ข่าว

มติธรรมยุตอเปหิ'พระเกษม'พ้นพื้นที่

มติธรรมยุตอเปหิ'พระเกษม'พ้นพื้นที่

22 ก.ย. 2554

เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต ยันมติสงฆ์ขับพระเกษมพ้นพื้นที่วัด จี้ตำรวจจัดการ ด้าน พศ. เตรียมสรุปลงโทษสัปดาห์หน้า พระพยอมระบุหลุดพ้นแบบผิดๆ ขณะที่พระเกษมปฏิบัติกิจตามปกติ วิพากษ์สื่อมั่ว ด้านเจ้าหน้าที่ป่าไม้ตรวจสำนักสงฆ์พบก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต

          เมื่อวันที่ 22 กันยายน สมเด็จพระวันรัต กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะรักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต กล่าวกล่าวถึงความคืบหน้ากรณีพระเกษม  อาจิณณสีโล เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ถ่ายคลิปวิดีโอแล้วโพสต์ลงในเว็บไซต์ยูทูบ ซึ่งภาพในคลิปปรากฏด้วยกิริยาไม่สุภาพ พูดจาหยาบคาย  จนกระทั่งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากพุทธศาสนิกชนว่าปฏิบัติตัวไม่เหมาะสมว่า ในส่วนของการดำเนินการกับพระเกษมนั้น ทางคณะสงฆ์ธรรมยุตได้มีการดำเนินการไปแล้ว  โดยทางเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ได้มีคำสั่งให้ออกนอกพื้นที่ไปแล้ว

           "แต่เมื่อพระเกษมไม่ทำตาม จำเป็นที่จะต้องให้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ขออารักขาจากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองในการเข้าไปดำเนินการ ซึ่งในที่นี้คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเมื่อเกิดกรณีที่ทางเจ้าคณะผู้ปกครองมีคำสั่งใดๆไปแล้ว และมีพระสงฆ์ที่ไม่ปฏิบัติตาม ก็จะเป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะเข้าไปดำเนินการได้ในทันที" สมเด็จพระวันรัต กล่าว

           นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ว่า อย่างที่ทุกคนทราบว่าเมื่อปี 2551 คณะสงฆ์จังหวัดเพชรบูรณ์ เคยมีมติให้พระเกษมออกจากพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ไปแล้วหนึ่งครั้ง ซึ่งครั้งนี้ก็เหมือนกันคณะสงฆ์ก็มีมติให้ออกจากพื้นที่เช่นกัน แต่นายวิโรจน์ ไผ่ย้อย รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) เพชรบูรณ์ รายงานว่าพระเกษมยังไม่ยอมปฏิบัติตามมติดังกล่าว โดยยังอยู่ในสำนักสงฆ์เช่นเดิม ดังนั้นตนจึงมอบหมายให้ พศจ.เพชรบูรณ์ เร่งประสานกับเจ้าคณะจังหวัดและเจ้าคณะปกครองใน จ.เพชรบูรณ์ ว่าจะดำเนินการกับพระเกษมอย่างไรบ้าง เพราะการที่พระเกษมไม่ยอมปฏิบัติตามมติคณะสงฆ์และทำผิดพระวินัยนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

           นายนพรัตน์ กล่าวต่อว่า ตนมอบหมายให้นายวิโรจน์ประสานกับเจ้าคณะจังหวัด เพื่อให้เร่งหาข้อสรุปว่าจะลงโทษอย่างไร และหากภายในสัปดาห์หน้ายังไม่มีความคืบหน้าหรือข้อสรุป ก็จะลงไปดูว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นทำไมยังไม่มีการพิจารณาว่าจะลงโทษอย่างไร แต่ตอนนี้ปล่อยให้เจ้าคณะปกครองเป็นผู้ดำเนินการสอบสวนไปก่อน

 

พระพยอมระบุหลุดพ้นแบบผิดๆ

 

           ด้านพระพยอม กัลยาโณ  หรือ พระราชธรรมนิเทศ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว กล่าวว่า พระรูปนี้ประวัติเคยอวดอ้างว่าตัวเองอยู่เหนือพระพุทธรูป ไม่ให้ชาวบ้านกราบไหว้พระพุทธรูป อาตมาคิดว่าท่านจะเป็นพวก "มิจฉาวิมุติ" คือหลุดพ้นแบบผิดๆ ไม่ใช่สัมมาวิมุติ ท่านต้องมีความเมตตา กรุณา คนที่เขายังกราบไหว้พระพุทธรูปด้วย ท่านไม่สงสารชาวพุทธที่กำลังศึกษาธรรม หรือเพราะท่านเหล่านั้นเปรียบเสมือนเด็กอนุบาลกำลังเข้าถึงพระศาสนา

