
ปชป.ท้า'สุรพงษ์'นำ'MOU44'กลับมาใช้
ชวนนท์ ท้า รมว.กต. แน่จริง นำ MOU 44 กลับมาใช้ ยัน ปชช. ควรได้รับทราบ แม้ว-ปู-ปึ้ง ซูเอี๋ย ฮุนเซน หรือไม่
ที่รัฐสภา วันที่ 22 ก.ย.2554 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ อ้างสรรพคุณของตัวเองผ่านโทรศัพท์จากกรุงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกามีการเจรจาได้ผลคืบหน้าว่า ไม่แน่ใจว่านายสุรพงษ์ได้ทราบข้อเท็จริงแล้วเกี่ยวกับเจรจาเป็นอย่างไรเพราะเป็นการพูดผ่านล่าม แต่ที่สำคัญรมว.ต่างประเทศพยายามจะพูดว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะไม่ได้ดำเนินการใดๆในส่วนของการฟื้นความสัมพันธ์กับกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง MOU 2544 เรื่องของมรดกโลก เรื่องพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ควรที่จะชี้ชัดไปเลย คือ 1. เรื่อง MOU 2544 ที่ ครม.ชุดที่แล้วมีมติยกเลิกไปแล้ว หากคิดว่า MOU ฉบับนี้ถูกต้องแล้วอยากจะเดินหน้าเจรจา เพื่อหาผลประโยชน์ทรัพยากรทางทะเล ก็ควรจะยกเลิกมติ ครม. และนำ MOU ฉบับดังกล่าวกลับมาใช้ ถ้าแน่จริงแล้วคิดว่ารายละเอียดในนั้นเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ไม่ควรรอหรือกล่าวหาพรรคฝ่ายค้านแบบลอยๆ 2. เรื่องของมรดกโลก รัฐบาลชุดที่แล้วได้แสดงเจตนารมย์ โดยการถอนตัวจากภาคีมรดกโลกไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามคงต้องรอการตัดสินใจของรัฐบาลชุดนี้ ว่าจะมีการแจ้งหนังสืออย่างเป็นทางการ ไปที่คณะกรรมการมรดกโลกหรือไม่ ว่าจะถอนประเทศไทยจากการเป็นภาคีมรดกโลกหรือไม่ ดังนั้นถ้าคิดว่าสามารถรักษาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาได้แล้ว ตามที่อวดอ้างอย่างนั้นอย่างนี้ก็อย่าไปถอนตัว ก็รับเป็นภาคีมรดกโลกต่อ แต่ตนก็จะติดตามตรวจสอบว่าถ้ากลับไปเป็นภาคีมรดกโลกแล้ว จะมีวิธีการรักษาอธิไตย รักษาผืนแผ่นดินของประเทศไทยไว้อย่างไร
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า 3 . ขอให้ชี้แจงเรื่องที่พูดว่าได้มีการดำเนินการ ในเรื่องศาลโลกคืบหน้าไปมาก ก็ขอให้ชี้แจงสาธารณชนให้รับทราบว่า ท่าทีของไทยในการต่อสู้ขณะนี้คืออะไร และมีความรู้ในเรื่องการต่อสู้มากเพียงใด รวมทั้งเรื่องที่ประชาชนควรได้รับราบว่าไม่ได้ไปซูเอี๋ยหรือสมยอมกับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชาในระหว่างการเยือนของตัวนายสุรพังษ์เองและของนายกรัฐมนตรีหรือแม้แต่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถ้าหากรัฐบาลมีความสามารถก็ควรทำให้ชัดเจน ให้เกิดการตรวจสอบว่าฝ่ายใดทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ
จี้รบ.ตอบสังคมให้ชัดเจนรธน.50บกพร่องตรงไหน
นายชวนนท์ แถลงถึงกรณีที่รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการองค์กรอิสระว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.)ว่า พรรคประชาธิปัตย์มองว่าการแก้รัฐธรรมนูญพึงกระทำได้ แต่ต้องตอบสังคมให้ได้ ว่าอะไรเป็นจุดบกพร่อง เป็นจุดที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ขณะนี้ รัฐบาลตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆมีการแสดงความเห็นของนักวิชาการ มหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งสอดรับการช่วยเหลือบุคคลเพียงคนเดียวที่มานั่งหัวโต๊ะ เพื่อประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาจากต่างประเทศ ซึ่งก็ได้รับผลประโยชน์จากกระบวนการนี้
