ข่าว

'เขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว'

'เขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว'

24 ก.ย. 2554

'เขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว'นับถอยหลังรอการสานต่อ โดย...ธีระ แสงสุรเดช

      ด้วยสภาพภูมิศาสตร์และทำเลที่ตั้งของจังหวัดสระแก้วที่เอื้อต่อการพัฒนา เพราะตั้งอยู่ระหว่างแนวเขตพื้นที่ตามแนวเส้นทางการพัฒนา ภายใต้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอนุภาคลุ่มน้ำโขง หรือ GMS และยุทธศาสตร์การพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ACMECS โดยมีอำเภออรัญประเทศ เป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนเชื่อมต่อกับกัมพูชา-เวียดนาม ที่สำคัญของประเทศ 

      อีกทั้งเป็นจุดผ่านแดนที่ตั้งอยู่บนเส้นทางที่สามารถเชื่อมถึงกรุงเทพฯ รวมถึงพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และผ่านเลยเข้าไปในกัมพูชา-เวียดนามได้โดยตรงตามเส้นทางอรัญประเทศ-พนมเปญ-โฮจิมินห์ซิตี้ ขณะที่ปัจจัยอีกด้านคือ มีเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Southern Economic Corridors (SEC) เชื่อมโยงทางเศรษฐกิจจากพม่า-กรุงเทพฯ-สมุทรปราการ-ชลบุรี-สระบุรี-นครนายก-ปราจีนบุรี-กัมพูชา-เวียดนาม

      รวมถึงการมีเส้นทางอินเตอร์ ลิงก์ (Inter Link) ตัดผ่านไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยหรือผ่านจากภาคใต้ของกัมพูชา-พนมเปญ-สู่ภาคเหนือของกัมพูชา-เวียดนาม และการมีเส้นทางรถไฟที่จะเชื่อมจากกัมพูชา-อรัญประเทศ-ปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรา-กรุงเทพฯ ปัจจัยข้างต้นเหล่านี้ ถือว่าเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จังหวัดสระแก้ว ได้นำมาใช้เพื่อกำหนดกรอบการพัฒนามุ่งสู่ความเป็น “ศูนย์กลางลอจิสติกส์ของอินโดจีน”

      ในการดำเนินการทางจังหวัดสระแก้วได้ให้ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ศึกษาข้อมูลเพื่อประเมินถึงศักยภาพและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งสถานีขนถ่ายสินค้า รองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนด้านอรัญประเทศ เมื่อปลายปี 2553 ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของจังหวัด

      “ศูนย์กลางลอจิสติกส์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศของอินโดจีน ถิ่นพืชพลังงาน อาหารปลอดภัย” รองรับการกระจายตัวของสินค้าจากภูมิภาคใกล้เคียงสู่ประเทศเพื่อนบ้านและพัฒนาศักยภาพด้านเศรษฐกิจให้เติบโตในอนาคต

      ส่วนการศึกษาทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ศึกษาข้อมูลเชิงลึกและลงสำรวจพื้นที่ชายแดน เพื่อประเมินถึงศักยภาพและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งสถานีขนถ่ายสินค้ารองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนด้านอรัญประเทศ สอดคล้องกับที่กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายที่จะจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยเห็นว่าพื้นที่อำเภออรัญประเทศมีความเหมาะสมที่จะเป็นพื้นที่เป้าหมาย

      สำหรับนิคมอุตสาหกรรมที่จะเป็นแหล่งผลิตสินค้าต่างๆ บริเวณชายแดนก่อนส่งผ่านกัมพูชาไปยังเวียดนามและจีนตอนใต้ ทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้คัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมในการศึกษา 5 แห่ง ใน 3 อำเภอชายแดน จากการศึกษาของทีมวิจัยพบว่า พื้นที่บริเวณบ้านหนองเอี่ยน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ก่อนถึงตลาดโรงเกลือนั้นเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมหลายประการที่เหมาะสมกับการพัฒนาเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

      กล่าวคือ  เป็นพื้นที่ที่เคยมีการปรึกษาหารือและวางแผนการเปิดจุดผ่านแดนถาวรร่วมกัน มีโครงข่ายทางถนนเพื่อการขนส่งสินค้า มีโครงการตัดถนนเส้นทางเลี่ยงเมือง มีพื้นที่ว่างเปล่าจำนวนมาก มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน มีแหล่งน้ำ มีแรงงานในพื้นที่จำนวนมากและราคาถูก นอกจากนี้ บ้านหนองเอี่ยนยังเป็นเขตติดต่อกับจังหวัดบันเตียเมียนเจย ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจพิเศษปอยเปตโอเนียง (Poipet O'Neang Special Economic Zone) ในฝั่งกัมพูชา 