           "ฟังคำพูดแล้วกริยาไม่เป็นอาจาระ คือไม่สำรวมกิริยามารยาท ภาษาทางโลกเขาเรียกว่า โลกวัชชะ ทางโลกติเตียน เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอฝ่ายปกครองสงฆ์ต้องเรียกมาอบรม ไม่ควรปล่อยไว้แบบนี้  แต่ถือว่าเป็นความอ่อนด้อยของชาวพุทธ ทั้งที่ท่านเป็นเช่นนั้นแล้วยังมีคนเคารพนับถือ มีคนไปทำบุญกราบไหว้ พยายามแสดงตัวเป็นศานุศิษย์ ทำให้พระแบบนี้ได้ใจ บอกประกาศว่าไม่อยากดัง แต่คราวนี้คงได้ดังสมใจ" พระพยอม กล่าวและว่า ท่านควรจะรู้จักทางสายกลาง ถึงแม้ไม่พูดจาหวานๆ แต่ก็ไม่พูดคำหยาบคาย รู้จักมัชฌิมาปฏิปทา คือทางสายกลาง

           ผู้สื่อข่าวถามว่าพระฝ่ายปกครองที่สูงขึ้นไปไม่กล้าเรียกมาว่ากล่าวตักเตือนเพราะเถียงสู้ไม่ได้ พระพยอม กล่าวว่า พระแบบนี้ต้องเจออย่างท่าน มหาวุฒิชัย หรือ ว.วัชรเมธี หรือไม่ก็เจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ หรือ ป.อ.ปยุตโต จะได้รู้หนทางปฏิบัติที่แท้จริง

 

ป่าไม้ตรวจสอบสำนักสงฆ์พระเกษมพบสร้างพักผิดระเบียบ

 

           ขณะที่บรรยากาศภายในสำนักสงฆ์วัดป่าสามแยก หมู่ 9 บ้านห้วยยางทอง ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์  ตั้งแต่เวลา 07.30 น. พระเกษมพร้อมพระลูกวัดได้ออกมาบิณฑบาตภายในศาลาวัด โดยมีผู้เลื่อมใสนำอาหารมาเตรียมใส่บาตร ไม่ได้มีการออกไปบิณฑบาตที่หมู่บ้านเหมือนพระอื่นๆ

           หลังจากนั้นเวลาประมาณ 08.30 น. พระเกษม ได้เทศนาสั่งสอนและพูดคุยเรื่องต่างๆกับบรรดาลูกศิษย์ โดยมีกล้องวีดีโอติดตั้งอยู่ทั่วศาลาวัดจำนวนกว่า 8 ตัว และมีการถ่ายทอดสดยิงดาวเทียม เผยแพร่ทางสถานีของสำนักสงฆ์เอง โดยพระเกษมได้พูดถึงกรณีการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน โดยเฉพาะนายกนก รัตน์วงสกุล ทางช่อง 9 ที่พูดถึงพระเกษมและไม่ได้พูดละเอียดถี่ถ้วนทำให้ได้รับความเสียหาย

           นอกจากนั้นยังได้พูดถึงนายกองเอกวิลาศ  รุจิวัฒนพงศ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ได้สร้างพระธรรมราชาองค์ใหญ่โดยการเรี่ยไร   นอกจากนั้นก็ได้ตอบโต้ และพูดถึงพระวิสุทธนายกเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ฝ่ายธรรมยุต  ที่ไม่กล้ามาทำอะไรเนื่องจากมีพรรษาอ่อนกว่าและความรู้น้อยกว่าจึงไม่กล้ามาเอาผิดอะไรได้

 


ผวจ.สั่งป่าไม้-อำเภอเข้าพื้นที่วัดพระเกษม

 

           ขณะที่นายกองเอกวิลาศ  เปิดเผยว่า  ได้มอบหมายให้นายอำเภอน้ำหนาว ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ โดยเฉพาะที่ตั้งของสำนักสงฆ์ป่าสามแยก ว่ารุกป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ เพราะน่าจะเป็นเรื่องเดียวที่จะสามารถเอาผิดกับพระเกษมได้ ส่วนเรื่องอื่นๆนั้น ตนได้ประสานไปยังสำนักพระพุทธศาสนา ที่จะต้องเข้าไปดูเรื่องวิสัยสงฆ์ ว่าเป็นอย่างไร

           "ส่วนตัวแล้วสิ่งที่ปรากฎออกทางสื่อก็ค่อนข้างชัดเจน ว่าพระสงฆ์ปฏิบัติอย่างนั้นเหมาะสมไหม คนที่ต้องนับถือศีล 227 ข้อ กับคนที่นับถือศีล 5 ข้ออย่างพวกเรา ควรจะปฏิบัติตัวแตกต่างกันอย่างไร อยากจะให้เรื่องนี้สังคมเป็นผู้พิพากษาจะดีกว่า เรื่องนี้เป็นความอ่อนแอของสังคม พุทธศาสนิกชน หรือ คนที่เข้าไปนับถือ ศรัทธา ควรจะมีดุลพินิจ หรือวิจารณญานว่าจะทำอย่างไร"  ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวและว่า

