โหด!โจรใต้ยิง-ราดน้ำมันเผาชาวบ้าน
คนร้าย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหี้ยมยิงชาวบ้าน อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เสียชีวิตก่อนใช้น้ำมันเบนซินราดเผา เจ้าหน้าที่เชื่อฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบ
22 ก.ย.54 พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตร ผกก.สภ.ศรีสาคร ได้รับแจ้งเหตุชาวบ้านถูกยิงเสียชีวิต บนถนนในหมู่บ้านยี่สิบ ต.กาหลง อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส จึงพร้อมด้วย พ.ท.พิพัฒน์ ศรีทองพิมพ์ผบ.ฉก.นราธิวาส 37 และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จำนวนหนึ่งรุดเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพนอนเสียชีวิตอยู่บนถนนในสภาพถูกไฟไหม้เกรียม นอนค่อมอยู่บนซากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ หมายเลขทะเบียน กบพ-388 ปัตตานี ซึ่งถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน ทราบชื่อ คือ นายอารีย๊ะ เป๊าะจิ อยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ 4 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา และใกล้กันเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนสงคราม อาร์ก้า จำนวน 2 ปลอก ตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะนำศพผู้เสียชีวิตส่ง รพ.ศรีสาคร
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์เพียงลำพัง เพื่อเดินทางไปทำธุระที่บ้านเพื่อน เมื่อแล้วเสร็จได้ขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อเดินทางกลับบ้านพัก เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนที่ซุ่มอยู่ภายในป่ารกทึบริมทางใช้อาวุธปืนสงคราม อาก้ายิงใส่ผู้ตายจำนวน 2 นัดซ้อน เมื่อถูกกระสุนทำให้รถเสียหลักล้มคว่ำลง
จากนั้น คนร้ายได้วิ่งออกมาจากป่า ใช้น้ำมันเบนซินที่เตรียมไว้ราดใส่ผู้ตายก่อนจะจุดไฟเผาศพอย่างน่าเวทนา จากนั้นคนร้ายได้พากันหลบหนีไป จนชาวบ้านมาพบเห็นแล้วแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
'อารี'ลั่น ลดความเลื่อมล้ำให้มุสลิม 3 จังหวัดชายแดนใต้
นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบจาก นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับตัวแทนมุสลิมจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวาระเดินทางเข้ามาเยี่ยมเสนอปัญหาในพื้นที่ ได้รับทราบนโยบายของรัฐบาลการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ตัวแทนกลุ่มผู้นำมุสลิมและท้องถิ่นได้เสนอให้ปรับเพิ่มงบประมาณในส่วนท้องถิ่น เนื่องจากดูแลได้ไม่ทั่วถึงและถนนทุกสายยังคงเป็นหลุมเป็นบ่อต้องการแก้ไขปรับปรุง รวมถึงของบค่าเสี่ยงภัย ในการลงพื้นที่
นายอารี กล่าวต่อว่า ทางกระทรวงมหาดไทยใส่ใจและให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเร่งนำสันติสุขกลับมาสู่พี่น้องประชาชน โดยจะแก้ไขปัญหาการเหลี่อมล้ำพร้อมทั้งเยียวยาคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้นอยากจะให้เข้าใจว่า ต้องการทำประโยชน์แก่พี่น้องชาวประชาชนคนส่วนมากและจะไม่ทำเพื่อพี่น้องบางกลุ่ม นอกจากนี้ขอให้ทุกคนช่วยกันแก้ปัญหายาเสพติด เนื่องจากรัฐบาลยึดเป็นนโยบายเร่งด่วน ในฐานะที่เป็นคนในพื้นที่ต้องขอความร่วมมือกับตำรวจช่วยกันสอดส่องดูแล สำหรับเรื่องต่างๆที่เสนอมาก็จะนำมาพิจารณา เพื่อการจัดทำโครงการต่างๆในแบบลักษณะตรงไปตรงมาไม่มีการอ้อมค้อม และจะบอกตรงๆถ้าหากเรื่องนี้ทำได้หรือไม่ได้ ทั้งนี้จะนำรายงานให้ รมว.มหาดไทย ทราบต่อไป
คนร้ายยิงและขว้างระเบิดบ้านนายกอบต.แถมวางบึ้มซ้ำโชคดีกู้ทัน
ร.ต.ท ชวเรศวร์ มีมา ร้อยเวร สภ.นาประดู่ รับแจ้งทางโทรศัพท์ว่า เกิดเหตุยิงและขว้างระเบิด ที่บ้านเลขที่ 23/2 ม.4 บ.ห้วยเงาะ ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ตั้งอยู่ริมถนนสาย 42 นาประดู่-จ.ยะลา จึงนำกำลังออกรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าตำรวจ ทหาร พิสูจน์หลักฐานจังหวัดปัตตานี และชุดเก็บกู้ระเบิดกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุ ปรากฏว่า เป็นบ้าน นายนิคม กสิพันธุ์ อายุ 55 ปี นายกอบต.ทุ่งพลา จึงเข้าตรวจสอบห่างจากบ้านเล็กน้อยพบระเบิดเพลิงชนิดขวด จำนวน 4 ขวด ปลอกกระสุนอาก้าจำนวน 6 ปลอก แต่ไม่มีอะไรเสียหาย และไม่มีใครได้รับอันตราย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เอ็กซเรย์รอบๆ ที่เกิดเหตุปรากฏว่า บริเวณทุ่งนามุมกำแพงหลังบ้านพบวัตถุต้องสงสัยฝั่งอยู่บนคันนา จึงใช้ปืนแรงดันน้ำสูงยิงทำลายวงจร จึงได้เข้าขุดพบว่าเป็นระเบิดบรรจุในกล่องเหล็กสี่เหลี่ยมขนาด 5 คูณ 5 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม เชื่อมต่อกับระเบิดชนิดเหยียบระเบิด ถ่านไฟฉายแบบสี่เหลี่ยม 2 ก้อน คาดว่าเป็นการกระทำของกลุ่มแนวร่วมสร้างสถานการณ์ยิงใส่บ้าน เพื่อล่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและเหยียบกับระเบิดที่ขุดฝังไว้
ทั้งนี้ จากการสอบสวน นายก อบต. ทราบว่า ขณะเกิดเหตุ ประมาณเกือบ 03.00 น.ตนและครอบครัวได้นอนกันหมดแล้ว จากนั้นได้ยินเสียงโดยคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะขับเข้าบริเวณซอยข้างบ้านทางเข้า ม.1 บ.ทุ่งพลา และใช้อาวุธปืนอาก้ากราดยิงหลายนัด จากนั้นขว้างระเบิดเพลิงเข้าใส่จำนวน 4 ลูก แต่ไฟไม่ลุกไหม้จึงไม่เกิดความเสียหาย และบุคคลในบ้านไม่ได้รับอันตราย ส่วนคนร้ายเร่งเครื่องหนีไป แต่ก็ไม่ได้บอกให้ใครทราบเนื่องจากดึกแล้ว และก็ไม่มีอะไรเสียหาย จึงรอถึงตอนเช้าจึงแจ้งให้เจ้าหน้าทราบดังกล่าว ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน
เบื้องต้นเชื่อว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มคนร้ายที่แนแนวร่วมในพื้นที่.