      ที่ได้รับการจับคู่ให้เป็นเมืองคู่แฝดของสระแก้ว ตามแผนปฏิบัติการยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ACMECS ปฏิญญาพุกาม ที่มุ่งหวังให้เกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับทวิภาคี ทั้งในด้านการเงิน การขนส่ง การตลาด แหล่งท่องเที่ยว อุตสาหกรรมและการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานร่วมกัน นอกจากนี้ทางจังหวัดก็มีแนวโน้มที่จะเสนอขอเปิดเป็นจุดผ่านแดนถาวรขึ้นอีก เพื่อใช้สำหรับขนส่งสินค้าเพื่อส่งออกแยกออกจากด่านคลองลึกปัจจุบันที่ใช้ร่วมกัน

      ในส่วนของสถานีขนถ่ายสินค้าหรือคลังสินค้า ทางจังหวัดให้น้ำหนักกับตำบลป่าไร่ ซึ่งอยู่ทางเหนือของตลาดโรงเกลือมีที่สาธารณะ 700-800 ไร่ และพื้นที่บ้านหนองใหญ่ ต.ผักขะ อ.วัฒนานคร โดยทั้งสองแปลงมีเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ ทั้งนี้ในระยะแรกจะมีการพัฒนาพื้นที่ในรูปแบบสถานีขนถ่ายสินค้า เพื่อสร้างความสะดวกและลดต้นทุนในด้านการขนส่งระหว่างไทยและกัมพูชา 

      อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีหลายพื้นที่ที่เหมาะสมในลักษณะต่างๆ แยกกันไป จึงอาจจะเสนอให้ประกาศทั้งอำเภออรัญประเทศ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งทางทีมวิจัยเสนอรูปแบบเป็น “พ.ร.บ.จัดตั้งองค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเมือง...จังหวัดสระแก้ว” เพื่อให้ได้รับสิทธิพิเศษบางอย่างเพื่อให้มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการแข่งขันการผลิตเพื่อส่งออก เป็นเขตส่งเสริมการลงทุนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ      

      "ในจุดที่จะดำเนินการได้มีการสอบถามข้อดีข้อเสียกับหน่วยงานในพื้นที่รวมทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคงแล้วไม่มีปัญหาใดๆ ส่วนผลการศึกษาก็มีพร้อมแล้ว ทางจังหวัดได้เสนอต่อกระทรวงพาณิชย์ไปตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้าจนกระทั่งยุบสภาและมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งทิศทางเรื่องนี้ก็ยังรอการสนับสนุน ในขณะที่ระดับพื้นที่มีความพร้อมที่จะเดินหน้าเขตเศรษฐกิจพิเศษเต็มที่ เพราะจะส่งผลดีต่อจังหวัดและประเทศโดยตรง จึงอยากให้ทางรัฐบาลช่วยผลักดัน “เขตเศรษฐกิจพิเศษอรัญประเทศ” ให้เป็นรูปธรรม" ศานิตย์ นาคสุขศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ให้ความเห็น

      ประมวล เขียวขำ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษอรัญประเทศ ทางหอการค้าร่วมกับจังหวัดผลักดันให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะสถานีขนถ่ายสินค้าเนื่องจากที่ผ่านมาธุรกิจส่งออกสินค้าต่างๆ อาทิ ปุ๋ย อาหารสัตว์ วัสดุก่อสร้าง มียอดสั่งสินค้ามากกว่า 1,000 ล้านบาท แต่สามารถส่งสินค้าได้เพียง 900 ล้านบาทเท่านั้น เนื่องจากติดขัดเรื่องระบบขนส่ง การขนถ่ายสินค้า

      "ผมเห็นว่าถ้ามีสถานีขนถ่ายสินค้าฝั่งไทย รถบรรทุกจะสามารถวิ่งได้วันละหลายรอบ ไม่ต้องจอดรอ ซึ่งหอการค้าสระแก้วและทางจังหวัดได้เสนอของบประมาณไป 180 ล้านบาท แต่ก็ต้องมารอทำพร้อมเขตเศรษฐกิจพิเศษ จนถึงขณะนี้ก็ต้องฝากความหวังไว้ที่รัฐบาล ให้ช่วยผลักดันนโยบายให้เขตเศรษฐกิจพิเศษอรัญประเทศมีความชัดเจน เพื่อขับเคลื่อนโครงการนี้ " ประมวลกล่าว

      เป็นความคาดหวังจากตัวแทนภาครัฐในระดับจังหวัดและภาคเอกชนที่เสนอต่อรัฐบาล