
การรถไฟสำรวจเส้นทางรถไฟความเร็วสูง
การรถไฟสำรวจเส้นทางรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพ-นครราชสีมา, นครราชสีมา-ขอนแก่น
การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดเดินขบวนรถพิเศษที่ 941 (กรุงเทพ-หนองคาย) โดยพ่วงรถชุด VIP สำรวจเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ โครงการศึกษาและพัฒนาระบบราง รถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพ-นครราชสีมา, นครราชสีมา-ขอนแก่น โครงการศึกษาสถานีขนส่งคอนเทนเนอร์ (CY) พร้อมกับร่วมทำโครงการ “ร่วมใจปลูกป่าถวายพ่อของแผ่นดิน” ไปด้วยในเวลาเดียวกัน
การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี พนักงานรถไฟและครอบครัว และชาวบ้านในชุมชน ร่วมดำเนินงานโครงการ “ร่วมใจปลูกป่าถวายพ่อของแผ่นดิน” เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพื้นที่การรถไฟ บริเวณสถานีรถไฟเขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น และบริเวณสถานีรถไฟนาทา จ.หนองคาย นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นประธาน พร้อมร่วมทำกิจกรรมปลูกป่าเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการอนุรักษ์ธรรมชาติให้แก่ประชาชนและชุมชนท้องถิ่น
นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการตรวจเยี่ยมเส้นทางการสร้างรถไฟความเร็วสูงที่สถานีนาทา จ.หนองคายว่า หลังจากที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม หรือ สนข. ศึกษาเส้นทางการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงในการโดยสารและการขนส่งสินค้าเพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียนปี 2558 พบว่า สถานีรถไฟนาทาเป็นสถานีที่ที่เหมาะสมสำหรับการก่อสร้าง เนื่องจากมีพื้นที่จำนวนมากและห่างจากตัวเมืองหนองคายประมาณ 3 กม. โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 290 ไร่ ทิศตะวันตกของสถานีมีอยู่ 107 ไร่
ซึ่งสามารถทำเป็นสถานีขนส่งและจัดเก็บตู้สินค้า container yard หรือ CY และจะมีการพัฒนาเป็นศูนย์บรรจุและคัดแยกสินค้า เพื่อการนำเข้าและส่งออก หรือ ICD แห่งที่ 2 เพื่อการกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคต่างๆ ส่วนพื้นที่ที่เหลือจะก่อสร้างเป็นสถาบันระบบรางให้ความรู้และพัฒนาบุคลากรของการรถไฟ
นอกจากนี้ยังสามารถขยายเส้นทางสู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้เพื่อนำสินค้าของไทยไปยังประเทศที่สามต่อไป
ส่วนเส้นทางภายในประเทศนั้นจะผ่านจังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น และนครราชสีมา โดยจะก่อสร้างสถานีที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นฮับของขบวนรถไฟที่จะขนส่งสินค้ามุ่งสู่เส้นทางแหลมฉบังและเส้นทางบางซื่อผ่านภาคใต้ของไทยไปยังประเทศเทศมาเลเซีย ทั้งนี้ การพัฒนารถไฟความเร็วสูงในเส้นทางดังกล่าวจะใช้งบการลงทุนทั้งสิ้น 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 เฟส คือ เฟสแรก 700 ล้านบาท และเฟสสอง 1,300 ล้านบาท และเมื่อมีการทบทวนผลการศึกษาการพัฒนาระบบรางแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ก็จะสามารถดำเนินการเรื่องการประกวดราคาได้ทันที อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยยืนยันว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2555 และแล้วเสร็จในปี 2558



