ข่าว

'ปู'ไม่หวั่นหุ้นไทยร่วงแตะ50จุด

'ปู'ไม่หวั่นหุ้นไทยร่วงแตะ50จุด

23 ก.ย. 2554

'ยิ่งลักษณ์' ไม่หวั่นหุ้นไทยร่วงแตะ 50 จุด ชี้แค่นักลงทุนช็อกข่าวเศรษฐกิจโลก ธปท.รับเศรษฐกิจเสี่ยงขึ้น-หนักใจชี้ทิศดอกเบี้ย

          23ก.ย.2554 เวลา 16.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ตลาดหุ้นไทยตกโดยติดลบลงแตะถึง 50  จุดเป็นประวัติการณ์ว่า เรื่องนี้เป็นผลมาจากเศรษฐกิจตลาดโลกที่มีการปรับเกรดของตัวบริษัท แต่ในส่วนตลาดหุ้นของไทยเชื่อว่าอาจจะเป็นช่วงสั้นๆเพราะเรามีการเตรียมพื้นฐานของไทยไว้แล้ว

          โดยเราต้องสร้างความแข็งแรงในประเทศให้ดี เพื่อที่การผันผวนของเศรษฐกิจตรงนี้จะได้ไม่กระทบไทยมากหวังว่าในเบื้องต้นคงเป็นการตกใจในเรื่องข่าวสารมากกว่าแต่จริงๆแล้ว เป็นผลที่รับมาต่อเนื่อง โดยรวมเราคงไม่กระทบมากเพราะในภารพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หรือยุโรปเองก็อิมแพคหรือได้ผ่านผลกระทบไปเกือบหมดแล้ว เชื่อว่าเป็นผลจากเรื่องข่าวเท่านั้น และเราคงจะเร่งฟื้นฟูในเรื่องความมั่นใจกลับมา

          ซึ่งอยู่ที่เราจะต้องช่วยกันสร้างความเชื่อมั่น เพราะเชื่อว่าพื้นฐานเศรษฐกิจในเรื่องของการเติบโตยังดีอยู่โดยเฉพาะตลาดเอเชียที่เป็นตลาดที่เราต้องหันกลับมาให้ความสนใจ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง เนื่องจากเศรษฐกิจของสหรัฐฯและยุโรปผันผวน ดังนั้นเราต้องมาสร้างความแข็งแรงร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งเรื่องความสัมพันธ์ต่างๆเราต้องเร่งดำเนินการฟื้นฟูโดยเร็ว

          ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ในขณะนี้จำเป็นต้องทบทวนนโยบายประชานิยมที่รัฐบาลกำลังจะเริ่มต้นหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะประชานิยมตรงนี้จะเป็นสิ่งที่จะทำให้เราแข็งแรงในการสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งนโยบายของรัฐบาบลมี 2 ส่วนคือ นโยบายการสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจในประเทศไม่ว่าจะเป็นการลดหนี้ การเพิ่มรายได้ในครัวเรือน

          แต่ขณะเดียวกันระยะยาวต้องดูเรื่องโครงสร้างพื้นฐานไม่ว่า เรื่องรถไฟ หรือโครงการเม็กกะโปรเจกต่างๆ ด้วย แต่เรื่องต่างประเทศเราต้องเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสร้างความเชื่อมั่นในแต่ละประเทศซึ่งวันนี้เราทำอยู่แล้วเชื่อว่าให้ประชาชนให้รับรู้ข่าวสารไปสักพักสถานการณ์ก็น่ากลับคืนมา ในภาพรวมแม้ว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิตลาดโลกแต่ส่วนการลงทุนยังมีอยู่ ไทยเรายังเปิดกวาดรับการลงทุนอยู่

 

หุ้นไทยร่วง39จุดตามตลาดนอกธปท.รับเศรษฐกิจเสี่ยงขึ้น


           ทั้งนี้ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 22 กันยายน มีแรงเทขายออกมาอย่างหนัก เมื่อปิดตลาดดัชนีปรับตัวลงมาอยู่ที่ 990.59 จุด ลดลง 39 จุด หรือ 3.79% ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2554 มูลค่าการซื้อขายรวม 32,481.33  ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,700.53 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 1,068.54 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 93.68 ล้านบาท และนักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 3,675.39 ล้านบาท

           นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงมากตามทิศทางตลาดต่างประเทศที่ปรับลงแรง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบใหม่ (QE3) ตามที่ตลาดคาดหวังไว้ จึงกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้งตลาดหุ้นไทย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจของไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี และมาตรการภาครัฐที่ออกมาก็ช่วยกระตุ้นบรรยากาศในการลงทุนให้ดีขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องน่ากังวล ดังนั้น ขณะนี้จึงยังไม่จำเป็นต้องทำอะไร

           สำหรับแนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นไทยนั้น  นายชัย จิระเสวีนุประพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) พัฒนสิน กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยน่าจะปรับตัวลงต่อ หากยังอิงปัจจัยตลาดต่างประเทศ ซึ่งมีแต่ปัจจัยลบรอบด้าน โดยแนวรับแรกอยู่ที่ 975 จุด และแนวรับต่อไป 962 จุดจึงควรชะลอการลงทุน

           ด้านนายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการ สำนักเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.มีการจับตาเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นอย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่การประชุมครั้งที่ผ่านมาแล้ว และจะเป็นประเด็นที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะนำมาพิจารณานโยบายดอกเบี้ยในกาประชุมครั้งต่อไป เช่นเดียวกับเรื่องแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่ยังสูงอยู่

           ขณะที่นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพ การเงิน ธปท. กล่าวว่า ความเสี่ยงด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีมากขึ้น ทำให้การประชุมกนง.ครั้งต่อไปตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยยากมากขึ้น เพราะทุกครั้งเห็นชัดเจนว่าความเสี่ยงจากเงินเฟ้อสูงกว่าความเสี่ยงจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ความเสี่ยงจากการขยายตัวสูงขึ้นจริงๆ

           นางสาววงษ์วธู โพธิรัชต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง ธปท. กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทไทยช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีความผันผวนที่ค่อนข้างมาก แต่ถ้าดูเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันระดับความผันผวนยังคงอยู่ที่ระดับ 3.5-4.5% ซึ่งเป็นระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบประเทศอื่นในภูมิภาค รวมทั้งยังอยู่ในวิสัยที่ผู้ประกอบการภาคธุรกิจยอมรับได้ เนื่องจากความผันผวนที่เกิดขึ้นเป็นไปในลักษณะ 2 ทิศทาง โดยมีทั้งอ่อนค่าและแข็งค่าสลับกันไป

 

'ยิ่งลักษณ์'หนุนบทบาทสตรีในสังคมระบุหญิง-ชายมีสิทธิเท่าเทียมกัน

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "เพราะฉันคือเด็กผู้หญิง" (Because I am a girl) ที่สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมทั้งปาฐกถาในหัวข้อบทบาทของผู้หญิงในสังคมและความเท่าเทียมของหญิง-ชาย โดยมีนางโซคอร์โร พิเนเด้ คิวบาร์รูเบีย ผู้อำนวยการองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล (สำนักงานประเทศไทย) และนายมาร์ค เทย์เลอร์ เพียซ ผู้อำนวยการองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ในภูมิภาคเอเชียให้การต้อนรับ

          โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า ไทยพร้อมสนับสนุนสิทธิเด็กหญิง และสตรีร่วมกับองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนลนี้ด้วย โดยที่ผู้ชายต้องคำนึงถึงความสำคัญ ต้องมีการส่งเสริมการศึกษาและสิ่งสำคัญต้องเริ่มจากครอบครัว พ่อ แม่ พี่น้อง ทั้งเพศชาย-หญิง

          ซึ่งต้องไม่มีการเลือกปฏิบัติ เพราะทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันตามกฎหมาย อย่างไรก็ดีที่ตนมายืนตรงนี้ได้เพราะการสนับสนุนของ พ่อ แม่ พี่ชาย น้องชาย พี่สาว และตนขอขอบคุณประเทศไทยและคนไทยให้โอกาสตัวเองมายืนตรงนี้ ที่จะทำงานให้ประชาชนและประเทศชาติต่อไป

          ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีจะร่วมลงนามรณรงค์สนับสนุนในเรื่องความเท่าเทียมของหญิง-ชาย และสนับสนุนเพื่อเด็กหญิงและเยาวชนสตรีอีกด้วย