ข่าว

ธอส.ยุคใหม่ เงินออมดอกเบี้ยสูง

ธอส.ยุคใหม่ เงินออมดอกเบี้ยสูง

24 ก.ย. 2554

ธอส.ยุคใหม่ เงินออมดอกเบี้ยสูง ซื้อบ้านดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์

       หลังจากเข้ารับตำแหน่ง และบริหารงานมา 10 เดือน ได้มีการปรับหลายอย่าง เพื่อให้เกิดความทันกับความต้องการของผู้บริโภค เนื่องจากทุกวันนี้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน แค่เพียงโทรศัพท์มือถือก็สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้แล้ว ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น การมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ขณะเดียวกันเรื่องของสาขาการให้บริการที่ทั่วถึงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญด้วย

       ที่ผ่านมา ภาพของธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่คนรู้จักและนึกถึง คือ การไปใช้บริการกู้เงินเพื่อซื้อบ้าน ขณะที่ความเป็นจริงคือ มีบริการรับฝากเงินด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนรับรู้หรือเข้าใจในเรื่องนี้น้อยมาก ดังนั้น จากนี้ไปภาพของ ธอส.คือต้องให้คนเข้าใจ หรือรู้จักว่ามีบริการรับฝากเงินเหมือนกับธนาคารอื่นทั่วไปด้วย ไม่ใช่แค่การให้บริการด้านสินเชื่อเพียงอย่างเดียว ต้องประชาสัมพันธ์หรือทำในส่วนนี้ให้ชัดขึ้น ให้ประชาชนรู้จัก และที่สำคัญคือ ต้องการให้คนรู้จักการออม อาจจะเป็นการออมเพียงเล็กน้อยต่อเดือน แต่ก็ยังถือว่า ได้มีการออมเกิดขึ้น ออมมากหรือน้อยไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้ามีการออมก็ถือว่าเป็นการสร้างวินัยให้แก่ตัวเอง เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาเกิดขึ้น เพราะคนไม่ติดลบกับการใช้เงิน

       ช่วงต้นปีที่ผ่านมา จึงมีโครงการเงินฝากแล้วแถมประกันสุขภาพ ซึ่งสามารถใช้เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ทั้งการเป็นผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน หรือย่างโครงการซุปเปอร์ออมทรัพย์ ที่เป็นการออมทรัพย์ แต่ให้ลูกค้าเบิกได้ 1 ครั้งต่อเดือน โดยให้ดอกเบี้ยอยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี คล้ายกับเป็นเงินฝากประจำ แต่ไม่ประจำ การฝากแบบนี้ออกมาเพื่อรองรับลูกค้าที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินในแต่ละเดือน แต่ก็อยากเก็บเงินไว้ ซึ่งถือว่าเป็นการออมทรัพย์อีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งโครงการนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีลูกค้าใช้บริการจำนวนมาก

       สำหรับโครงการล่าสุด ในวาระที่ ธอส.มีอายุครบรอบ 58 ปี ก็มีโครงการเงินฝาก "กันยา-หรรษา" เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าที่ฝากเงิน จึงมีโครงการนี้ขึ้นมา คือ ฝากประจำ 8 เดือน ลูกค้าจะให้รับดอกเบี้ยสูง 4.58 เปอร์เซ็นต์ต่อปี จนครบ 8 เดือน ซึ่งเป็นดอกเบี้ยสูงสุด โดยมีข้อจำกัดว่า จะต้องเปิดบัญชีขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท และไม่เกิน 5 ล้านบาท เปิดได้เพียงหนึ่งบัญชีเท่านั้น และเปิดสำหรับโครงการนี้ไปจนถึงวันที่ 28 กันยายนนี้เท่านั้น 

       นอกเหนือจากการประชาสัมพันธ์แล้ว การจัดโครงการต่างๆ ในด้านการออม หรือเงินฝากเช่นนี้ ถือเป็นการเจาะเข้าหากลุ่มลูกค้ารายใหม่ๆ ซึ่งปรากฏว่าในช่วง 7-8 เดือนที่ผ่านมา  มีเงินฝากเพิ่มขึ้นเป็นหมื่นล้านบาท จากที่เคยติดลบ สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่ทำให้คนได้รู้จัก ธอส.ว่า ให้บริการด้านการฝากเงินเหมือนกับธนาคารอื่นๆ ทั่วไป ไม่ใช่นึกถึง ธอส.เพียงการใช้บริการกู้เงินเหมือนแต่ก่อน

