
หัวหน้าทับลานสั่งรื้อบ้านพักอีก2แห่ง
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เดินหน้ารื้อบ้านพักรุกอุทยานแห่งชาติฯ เพิ่มอีก 2 แห่ง เผย กลางเดือนพฤศจิกายนนี้ เตรียมรื้อล๊อตใหญ่อีกกว่า 50 แห่ง
22 ก.ย.54 นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน พร้อมด้วยนายนุวรรต ลีลาพตะ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน นำกำลังเจ้าหน้าที่ในสังกัดจำนวน 20 นาย พร้อมอุปกรณ์การรื้อถอนอาทิ แชลง และค้อนปอนด์ เข้ารื้อถอนบ้านพักตากอากาศ ยกพื้นสูง หลังคาทรง 8 เหลี่ยม สร้างด้วยไม้เป็นเรือนไทยสวยงาม ซึ่งตั้งอยู่บนเนื้อที่ 33 ไร่ 1 งาน 13 ตารางวา บนเขาป่าซับพลู พื้นที่บ้านซับพลู หมูที่ 16 ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวเป็นของนายสมชาย คูหาแก้ว ชาวกรุงเทพฯ และเป็นหนึ่งในบ้านพัก จำนวน 3 หลังที่ทางอุทยานแห่งชาติทับลานจะต้องทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ ภายหลังได้ดำเนินการตรวจยึดและจับกุมดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน และศาลมีคำพิพากษาตัดสินว่ามีความผิดและสั่งให้คืนพื้นที่ทั้งหมดให้ทางอุทยานแห่งชาติทับลานพร้อมกับให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ทั้งหมด
ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 ก.ย.54 ที่ผ่านมา นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติฯ และอุทยานแห่งชาติทับลาน เข้าทำการรื้อถอนบ้านพักของนายธีรศักดิ์ พรอนันต์ ในพื้นที่บ้านแสนสุข หมู่ที่ 1 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ก็เป็นบ้านพักอีก 1 หลังที่ถูกศาลตัดสินพิพากษา ว่า มีความผิดฐานบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน และสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ทั้งหมดมาแล้วก่อนหน้านี้
และเดิมทีมีกำหนดการที่จะต้องเข้ารื้อถอนบ้านพักอีก 2 แห่ง ในพื้นที่บ้านซับพลู หมู่ที่ 16 ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่ต้องดำเนินการตามมาตรการเดียวกัน คือ บ้านพักของนายสมชาย คูหาแก้ว ซึ่งเพิ่งเริ่มดำเนินการอีกครั้งในวันนี้ และอีก 1 แห่ง คือบ้านพักของนายวิเชียร เอมอุ่นจิตร์ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 20 ไร่ 98 ตารางวา แต่กำหนดการต้องถูกเลื่อนออกมาเป็นวันนี้ เนื่องจากสภาพอากาศที่มืดครึ้มและมีฝนตกตลอดทั้งวัน ไม่เอื้ออำนวยต่อการเข้าทำการรื้อถอน
อีกทั้งยังมีกลุ่มชาวบ้านตำบลอุดมทรัพย์ประมาณ 200 คน มารวมตัวกันเพื่อรอยื่นหนังสือถึงนายดำรงค์ เพื่อให้มีการพิจารณากำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานใหม่ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อปี 2541 ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติทับลานเกรงว่าจะเกิดการกระทบกระทั่งระหว่างเจ้าหน้าที่ที่จะเข้ารื้อถอนกับกลุ่มชาวบ้าน จึงสั่งระงับการรื้อถอนไว้ก่อน
โดยในการรื้อถอนวันนี้ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลานใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการรื้อถอนบ้านพักที่ปลูกสร้างด้วยไม้ และทุบลำลายบางส่วนที่เป็นคอนกรีต จากนั้นได้ขนเอาวัสดุจำพวกไม้ และอุปกรณ์ส่วนประกอบของบ้านพักที่ยังคงสามารถนำกลับมาใช้งานได้ใหม่กลับไปไว้ที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อไว้ใช้ประโยชน์ต่อไป ก่อนที่จะนำกำลังเข้าทำการรื้อถอนบ้านพักของนายวิเชียร เอมอุ่นจิตร์ ชาวอำเภอแกลง จ.ระยอง ที่ตั้งอยู่ห่างจากบ้านพักที่รื้อถอนในจุดแรกของวันนี้ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยนายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ระบุว่าการื้อถอนจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ทั้งหมดและพร้อมที่จะมีการปรับสภาพพื้นที่เพื่อเตรียมการปลูกป่าฟื้นฟูภายใน 1-2 วันหลังจากนี้
นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยว่า การรื้อถอนครั้งนี้เป็นการรื้อถอนบ้านพักที่ศาลมีคำตัดสินถึงที่สุดแล้วว่ามีความผิดจริงและต้องทำการคืนพื้นที่ให้กลับเป็นของแผ่นดินและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกจากพื้นที่ จึงต้องดำเนินการตามคำสั่งศาล และนอกจากบ้านพักทั้ง 3 หลังดังกล่าวแล้ว ยังมีบ้านพักอีกจำนวน 2 หลัง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งศาลมีคำตัดสินให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่เช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากบ้านพักทั้ง 2 แห่ง ทางเจ้าของเดิมได้คืนพื้นที่ทั้งหมดให้กับทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด
แต่เนื่องจากทางกรมอุทยานฯเห็นว่าสิ่งปลูกสร้างทั้ง 2 แห่ง สามารถที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินการของอุทยานแห่งชาติได้ จึงขอขึ้นทะเบียนเป็นราชพัสดุไว้ใช้งาน แต่ภายหลังมีการตีความจากพระราชกฤษฏีกากำหนดเขตอุทยานแห่งชาติว่าไม่สามารถขึ้นทะเบียนบ้านพักทั้ง 2 แห่งเป็นราชพัสดุเพื่อไว้ใช้ประโยชน์ได้ ทางอุทยานแห่งชาติทับลานจึงต้องทำเรื่องขอเพิกถอนราชพัสดุดังกล่าวจากกรมธนารักษ์ ซึ่งขั้นตอนนี้คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนจึงจะดำเนินการเพิกถอนได้สำเร็จ และหากเพิกถอนราชพัสดุเป็นที่เรียบร้อยแล้วทางอุทยานแห่งชาติทับลานก็จะดำเนินการเข้ารื้อถอนทันที
นายเทวินทร์ กล่าวอีกว่า การบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานนั้นได้มีการดำเนินการตรวจยึดและจับกุมดำเนินคดีมาตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งล่าสุดมีการดำเนินคดีกับผู้บุกรุกพื้นที่ทั้งในส่วนของกรณีที่มีสิ่งปลูกสร้างและไม่มีสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งสิ้น 116 คดี โดยในจำนวนนี้ได้มีการตรวจยึดดำเนินคดีกับกลุ่มที่มีสิ่งปลูกสร้างอยู่ในพื้นที่ทั้งหมด 56 ราย และในจำนวนนี้มี 38 ราย ศาลมีคำตัดสินถึงที่สุดแล้ว ซึ่งผลการตัดสินมีก็มีผลการพิจารณาแตกต่างกันไป
ทั้งมีคำตัดสินเพียงสั่งให้ผู้บุกรุกย้ายออกจากพื้นที่ หรือบางส่วนก็พิพากษาว่าไม่มีเจตนาบุกรุก แต่ต้องคืนพื้นที่ให้กับอุทยานฯเป็นต้น แต่ศาลมีคำสั่งตัดสินให้ต้องคืนพื้นที่เป็นของแผ่นดินและสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างมีจำนวน 5 แห่งที่กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ในส่วนที่เหลือที่ยังไม่ได้มีการรื้อถอนนั้น ถึงแม้ว่าศาลจะไม่มีการตัดสินโทษให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง แต่ทางอุทยานแห่งชาติทับลานจะอาศัยอำนาจตามมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2504 เข้าดำเนินการรื้อถอน หลังจากที่ได้ดำเนินการปักประกาศให้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกจากพื้นที่มาแล้วก่อนหน้านี้
ซึ่งจะครบระยะเวลา 45 วันที่ให้โอกาสทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่เองในวันที่ 30 ต.ค.2554 นี้ และหากว่าหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาที่เปิดโอกาสในวันที่ 30 ต.ค.แล้วยังไม่มีการดำเนินการ ทางอุทยานแห่งชาติทับลานจะทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังเจ้าของรีสอร์ตบ้านพักทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อให้เร่งดำเนินการเอง โดยจะใช้เวลาอีก 15 วัน แต่หากยังคงนิ่งเฉยทางอุทยานแห่งชาติทับลานจำดำเนินการเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเองทันหมดทันที



