ข่าว

ถอดรหัสธรรมพระเกษม'เบิกบุญ'

ถอดรหัสธรรมพระเกษม'เบิกบุญ'

24 ก.ย. 2554

ถอดดรหัสธรรม "พระเกษม" "เบิกบุญ-กระตุ้นเทวดา-ขจัดเครื่องราง": รายงาน

           "ข้าฯ ผิดมากที่เคยรับของที่ผิดวินัย ทำให้เกิดอานิสงส์ร้ายแก่ผู้ถวายมากมากมาย ฉะนั้นข้าฯ จึงขอแก้ไขการสอนทั้งหลายที่สอนผิดไปด้วยความมักง่าย เช่นที่ข้าฯ เคยบอกว่า เงิน 1 บาท ถวายแก่พระอรหันต์มีผลมากมายนับไม่ได้ แต่ให้แก่ภิกษุผู้ทรงศีลมีผลน้อยกว่า แต่อันที่จริงแล้ว ผลบาปที่ได้นั้นก็มีมากมายนับไม่ได้เหมือนกัน นับจากนั้นข้าฯ จะพยายามพาคณะวัดสามแยกค้นคว้า เมื่อพบเห็นอะไรที่ผิดจะพยายามแก้ไขให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัยต่อไป"

           ถ้อยปฏิญาณข้างต้นเป็นเพียงเนื้อหาบางตอนจากคู่มือ"อุทิศบุญที่ได้ผล" ของ พระเกษมอาจิณณสีโล เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ เจ้าของคลิปวิดีโอ "แบบนี้เรียกว่าอยากดังหรือเปล่า" คลิปธรรมะแนวฮาร์ดคอร์ คำสบถและกิริยาผาดโผนเกินสงฆ์บรรจุเต็มเกือบ 30 นาที กระทั่งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากพุทธศาสนิกชนและพระผู้ใหญ่ กระทั่ง พระมหาพงศ์นรินทร์ฐิตวํโส ประธานกลุ่มกัลยาณมิตรเพื่อการเสริมสร้างเครือข่ายวิถีพุทธ (กคพ.) ย้ำว่า ไม่เหมาะสม พร้อมเปรียบเปรยกับเด็กสาวเต้นท่า "คันหู" ยกแข้งยกขาดูไม่เหมาะสม

           ทว่าอีกแง่มุมหนึ่งสไตล์การเทศน์แบบพระเกษมกลับได้รับศรัทธาจากชาวพุทธจำนวนไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะบทที่ว่า "ปฏิทินเบิกบุญตลอดชีวิต" ระบุว่าทำบุญทำทาน แล้วส่งบุญได้โดยคิดในใจทันที...เบิกบุญที่ทำมาแล้วส่งบุญได้ตลอดเวลาโดยคิดในใจทันที...ก่อนนอนเบิกบุญจ่ายให้โดยคิดในใจว่า...ขออำนาจพุทธ ธรรม สงฆ์ จงบันดาลบุญข้าให้แก่นายเวรที่มาถึงข้า เทพที่รักษาข้า และเทพผู้เป็นใหญ่อยู่ ณ สถานที่นี้ เมื่อได้รับบุญแล้วช่วยดูแลข้าขณะที่หลับ อย่าให้ผู้ใดส่งสัญญาณก่อกวนข้าโดยทางฝัน และหากมีอันตรายจะมาถึงจงส่งสัญญาณให้ข้าทราบล่วงหน้าด้วย แล้วข้าจะอุทิศบุญให้อีก"

           ส่วนผู้ประกอบทำมาค้าขายพระเกษมแนะว่า ควรเบิกบุญส่งให้กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ ก.เทวดารักษาเจ้าของร้าน ข.เทวดาสถิตที่ร้าน ค.เทวดาที่ช่วยทำการค้าขาย ง.ผีที่สถิตกับของที่นำมาขาย จ.เทวดารักษาลูกค้าที่มาซื้อของ ฉ.นายเวรที่มาถึงร้าน

           "วิธีกระตุ้นให้เทวดาให้ขยันช่วยทำงาน คือ ตกลงแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ตามผลงานที่เทวดาช่วยให้กิจการกำไรดี ส่วนวิธีชวนเทวดานั้นให้ไปที่วัดไหนก็ได้ที่คิดว่ามีเทวดามาก แล้วคิดในใจว่า...ขอให้ค้าขายดีจะแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ร้อยละ 10 คือค้าขายได้กำไร 100 บาท จะแบ่งบุญให้ 10 บาท แล้วอุทิศให้เพื่อเป็นค่าตอบแทน ขอเชิญท่านไปสถิตที่บ้านข้าได้"