       ส่วนในด้านของการบริการเงินกู้ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว ก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ได้คิดสิ่งใหม่ๆ เพื่อลูกค้าและเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ด้วย กับโครงการที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จสูงสุดนับแต่ที่มาทำงานที่นี่คือ "โครงการบ้านหลังแรก" ลูกค้าปลอดดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์ โครงการนี้เป็นการช่วยคนที่ไม่เคยมีบ้าน ให้ได้มีบ้านเป็นของตนเอง

       โดย ธอส.จะลดดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์ 2 ปี พร้อมฟรีค่าธรรมเนียมการจดจำนอง ฟรีค่าธรรมเนียมการโอน โดยโครงการนี้ได้รับความสนใจมาก มีประชาชนมาใช้บริการอย่างรวดเร็ว และปิดโครงการไปภายใน 1 เดือน เพราะจำกัดอยู่ที่วงเงินรวมคือ ไม่เกิน 2.5 หมื่นล้านบาท คิดโดยเฉลี่ยลูกค้ามีประมาณ 1.8 หมื่นคน ซึ่งเป็นการคิดจากฐานเฉลี่ยที่คนกู้จาก 1.4 ล้านบาทต่อคน มีทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดรวมกัน ส่วนในระยะที่สองนั้น อาจจะต้องพิจารณาอีกทีว่าจะมีโครงการนี้ต่อเนื่องหรือไม่ แต่คิดว่าได้ประโยชน์แก่ประชาชนทำให้ทุกคนมีสิทธิที่จะมีบ้านได้

       อีกโครงการหนึ่งที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กันคือโครงการบ้าน ธอส.เพื่อสานฝัน คือเปิดโอกาสให้คนที่มีรายได้น้อยได้มีบ้าน โดยลูกค้าเป็นผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 1 หมื่นบาท กำหนดดอกเบี้ย 2 ปีแรก อยู่ที่ 2.99 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นก็เข้าสู่อัตราดอกเบี้ยปกติ เปิดโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อรองรับฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ คือกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย มีอาชีพอิสระ รับจ้างทั่วไป ขับรถรับจ้าง วินมอเตอร์ไซค์ หรืองานฝีมือต่างๆ ซึ่งกลุ่มคนพวกนี้ไม่มีหนังสือที่จะมาโชว์รายได้จากการทำงานที่แน่นอน ดังนั้น เจ้าหน้าที่ก็ต้องทำงานหนัก ลงพื้นที่เพื่อสอบถามในพื้นที่ เก็บข้อมูล เพื่อเช็กข้อมูลรายได้ เพื่อให้เกิดความแน่ในว่าบุคคลนั้นๆ มีงานทำจริงๆ 

       ปัจจุบันมีสาขาให้บริการอยู่ 130 กว่าสาขา ซึ่งเวลามีสินค้าดีๆ ออกมาลูกค้าไม่รู้ว่าจะไปฝากเงินที่ไหน ที่ผ่านมามีการบรรจุไว้ในแผน มีการเพิ่มสาขาเพียงปีละ 5 สาขา แต่เมื่อผมมาทำงาน ได้มีการปรับวิธีการใหม่ ปีนี้เลยเพิ่มไปอีก 14 สาขา และปีหน้าตั้งเป้าว่าน่าจะเปิดได้อีก 34 สาขา โดยใช้งบประมาณเท่าเดิมจากที่เคยเปิดปีละ 5 สาขา แต่เปลี่ยนจากซื้อมาเป็นเช่าสถานที่แทน

       จัดทำรถโมบายเคลื่อนที่ เพื่อให้ลูกค้ามาทำธุรกรรมเหมือนกับธนาคาร รถคันแรกได้มาแล้ว สั่งเพิ่มอีก 5 คัน และจะเพิ่มเป็น 10 คัน

       นอกจากนั้น ก็เร่งทำในเรื่องของการทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ คือลูกค้าสามารถโอนเงินผ่านมือถือได้เลย ขณะนี้กำลังทำอยู่ ต้องนำเอาไอทีเข้ามาช่วย เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้บริการได้สะดวกที่สุด ได้ตั้งฝ่ายธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ ขึ้นมา เพื่อดูแลในเรื่องนี้โดยเฉพาะ ทั้งในเรื่องของรถโมบาย ตู้เอทีเอ็ม อินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง และโมบายแบงกิ้ง ทุกอย่างอยู่ในฝ่ายนี้หมด และสุดท้ายคือ มีการพัฒนาบุคลากรเพื่อให้เตรียมพร้อมกับการทำงานที่ว่ามาทั้งหมดนี้ด้วย 

       มั่นใจว่าสินค้าที่ออกมาแต่ละตัว จะทำให้คนเริ่มรู้จักและเข้าใจ ธอส.เพิ่มมากขึ้น