ดังนั้นตนไม่อยากให้ คอ.นธ.ทำตัวเป็นเทพเจ้าแห่งความถูกต้อง ที่สามารถจะชี้เป็นชี้ตาย ชี้ถูกชี้ผิด ให้กับกระบวนการยุติธรรมของประเทศได้ อย่าทำตัวป็นผู้รู้อยู่คนเดียวและพยายามสื่อสารทางเดียว ด้วยการออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ฉบับที่ 2 โดยยังไม่มีใครรู้ว่าขณะนี้ตัวประธานคอ.นธ.อยู่ที่ไหน อย่างไรเพราะไม่มีการออกมาให้สัมภาษณ์ 2 ทาง ที่ประชาชนควรจะได้ตรวจสอบสงสัยความคิดอ่านของท่านได้ ก็อยากให้มีความชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายในสังคม
"เฉลิม"อุ้ม"กัมพูชา"ระบุผู้นำเขมรชอบใครถือเป็นสิทธิ์
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายกษิต ภิรมย์ อดีตรมว.ต่างประเทศระบุว่าตอนนี้กัมพูชาแทรกแซงการเมืองภายในของประเทศไทย หลังจากที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเดินทางไปเยือนกัมพูชาครั้งล่าสุด ว่า “เป็นสิทธิ์ของประเทศนั้นๆ เพราะกัมพูชาก็มีอธิปไตยที่จะชอบรัฐบาลใดก็เป็นสิทธิ์ สิ่งที่กัมพูชาเกลียดคุณก็เป็นสิทธิ์ และเขารักพวกผมก็เป็นสิทธิ์”
"สุรพงษ์"ชงโยกย้ายขรก.บัวแก้วเข้าครม.เร็วๆ นี้
นายนาวิน บุญเสรฐ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเนชั่น เกี่ยวกับกระแสข่าวการโยกย้ายนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธนแลนด์ และนายเกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงแคนเบอร์ร่า ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งทั้งสองทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายของเจบีซี โดยให้ออกจากตำแหน่งดังกล่าว ว่า ไม่ทราบเนื้อหารายละเอียดในรายชื่อโยกย้ายข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ประจำปี 2554 เรื่องนี้ นายสุรพงษ์เป็นผู้พิจารณาเพียงผู้เดียว และได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ก่อนที่นายสุรพงษ์จะเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 66 ที่นครนิวยอร์ก และได้เตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในเร็ว ๆ นี้
สะพัดถอดทูตอัษฎาพ้นหัวหน้าคณะเจบีซี
มีรายงานว่าในโผโยกย้ายข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศนายอัษฎา ชัยนาม หัวหน้าคณะกรรมาธิการเจบีซี ได้ถูกถอดถอนออกจากการทำหน้าที่ดังกล่าว โดยแหล่งข่าวระดับสูงให้เหตุผลว่า เพื่อการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายการเจรจาเขตแดนของรัฐบาลปัจจุบัน นอกจากนี้ยังชี้ให้ว่า เดิมตำแหน่งที่ปรึกษาด้านกฎหมายของเจบีซีไม่มี แต่การแต่งตั้งขึ้น นายวีรชัย พลาศรัย และนายเกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี ทำหน้าที่ตำแหน่งนี้มาภายหลัง ก็เพื่อทำหน้าที่ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะทางกฎหมายแก่นายอัษฎา เป็นการเฉพาะและทั้งสองท่านก็มีภารกิจในตำแหน่งอยู่มากจึงได้มีการพิจารณาดังกล่าวขึ้น



