
เรือรมต.ช่วยน้ำท่วมล่มสื่อหวิดดับ
"ยิ่งลักษณ์" นายกฯ"เตรียมวีดีโอคอนฟรีเรนซ์ร่วม ปภ.- 3 ผู้ว่าฯ สรุปสถานการณ์น้ำทุกเช้า ประเดิมนัดแรกศุกร์ที่ 23 ก.ย.นี้ เรือคณะสื่อมวลชนติดตาม รมว.ทรัพยากรฯ ตรวจน้ำท่วมลพบุรีล่มหวิดดับยกลำ เขื่อนลำปาว กาฬสินธุ์ เริ่มวิกฤติ น้ำมูลยังเอ่อท่วมริมฝั่งสองฝั่งใน
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 22 ก.ย.2554 นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีมีแนวคิดว่า ต่อจากนี้จะมีแนวทางในการกำกับดูแลแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยในช่วงเวลา 08.45 - 09.15 น. ของทุกวัน จะวิดีโอคอนฟรีเรนซ์ไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธาณะภัย เพื่อรายงานสถานการณ์น้ำในภาพรวมของแต่ละจังหวัด เนื่องจากนายกฯมีภารกิจมาก ไม่สามารถลงได้ทุกพื้นที่ จึงได้มอบหมายให้ปภ.สำรวจสถานการณ์จังหวัดต่างๆที่ประสบอุทกภัยเพื่อรายงาน โดยจะเริ่มในวันศุกร์ที่ 23 ก.ย.นี้
"นายกฯจะวิดีโอคอนฟรีเรนซ์กับอธิบดีปภ. และมีการต่อสายไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ชัยนาท และลพบุรี เพื่อให้เกิดการกำกับดูแลได้ง่ายขึ้น และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย 2 P 2 Rและในเร็วๆ นี้นายกฯจะชี้แจงภารกิจต่างๆ ผ่านสถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ จากตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลอีกด้วย" โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
เรือคณะสื่อมวลชนติดตามรมว.ทรัพยากรฯล่มหวิดดับ
เกิดเหตุการณ์ระทึก ขณะที่ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะผู้ติดตาม ผู้สื่อข่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จ.ลพบุรี ลงเรือท้องแบน 5 ลำ ออกสำรวจตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่บ้านสระตาแวว ต.พุคา อ.บ้านหมี่ โดยเฉพาะบริเวณหลังวัดสระตาแวว ที่ถูกน้ำท่วมสูง 2 เมตร ขณะล่องเรือตรวจสภาพความเสียหายในจุดสุดท้าย ห่างจากฝั่งประมาณ 1 กิโลเมตร เกิดเหตุไม่ขาดฝันขึ้น เมื่อเรือลำที่ 4 ที่มีคณะสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี รวม 12 คน เกิดล่มลงกลางลำน้ำ โชคดีเรือของทหารหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ แล่นตามหลังมา ได้โยนชูชีพให้ ขณะที่เรืออีก 4 ลำก็หันหัวเรือกลับมาช่วย โดยไม่มีใครได้รับอันตราย มีเพียงทรัพย์สิน กล้องถ่ายภาพ เครื่องมือสื่อสาร ที่จมหายไปกับน้ำ
แม่น้ำน้อยทะลักท่วมอ่างทอง
จ.อ่างทอง ชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำน้อย ตั้งแต่ อ.โพธิ์ทอง อ.วิเศษชัยชาญ อ.ไชโย ยังคงเดือดร้อนจากน้ำท่วม ล่าสุดน้ำล้นคลองโพธิ์ทอง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนใน ต.บางระกำ อ.โพธิ์ทอง ก่อนไหลข้ามถนนเข้าท่วมในพื้นที่หมู่ 7 ต.ไชโย อ.ไชโย
นายวิศวะ ศะสิสมิต ผู้ว่าฯ อ่างทอง กล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.ป่าโมก ที่ถูกน้ำเจ้าพระยาทะลักเข้าท่วม ระดับน้ำลดและทรงตัว ส่วนพื้นที่ที่แม่น้ำน้อยไหลผ่านยังคงมีน้ำท่วมสูงและมีแนวโน้มสูงขึ้นอีก เนื่องจากประตูน้ำพระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ได้พังลง น้ำไหลเข้าพื้นที่หลายตำบลในพื้นที่ อ.โพธิ์ทอง อ.วิเศษชัยชาญและ อ.เมือง โดยจะเข้าโอบล้อมด้านหลังของแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าท่วมศูนย์เศรษฐกิจในเขตเทศบาลเมืองอ่างทอง ซึ่งเทศบาลสร้างคันกั้นน้ำสูง 1.90 เมตร ยาวตลอดแนว 1,700 เมตร คาดรับอยู่ จนถึงขณะนี้ จ.อ่างทองมีพื้นที่ถูกน้ำท่วมแล้ว 7 อำเภอ 66 ตำบล 308 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 36,595 คน
น้ำในลำห้วยเริ่มเน่า
สถานการณ์น้ำป่า ดินถล่มในพื้นที่ ต.น้ำไผ่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ คลี่คลายแล้ว รอเพียงการฟื้นฟู ขณะเดียวกันพบผู้เจ็บป่วยมากขึ้น นายไสว บุสอน ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต.น้ำไผ่ เปิดเผยว่า จากการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ แต่ละวันจะมีชาวบ้านทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุเข้ารับบริการไม่ต่ำกว่า 100 คน ส่วนใหญ่มีอาการผื่นคันตามผิวหนัง ตาบวม จากการสอบประวัติพบผู้ป่วยลงเล่นน้ำ อาบน้ำและซักผ้าในลำห้วย เนื่องจากน้ำเริ่มเน่า และป่วยเกี่ยวกับระบบหายใจ ไข้หวัด คออักเสบ
จ.พิษณุโลก ระดับน้ำในแม่น้ำน่านช่วงไหลผ่านตัวเมือง ยังคงต้องเฝ้าระวัง หลังจากวันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา ระดับน้ำลดลงต่ำสุดที่ 10.76 เมตร แต่เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 22 กันยายน ระดับน้ำได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 10.90 เมตร นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการชลประทาน จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ระดับน้ำที่ขึ้นๆ ลงๆ จนมาทรงตัวสูงเท่าเดิมนั้นก็เป็นตามที่คาดการณ์ เนื่องจากมีฝนตกลงมากบริเวณท้ายเขื่อนสิริกิติ์ อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ อ.พรหมพิราม และ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ทำให้แม่น้ำน่านมีระดับสูงขึ้นมาอีก
จ.พิจิตร นายสัลเลข คำใจ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.พิจิตร เปิดเผยว่า น้ำน่านยังคงล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ อ.เมือง อ.ตะพานหิน และ อ.บางมูลนาก บางพื้นที่มีน้ำท่วมสูงกว่า 3 เมตร ส่วนความเสียหายตั้งแต่เกิดน้ำท่วมมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม จนถึงปัจจุบัน มีพื้นที่เสียหายรวม 12 อำเภอ 82 ตำบล กว่า 721 หมู่บ้าน 3 เขตเทศบาล ชาวบ้านเดือดร้อน 4.1 หมื่นครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 30 ราย พื้นที่การเกษตร 3.3 แสนไร่ ถนนเสียหาย 137 สาย มูลค่าเสียหายทั้งหมดประมาณ 400 ล้านบาท
เขื่อนลำปาววิกฤติ จ่อท่วมใหญ่
จ.กาฬสินธุ์ ส่อเค้าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่ เพียงแค่ข้ามคืนมีน้ำไหลเข้าเขื่อนลำปาวมากถึง 78 ล้าน ลบ.ม. ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนตอนนี้อยู่ที่ 1,963 ล้าน ลบ.ม. จากความจุที่กักเก็บได้ 1,980 ล้าน ลบ.ม. วันนี้ทางเขื่อนจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำออกวันละ 11 ล้าน ลบ.ม.