           เรื่องนี้เป็นเรื่องของสำนักพระพุทธศาสนาจะต้องเข้าไปตรวจสอบ เพราะสำนักพระพุทธศาสนาเป็นผู้ดูแลเรื่อง พ.ร.บ.สงฆ์ ว่าการประพฤติตัวเช่นนี้ของพระสงฆ์ผิดหลักหรือไม่ และให้เจ้าคณะสงฆ์เป็นเจ้าภาพหลักในการเข้าไปตรวจสอบดูแล เนื่องจากจังหวัดเอง ซึ่งเป็นฝ่ายปกครองจะดำเนินการได้ระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะความผิดที่กระทำไม่ใช่ความผิดทางโลก แต่เป็นความผิดทางธรรมอย่างชัดเจน ที่สงสารตอนนี้คือ ศรัทธญาติโยมที่เข้าไปเคารพสักการะ

           นายธงชัย ศิริพัฒนานุกูลชัย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 พิษณุโลก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า เบื้องต้นยังไม่ได้รับการประสานจากหน่วยงานใด แต่ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานเข้าไปตรวจสอบแล้วร่วมกับทางกรมป่าไม้ว่า ที่ตั้งของสำนักสงฆ์ป่าสามแยกนั้นรุกป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ แต่เท่าที่ทราบข้อมูลเบื้องต้น สำนักสงฆ์ดังกล่าว ได้ร่วมกับ ทางป่าไม้ เข้าโครงการตั้งสำนักสงฆ์เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูป่า แต่อย่างไรก็ตามเพื่อความถูกต้องคงต้องเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่าสำนักสงฆ์ป่าสามแยกนั้นรุกป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่หรือไม่

           จากนั้น เวลา 14.30 น. ได้มีนายชิต อินทระนก หัวหน้าศูนย์ประสานงาน  ป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้จำนวนหนึ่ง และมี นายบรรจง ก้อนคำ ปลัดฝ่ายป้องกัน อำเภอน้ำหนาว ได้เดินทางเข้าไปที่สำนักสงฆ์ป่าสามแยก เพื่อตรวจสอบพื้นที่ป่า เพราะเกรงว่าสำนักสงฆ์ของพระเกษมนั้นจะรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยผลการตรวจสอบปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้ยังไม่สามารถหาแนวเขตที่ชัดเจนของสำนักสงฆ์แห่งนี้ได้ โดยเบื้องต้นพื้นที่ดังกล่าว กรมป่าไม้ได้อนุญาตให้ทางสำนักสงฆ์อยู่ร่วมกับป่าและชาวบ้านเพื่ออนุรักษ์ป่าเอาไว้ ในพื้นที่ 100 ไร่ แต่ไม่อนุญาตให้มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ ในพื้นที่

           ปรากฎว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นภายในวัดได้มีการก่อสร้างศาลาขนาดใหญ่ และ มีการก่อสร้างบ้านพักลักษณะรีสอร์ทอีกกว่า 20 หลัง โดยพระเกษม แจ้งว่า จำเป็นต้องสร้างบ้านพักเอาไว้เพื่อให้ ญาติธรรม และ ลูกศิษที่เข้ามาปฏิบัติธรรมได้พักอาศัย ซึ่งเรื่องนี้นายชิต  ชี้แจงว่า  จะนำภาพถ่ายสิ่งปลูกสร้างไปตรวจสอบว่าการปลูกสร้างดังกล่าวผิดพ.ร.บ.การอนุญาตใช้พื้นที่ป่าหรือไม่

           "เบื้องต้นคงตรวจสอบก่อนว่า สิ่งปลูกสร้างภายในสำนักสงฆ์นั้น สามารถปลูกสร้างได้ไหม และสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ความจริงจะต้องขออนุญาตในการปลูกสร้างเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ป่า แต่กรณีสำนักสงฆ์แห่งนี้ไม่ได้มีการขออนุญาต ซึ่งจะต้องตรวจสอบเพื่อดำเนินการต่อไป"นายชิต กล่าว

           ด้านนายสว่าง พุทธวงศ์ กำนัน ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของพระเกษม เปิดเผยว่า การที่พระเกษมได้เทศนา และ สอนพระธรรม เรื่องพระไตรปิฎกต่างๆนั้นเป็นเรื่องถูกต้องทั้งหมด การสอนของท่าน เพื่อไม่ให้คนงมงายกับวัตถุมงคล ทุกอย่างที่ท่านทำถูกต้องหมด แม้คนอื่นจะมองอย่างไรก็ตามแ ต่ตนในฐานะเป็นคนในพื้นที่ และเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่เกษม ตนนับถือ และศรัทธามาก และท่านไม่ได้ทำให้ชาวบ้านแตกแยกแต่อย่างใด