุงยังชีพพระราชทาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย จำนวน 2,077 ชุด ขึ้นรถบรรทุกชานต่ำของกองทัพเรือ ออกเดินทางจาก หน้ากองบังคับการ การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อนำเข้าให้ความช่วยเหลือราษฎรและพระภิกษุสงฆ์ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยน้ำท่วมใน ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ระยอง ที่ โรงเรียนนาวิกโยธินบูรณะ หมู่ 5 ต.จำปาหล่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง

      สำหรับประชาชน 1,305 ชุด พระภิกษุสงฆ์ 41 ชุด และบนถนนสายเอเชีย หลัก กม.ที่ 54 คลังน้ำมัน หมู่ 1 ต.ตลาดกรวด อ.เมือง จ.อ่างทอง สำหรับประชาชน 195 ชุด และพระภิกษุสงฆ์ 25 ชุด โดยทรงมอบหมายให้ผู้แทนพระองค์ นำถุงยังชีพพระราชทาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย แจกจ่ายให้กับราษฎรในวันอาทิตย์ที่ 25 ก.ย.นี้

      โดยนำเข้าให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ วัดสระตาแวว หมู่ 2 ต.พุคา อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี จำนวน 500 ชุด พระภิกษุสงฆ์ 11 รูป โดยทรงมอบหมายฯ ให้ผู้แทนพระองค์ นำถุงยังชีพพระราชทาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย แจกจ่ายให้กับราษฎรในวันอาทิตย์ที่ 25 ก.ย.54 ที่จะถึงนี้

      นางสมถวิล ยังอยู่ ผู้ช่วยเลขานุการในพระองค์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงมีความห่วงใยราษฎรที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ จนทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม จึงได้นำสิ่งของพระราชทานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยากสภา สภากาชาดไทย เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นการเร่งด่วน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัยในเบื้องต้นแล้ว ยังเป็นการแบ่งเบาพระราชภาระในพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการดูแลผู้ประสบภัยในเบื้องต้นอีกด้วย

      สำหรับการบรรจุถุงยังชีพ พระราชทานนี้ กองทัพเรือได้สนับสนุนกำลังพลจากหน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือ มาช่วยในการจัดบรรจุถุงยังชีพพระราชทานได้แก่ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหาร เรือ ข้าราชการทหารเรือในพื้นที่สัตหีบ กองรักษาความปลอดภัย กองการบินทหารเรือ เจ้าหน้าที่อาสากาชาด สภากาชาดไทย 9 จ้าหน้าที่จากเทศบาลเมืองสัตหีบ,ชมรมไทเก็ก รวมถึงข้าราชบริพารในพระองค์แล้ว กองทัพเรือยังได้สนับสนุนกำลังพล รถบรรทุกชานต่ำ ลำเลียงถุงยังชีพพระราชทานเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยยังพื้นที่ต่างๆ ตามพระประสงค์อีกด้วย

      ขณะนี้ได้มีผู้แทนจาก จังหวัดต่าง ๆ อาทิ อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ร้อยเอ็ด สิงห์บุรี ลพบุรี อยุธยา อ่างทอง และอีกหลายๆ จังหวัด ที่ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อขอรับการสนับสนุนถุงยังชีพพระราชทาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย อีกเป็นจำนวนมาก และเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดให้ บรรจุถุงยังชีพเพิ่มเติม ณ สนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง จำนวนกว่า 9,000 ชุด เพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือราษฎรที่กำลังประสบอุทกภัยอยู่ในขณะนี้

      อย่างไรก็ตาม พร้อมกับขอเชิญชวนผู้ที่มีจิตศรัทธาและมีจิตใจอันเป็นกุศล ที่จะให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบอุทกภัยอยู่ในขณะนี้ สามารถทูลเกล้าฯ ถวายเงินร่วมบริจาคสมทบทุนเข้ามูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย ได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ทุกสาขาทั่วประเทศ


ปล่อยไฟฟ้าเข้าตาข่ายเหล็กป้องกันจระเข้หลุด

      นายอมร จิตพินิจมาศ เจ้าของฟาร์มจระเข้อุทัยธานี ตัดสินใจนำตาข่ายเหล็กเสริมความสูงให้รั้วฟาร์มเลี้ยงจระเข้ของตนเองอีกประมาณ 1 เมตร พร้อมปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าตาข่ายเหล็ก เพื่อป้องกันจระเข้ที่เหลือในฟาร์มประมาณ 1,000 ตัวหลุดออกไปภายนอก

      นอกจากนี้ ยังได้นำทีมจับจระเข้ เข้าทำการค้นหาและจับจระเข้ที่หลงเหลือในฟาร์ม ที่ถูกน้ำท่วมสูง 2 เมตร แต่การล่าจับจระเข้ในฟาร์มครั้งนี้ เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะระดับน้ำที่ท่วมสูง ทำให้การค้าหายากขึ้น อย่างไรก็ตามเจ้าของฟาร์มจระเข้อุทัยธานี เชื่อว่ามาตรการเสริมตาข่ายเหล็กรอบฟาร์มเลี้ยงพร้อมปล่อยกระแสไฟฟ้าจะป้องกันไม่ให้จระเข้หลุดออกนอกฟาร์มช่วงน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี เพราะถ้าจระเข้ปีนขึ้นกำแพงโดนกับตาข่ายที่ทีกระแสไฟ ก็จะถูกไฟฟ้าช๊อตจนตัวชาและตกลงไปบ่อเลี้ยงตามเดิม

