
ไฟเขียวปล่อยกู้อุ้มธุรกิจท่องเที่ยวขีดเส้นยื่นไม่เกิน31ก.ค.-ประกันภัยชาวต่างชาติ6เดือน
ครม.อนุมัติแผนอุ้มผู้ประกอบการท่องเที่ยว ตั้งวงเงิน 5 พันล้านให้เอสเอ็มอีแบงก์ปล่อยกู้รายละ 5 ล้านบาท ขีดเส้นยื่นขอกู้ภายใน 31 กรกฎาคม พร้อมไฟเขียวรับประกันความเสี่ยงชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยรายละ 1 หมื่นดอลล์ เพิ่มความมั่นใจ
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยว โดยให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) นำเงินจากโครงการเอสเอ็มอีทาวเวอร์มาช่วยเหลือผู้ประกอบการวงเงิน 5,000 ล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการที่มีขนาดธุรกิจไม่เกิน 200 ล้านบาท สามารถขอกู้ได้ไม่เกิน 5 ล้านบาท มีระยะปล่อยกู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นในปีแรก คิดอัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ลบ 3% เป็นเวลา 2 ปี และปีที่ 3 จะเป็นไปตามที่เอสเอ็มอีแบงก์กำหนด
ทั้งนี้ การปล่อยสินเชื่อดังกล่าว ผู้ประกอบการสามารถใช้บุคคลค้ำประกันไขว้กันได้ หรือใช้เครื่องจักร อสังหาริมทรัพย์มาค้ำประกันก็ได้ และหากไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สามารถให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันได้ อัตราดอกเบี้ย 0.25% โดยได้กำชับเอสเอ็มอีแบงก์ให้พิจารณาคำขอกู้ให้เสร็จภายใน 15 วัน และให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวยื่นคำขอกู้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ พร้อมทั้งให้สมาคมด้านการท่องเที่ยวทั้ง 8 แห่ง คัดเลือกผู้ประกอบการเพื่อส่งรายชื่อให้เอสเอ็มอีแบงก์พิจารณาเพื่อความรวดเร็ว ส่วนผู้ประกอบที่ไม่สังกัดสมาคมด้านการท่องเที่ยว ก็สามารถขอกู้ได้เช่นกัน
นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบแนวทางการรับประกันความเสี่ยงจากการเดินทางเข้ามาในประเทศ โดยกระทรวงการคลังกำลังคัดเลือกบริษัทประกันภัยเอกชนให้เข้ามารับประกันความเสี่ยงของชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยและเจอกับเหตุจลาจล จะได้รับการประกันภัยเป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมนี้ โดยรัฐบาลจะเป็นผู้ชดเชยความเสียหาย วงเงินประมาณ 200 ล้านบาท ด้วยการประกันภัยจลาจลไม่เกินรายละไม่เกิน 1 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ หากได้รับบาดเจ็บ ไม่มีที่พัก หรือได้รับความเสียหายจากเหตุจลาจลในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย
นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่มีขนาดธุรกิจเกิน 200 ล้านบาท ที่ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาทนั้น รัฐบาลกำลังพิจารณาจัดหาแหล่งเงินทุนหรือให้เอสเอ็มอีแบงก์พิจารณาว่ามีวงเงินเพียงพอที่จะปล่อยกู้หรือไม่ ซึ่งรายละเอียดเอสเอ็มอีแบงก์กำลังหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง



