
'ยุทธศักดิ์'สั่งทหารหนุนปราบรุกป่า
ผอ.สำนักทรัพย์ฯ ยะลา เผยเตรียมลงนาม MOU ร่วมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่บุกรุกป่าขั้นวิกฤต ร่วมดูแลรักษาป่าบาลา-ฮาลา รมว.กลาโหมสั่งทหารหนุนปราบพวกตัดไม้
จากกรณีที่มีกลุ่มบุคคลเข้าบุกรุกผืนป่าบาลา-ฮาลา หรือป่าสิริกิติ์ ซึ่งเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่มากถึง 836,000 ไร่ อยู่ในพื้นที่ จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส โดยพบว่าป่าดังกล่าวมีการเข้าไปบุกรุกป่า เป็นจำนวนมาก และกำลังขยายวงกว้าง ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 กันยายน ดร.กมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวทางกรมป่าไม้ก็ได้สั่งให้หน่วยรักษาป่า รายงานข้อมูล ตนเองก็ได้นำข้อมูลย้อนหลังไป 4 ปี แล้วชี้จุดลงไปในแผนที่ ตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งมีการจับกุม 62 คดี จะเห็นได้ว่าในพื้นที่ อ.เบตง เป็นพื้นที่ที่มีการบุกรุกมากที่สุด เฉลี่ยแล้วประมาณ 26 เปอร์เซ็นต์ ส่วนปี 2552 พบว่าไปรุนแรงในพื้นที่ อ.กาบัง ปี 2553 ก็กลับมารุนแรงที่ อ.เบตง อีกครั้ง จนถึงปี 2554
และในที่ประชุมความมั่นคงเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาได้สั่งการให้ตนเองจัดประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดในจังหวัดยะลา ที่ตั้งขึ้นโดยคำสั่งของกระทรวงทรัพย์ฯ ที่จะมีการประชุมในวันที่ 27 กันยายน 2554 นี้ ที่ห้องประชุมศรียะลา มีผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาเป็นประธาน ซึ่งในที่ประชุมนี้ก็จะนำข้อมูลพื้นที่ ที่มีการบุกรุกอย่างเข้มข้น หรือพื้นที่วิกฤต มาจำแนก ก็ปรากฏว่าในพื้นที่ 8 อำเภอของยะลา มีพื้นที่วิกฤต 5 อำเภอ คือ อ.เบตง จำนวน 4 ตำบล อ.บันนังสตา อ.ธารโต อ.ยะหา อ.กาบัง
“สำหรับวิธีการที่จะให้ชุมชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันรักษาป่านั้น ผมเองก็ได้หารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ว่าจะทำอย่างไรที่จะให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่า เพื่อไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่เพิ่ม ก็ได้มีการตกลงให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ดูแลพื้นที่ป่า ในพื้นที่ที่กำหนดเอาไว้ว่าเป็นพื้นที่วิกฤต ให้มาลงนามเอ็มโอยูร่วมกัน ในการร่วมมือกันดูแลพื้นที่ การลงเอ็มโอยู ก็จะมีการลงนามกันวันที่ 27 กันยายนนี้ โดยสาระสำคัญของการลงนามครั้งนี้ ก็จะอยู่ที่พื้นที่วิกฤตทั้งหมดที่มีการบุกรุกป่า ถ้าอยู่ในความรับผิดชอบของกำนันผู้ใหญ่บ้านคนใด ก็ให้มีการจัดชุด ชาวบ้านเข้าไปดูแล จะต้องไม่ให้ผู้ใดเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ถ้ามีการเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านจะต้องรู้ว่า บุคคลเหล่านั้นเป็นผู้ใด และก็จะใช้มาตรการทางกฎหมาย ซึ่งผมเองเชื่อว่าชาวบ้านในพื้นที่ร้อยละ 99 ไม่มีใครเห็นด้วยกับการบุกรุกป่า ตัดไม้ทำลายป่า เพียงแต่ปัญหาอาจจะเกิดจากความไม่สงบ ความห่างไกล จึงเป็นอุปสรรค์ในการทำงาน” ดร.กมลไชย กล่าว
ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา ยังกล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่ที่ถูกบุกรุกไปแล้วนั้น ก็มีการพูดคุยกันว่าควรที่จะมีการฟื้นฟูกลับคืนอย่างรีบเร่ง ซึ่งควรจะต้องขอความร่วมมือจากชาวบ้านในพื้นที่ รวมทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่เพื่อที่จะร่วมมือกัน สำหรับป่าบาลา - ฮาลานั้นจริงๆแล้วคือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีพื้นที่ครอบคลุม 3 จังหวัด จุดที่เป็นข่าวคือจุดที่เป็นแนวเขตระหว่างยะลากับนราธิวาส ซึ่งป่าบาลา - ฮาลา นอกจากจะประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ก็ยังประกาศเป็นป่าในพระนามาภิไธยด้วย แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นตำรวจตระเวนชายแดน จนท.ป่าไม้ที่อยู่ในพื้นที่ ร่วมกับหน่วยต่างๆ เข้าไปทำงานแล้ว
รมว.กลาโหมสั่งทหารหนุนปราบพวกตัดไม้
พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมที่มีพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม เป็นประธานว่า ปัจจุบันยังคงมีการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลถือเป็นเรื่องสำคัญ พร้อมให้การสนับสนุนภารกิจในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบการตัดไม้ทำลายป่า และเพื่อเป็นการสนองพระราชเสาวนีย์ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการอนุรักษ์ป่าไม้มิให้ถูกทำลาย
"รมว.กลาโหม ขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ ซึ่งมีที่ตั้งหน่วยครอบคลุมทั่วประเทศ ให้การสนับสนุนการดำเนินการต่างๆ ในการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า ส่งเสริมการปลูกป่าทดแทน ให้กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อให้เห็นความสำคัญของป่าไม้" โฆษกระทรวงกลาโหม กล่าว