           ความแตกต่างระหว่างคำสอนของพระรูปนี้กับพระส่วนใหญ่ในดินแดนพุทธนั้นพระเกษมบอกว่า คนไหนมีเครื่องรางของขลัง หรือบ้านไหนมีเครื่องรางของขลังจะเห็นกระแสป้องกันห่อห้อมบ้านนั้นไว้ คนในบ้านจะอุทิศบุญไม่ออก จะรับบุญได้ลำบาก บอกตรงๆ แม้แต่พระพุทธที่เขาเสกมา ยังมีอำนาจอำนาจป้องกัน ฉะนั้นหากใครอยากอุทิศบุญได้โดยสะดวกคล่องแคล่ว และอยากให้ญาติทิพย์ช่วยเหลือได้โดยสะดวก ให้นำของเหล่านี้ออกจากบ้านให้หมด

           "ถ้าใครไม่อยากเอาออกก็อยู่ด้วยกับกับปีศาจต่อไป เมื่อเขามีความทุกข์ทรมานอยู่ ย่อมทำให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านทุกข์ทรมานเช่นเดียวกัน แล้วจะมาโทษว่าทำบุญมามากแล้วอุทิศบุญมาก็มาก ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นเลย อย่ามาพูดให้ได้ยิน มันทุเร้ศ ทุเรศ คนแบบนั้น..."

           ส่วนการทวงหนี้พระเกษมชี้ทางสว่างว่า ถ้าเขา (ลูกหนี้) ไม่มีเงินที่จะให้เรา ก็ต้องยอมช่วยเขาให้มีเงินเสียก่อน เมื่อเขามีเงินแล้วจึงจะนำเงินมาใช้หนี้เราได้ แต่ถ้าเขาไม่มีเงินจริงๆ ต่อให้เทวดาที่ไหนก็ช่วยให้เขานำเงินมาให้ไม่ได้ เพราะเขาไม่มีจริงๆ ฉะนั้นเราต้องช่วยทำให้เขามีเงินเสียก่อน เมื่อเขามีเงินแล้ว เราจึงสั่งเทวดาไปดลบันดาลให้เขานำเงินมาใช้หนี้เรา

           ในช่วงท้ายของคู่มือธรรมะฉบับพระเกษมล้อมกรอบข้อความปริศนาธรรมไว้ว่า "อาบัติทั้งหมดเป็นของเล็กน้อยสำหรับพระอรหันต์ เพราะตายจากแล้วก็แล้วกันไป โทษไม่มีแก่อรหันต์ แต่มีแก่พระอรหันต์บางส่วนมีโทษให้ผู้อื่นมาก ฉะนั้นแม้เป็นพระอรหันต์ก็เรียน ถ้าพระอรหันต์ทำผิดผู้อื่นควรเตือนให้ท่านรู้"

           กล่าวถึงเจ้าสำนักสงฆ์ป่าสามแยกนับเป็นพระอีกรูปหนึ่งที่ใช้ช่องโซเชียลมีเดียในการเผยแผ่ธรรมะ โดยเปิดเว็บไซต์สามแยก ดอทคอม พร้อมเปิดกระดานสนทนาธรรมะในโลกออนไลน์ชื่อ "ธรรมะทาร์ซาน" ตอนหนึ่งพูดถึงเรื่อง "การจัดการเรื่องโรงทานในวัด" เนื้อหาบางส่วนระบุว่า1.ทำแท้ง ฆ่าสัตว์... ต้องแก้ไขอย่างไรเมื่อสำนึกผิด 2.กราบไหว้พระพุทธเจ้าให้คุ้มครอง...ชื่อว่าปฏิบัติผิด 3.ผู้ที่ทำลายศาสนาพุทธได้ คือ เหล่าพุทธบริษัท 4 (ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา) 4.สัตว์ที่ตายจากสวรรค์...ส่วนมากไปนรก และ 5.การบูชาพระพุทธเจ้า คือการประพฤติธรรมให้สมควรแก่ธรรม

           ขณะที่ธรรมชุด"แสดงธรรมวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาปี 51" บอกว่า 1.ควรทำตัวให้เทวดากราบไหว้ 2.กราบไหว้ให้รู้จักพอดี - อย่าติดอยู่เพียงแค่การกราบไหว้ 3.ให้พากันอ่านพระไตรปิฎก 4.นรกพวกนักดนตรี - นักเต้น และภาวะสุดท้าย ฯลฯ

           ถึงบรรทัดนี้ต้องย้ำแบบเขียนเส้นใต้ให้ชัดเจนว่าทุกตัวอักษรที่ปรากฏในงานเขียนชิ้นนี้ มิใช่การชี้นำ หรือดูหมิ่นเสียดสีผู้ใด เพราะเขียนภายใต้ความเคารพต่อความเชื่อส่วนบุคคลของทุกท่าน... สาธุ สาธุ