จ.อุบลราชธานี น้ำในแม่น้ำมูลสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 113.77 เมตร (รทก.) ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำมูลในพื้นที่เขตชุมชนเทศบาลนครอุบล และเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ ทำให้ถนนเชิงสะพาน 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ ที่เชื่อมระหว่างเทศบาลนครอุบลราชธานีกับเทศบาลเมืองวารินชำราบถูกน้ำท่วมระยะทางกว่า 100 เมตร ระดับน้ำสูง 50 ซม. รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ขณะเดียวกันกระแสน้ำกัดเซาะถนนเข้าหมู่บ้านคูสว่าง หมู่ 7 ต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ ขาด ทั้งนี้ จ.อุบลราชธานี มีพื้นที่อีก 16 อำเภอ 78 ตำบล 640 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 133,391 คน น้ำท่วมบ้านเรือน 2,305 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 113,596 ไร่
"สันติ" คุย "บางระกำโมเดล" ก้าวหน้ามาก
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวภายหลังมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 2,016 ราย เป็นเงิน 10,080,000 บาท ที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ว่า รัฐบาลกำลังหามาตรการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบมากขึ้น เพื่อให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่มีระยะเวลาสั้นลง แม้จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมไม่ให้ท่วมไม่ได้ก็ตาม แต่ควรย่นเวลาให้สั้นลง ทั้งควรใช้ประโยชน์จากน้ำท่วม ซึ่งโครงการบางระกำโมเดลถือว่าก้าวหน้าไปมาก หลายภาคส่วนเข้ามาให้ความร่วมมือ
ที่กระทรวงแรงงาน นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ปล่อยคาราวานให้บริการทางการแพทย์ 15 ทีม ประกอบด้วย รถโรงพยาบาล 15 คัน รถสำนักงานประกันสังคม 17 คัน เพื่อไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยใน จ.พระนครศรีอยุธยา นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง อุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท และลพบุรี
นายเผดิมชัย กล่าวว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงแรงงานทั่วประเทศให้สำรวจความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือตามโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพ ขณะเดียวกันยังให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ลูกจ้างและผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ทั้งเรื่องความปลอดภัยและเรื่องไม่ให้มีการเลิกจ้างคนงานที่บ้านถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถไปทำงานได้
จ.สิงห์บุรี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รักษาการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจตำรวจที่ประสบภัยในพื้นที่ ต.ท่างาม อ.อินทร์บุรี และมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค 1,000 ชุด เรือเล็ก 100 ลำ ให้แก่ตำรวจและประชาชนผู้ประสบภัยได้ใช้ร่วมกัน
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เลื่อนกำหนดลงพื้นที่น้ำท่วมใน จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และลพบุรี เป็นวันที่ 25 กันยายน จากกำหนดการเดิมจะลงพื้นที่วันที่ 23 กันยายน เนื่องจากต้องรอข้อมูลจากจังหวัดในการสำรวจพื้นที่ที่ยังเข้าไปให้ความช่วยเหลือไม่ถึงหรือพื้นที่ตกสำรวจ
ปชป.จี้ "ยิ่งลักษณ์" แจงเงินช่วยน้ำท่วม
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกมาระบุถึงการจ่ายเงินชดเชยแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมว่าขณะนี้ได้จ่ายไปแล้วร้อยละ 70 และมีการอวดอ้างว่าทำก่อนน้ำลด ซึ่งแตกต่างจากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ว่า ตนรู้สึกแปลกใจ เพราะจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะนี้มีประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เงินช่วยเหลือ โดยการจ่ายเงินชดเชยในรอบแรก 1.7 แสนครัวเรือนนั้น ก็จ่ายไปเพียงร้อยละ 50 เท่านั้น ส่วนที่ 2 และส่วนที่ 3 ซึ่งมีบ้านเรือนเสียหายไม่ต่ำกว่า 3-4 แสนครัวเรือน ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเลยแม้แต่บาทเดียว
นายชวนนท์กล่าวอีกว่า การจ่ายเงินชดเชยพืชผลทางการเกษตรที่เสียหายก็ทราบว่ายังไม่อนุมัติเงินจ่ายเงินชดเชยในทุกพื้นที่ หากนายกรัฐมนตรีมีข้อมูลจริงว่าจ่ายแล้วก็ควรออกมาชี้แจงว่า ร้อยละ 70 จ่ายให้ใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ แล้วเกษตรกรกลุ่มไหน จังหวัดใดที่ได้รับการชดเชยจากการกล่าวอ้างบ้าง
"สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้รอน้ำลด สามารถดำเนินการจ่ายเงินชดเชยได้ทันท่วงทีและครบถ้วนก่อนน้ำลด ขอเรียกร้องไปยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า จะกล่าวอะไรก็ขอให้มีข้อมูลสนับสนุน อย่าเอาตัวเลขที่ท่านฝันเห็นหรือรู้สึกไปเองมากล่าวอ้างกับสื่อมวลชนกับประชาชน เพราะขณะนี้มีประชาชนที่รอรับการช่วยเหลืออีกมาก และควรหยุดใช้วาทกรรมเพื่ออวดอ้างสรรพคุณ" นายชวนนท์กล่าว