 

น้ำล้นแนวกระสอบทรายกั้นตลิ่งท่วมถนนทางเข้าตัวเมืองอุบลฯ

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำในแม่น้ำมูลน้อยได้เอ่อท่วมกระสอบทรายที่กั้นถนนทางหลวงชนบท อบ.3058 เชื่อมต่อถนนสรรพสิทธิประสงค์ เป็นถนนที่เข้าตัวเมืองอุบลราชธานี น้ำท่วมยาวกว่า 300 เมตร ระดับน้ำสูงจากผิวถนน 50 เซนติเมตร กรมทางหลวงได้ให้ประชาชนที่จะเข้าตัวเมืองอุบลราชธานีได้ไปใช้เส้นทางรอบเมืองเข้าเส้นสี่แยกไฟแดงยโสธรถนนแจ้งสนิทแทนเส้นทางหลวงชนบทแทน เนื่องจากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหากใช้เส้นทางหลวงชนบทอาจทำให้เครื่องยนต์ได้รับความเสียหายและอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ขณะที่น้ำมูลในตัวเมืองอุบลราชธานีระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นจากวานนี้ 8 เซนติเมตร ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 2.16 เมตร เป็นน้ำท่วมขัง ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำโขงได้เริ่มลดระดับลงต่ำโดยลดลงจากวานนี้ 6 เซนติเมตร

       ขณะที่ชาวบ้านทัพไทย ตำบลแจระแม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี น้ำมูลได้เอ่อท่วมทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากชาวบ้านได้คาดการณ์ผิดว่าน้ำจะไม่ท่วมสูงจึงทำให้ไม่ได้เตรียมตัวขนย้าย ทำขนของหนีน้ำท่วมไม่ทันข้าวของเสียหายเนื่องจากเก็บของหนีน้ำไม่ทัน ขณะที่ชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน

       ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานี ณ ปัจจุบันมีพื้นที่ถูกน้ำท่วม จำนวน 4 อำเภอ ได้แก่เภอเมืองอุบลราชธานี อำเภอวารินชำราบ อำเภอโขงเจียม อำเภอตาลสุ่ม มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจำนวน 3,999 ครัวเรือน โดยแยกเป็นอำเภอเมืองอุบลราชธานี เทศบาลนครอุบลราชธานี 1,851 ครัวเรือน 6,898 คน อพยพ 569 ครัวเรือน 1,289 คน ตำบลแจระแม อพยพ 392 ครัวเรือน 1,718 คน อำเภอวารินชำราบ เทศบาลเมืองวารินชำราบ 1,595 ครัวเรือน 5,528 คน อพยพ 535 ครัวเรือน 1,991 คน อำเภอโขงเจียม อพยพ 115 ครัวเรือน 380 คน อำเภอตาลสุม 46 ครัวเรือน 135 คน อพยพ 15 ครัวเรือน 49 คน

 

น้ำปาวเริ่มทะลัก นอภ.เมืองกาฬสินธุ์ ระดมชาวบ้านกั้นทางน้ำ

       บริเวณบ้านท่าสีดา ตำบลลำพาน นายนิคม  ปัญจวัฒน์ นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ดาบตำรวจสมคิด  นันทสมบูรณ์ นายกเทศมนตรีตำบลลำพาน ระดมชาวบ้านกว่า 50 คน ช่วยกันนำกระสอบทรายไปขวางกั้นรองน้ำหลังพบว่าปัญหาการระบายน้ำของเขื่อนลำปาวส่งผลให้ ลำน้ำพาน ซึ่งเป็นลำน้ำสายรองในแม่น้ำปาวหนุนสูงซึ่งได้เริ่มไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรได้รับความเสียหายแล้วกว่า 2 พันไร่

       ดต.สมคิด  นันทสมบูรณ์ นายเทศมนตรีตำบลลำพาน เกรงว่า การระบายน้ำที่เพิ่มขึ้นของเขื่อนลำปาวอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่แห่งนี้ซึ่งในอดีตเมื่อปี 2544 เคยเกิดน้ำท่วมใหญ่และน้ำจำนวนนี้ยังจะไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ทั้งนี้การปิดกั้นแม่น้ำเป็นเพียงการชะลอที่จะต้องดูปริมาณฝนซึ่งหากตกลงมาไม่เกิน 1 สัปดาห์บ้านเรือนกว่า 500 หลังคาเรือนก็จะถูกน้ำท่วมทันที

       สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในภาพรวมในพื้นที่ราบลุ่มฝั่งแม่น้ำชีและแม่น้ำปาวยังคงขยายวงกว้างและจากปัญหาน้ำเขื่อนมากกว่าปริมาณกักเก็บที่ 2,024 ล้าน ลบ.ม.ก็ยังคงทำให้พื้นที่ทายน้ำด้านอำเภอเมือง อำเภอหนองกุงศรี อำเภอห้วยเม็ก มีบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมสูง 2 เมตรมากกว่า 250 หลังคาเรือนซึ่งในขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดยังคงเร่งให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง