ปชป.อัดรถไฟฟ้า20บ.ทำได้เมื่อไหร่
ปชป. ตั้งกระทู้ถาม รัฐบาล รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายยังทำไม่ได้ทันทีตามหาเสียง "ชัจจ์" แจง เร่งตั้งองค์กรบริหารตั๋วร่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในที่ประชุม ได้พิจารณากระทู้ถามสด ของนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เรื่อง นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งถามรมว.คมนาคม โดย พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม ชี้แจงแทน รมว.คมนาคมว่า ขณะนี้ได้เริ่มเดินหน้าทำเรื่องนี้แล้ว แต่การจะทำให้สำเร็จลุล่วงได้ จำเป็นต้องตั้งองค์กรที่มีอำนาจตามกฎหมายขึ้นมา ซึ่งอยู่ระหว่างจัดตั้งองค์กร ใช้ผู้มีความรู้เชี่ยวชาญใช้วิชาการจัดการ เรื่อตั๋วร่วมระหว่างรถสายต่างๆ ซึ่งคาดว่า 3 เดือนต่อจากนี้ น่าจะเห็นการตั้งองค์กรที่ถูกต้องตามกฎหมายขึ้นมาบริหาร และจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป
นายสามารถ กล่าวว่า จากการตอบคำถามยังเชื่อว่า อีก 3-6 เดือน ก็ยังไม่สามารถ เก็บค่าบริการได้ 20 บาทตลอดสาย หรือสามารถลดค่าครองชีพได้ในระยะสั้นๆ โดยทั้งนี้ นายสามารถ ได้ขออนุญาตประธานสภาฯ เปิดคลิปหาเสียงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่สนามรัชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่า "ถ้าหากได้รับเลือกเป็นรัฐบาล ทุกอย่างที่พรรคเพื่อไทยและปูจะดำเนินการตามที่ได้สัญญาไว้กับพี่น้องประชาชนทันทีค่า...." นายสามารถ กล่าวว่า นอกจากที่รับฟังสดแล้วยังมีการถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ประชาชนหลายล้านคนซึ่งตั้งใจฟังคำสัญญาของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก่อนตัดสินใจเลือกตั้ง ซึ่ง คำว่า "ทุกอย่าง" หมายถึงนโยบาย ส่วน "ทันที" คงไม่ได้หมายถึงรออีกนับสิบปี จนกว่าจะก่อสร้างรถไฟฟ้า 10 สายเสร็จ ถ้าจะให้รอทำไมถึงไม่พูดให้ชัดเจนว่า “จะทำให้รอรถไฟฟ้าสิบสายเสร็จก่อน จึงจะนั่งรถ 20 บาทตลอดสาย”
ซึ่งพล.ต.ท.ชัจจ์ ได้ชี้แจงว่า นโยบายของเพื่อไทยได้ให้ไว้หลายเรื่อง ทั้งเรื่อง ข้าว เงินเดือน เรื่องค่ารถไฟฟ้า ที่จะสามารถทำได้สำเร็จ แต่ต้องดูตามสถานการณ์ความจำเป็น ซึ่งเรื่องค่ารถไฟฟ้าเหลือแค่การจัดการเรื่องตั๋วร่วมอย่างเดียว ขอให้อดใจรอสักนิด
ปชป.ฉุน ปธ. ให้ ส.ส. แจงแทน รมต.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิในฐานะส.ส.ชี้แจง กรณีถูกพาดพิงว่า นโยบายอื่นๆของพรรคเพื่อไทยที่ใช้หาเสียงไม่สามารถทำได้ ไม่เหมือนพรรคประชาธิปัตย์ ที่บอกว่า 99 วันทำได้จริง แต่ก็ยังไม่เห็นทำได้ ทำให้ส.ส.ประชาธิปัตย์หลายคนลุกขึ้นประท้วง เพราะเห็นว่า ส.ส.ไม่มีสิทธิชี้แจงได้ ถ้าไม่ใช่รัฐมนตรี จนเกิดการโต้เถียงกันไปมาอย่างดุเดือด ระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ทำให้นายสมศักดิ์ ประธานในที่ประชุม วินิจฉัยแล้วอนุญาตให้พูดได้ จน ส.ส.ประชาธิปัตย์รุมส่งเสียงโห่อย่างหนัก พร้อมกับรุมตำหนิการทำหน้าที่ของนายสมศักดิ์ไม่มีความเป็นกลาง
โดยน.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงว่า คำวินิจฉัยประธานไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด ถ้าประธานวินิจฉัยว่า สมาชิกทุกคนเป็นหมา ก็ต้องเป็นหมาทุกคนหรือ จากนั้นส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้โต้คารมกันไปมา ไม่หยุด โดยน.ส.รังสิมาได้ประท้วงอีกครั้งว่า “ถ้าประธานฯทำหน้าที่แบบนี้ ให้ลงมาเถอะ เดี๋ยวจะขึ้นไปเป็นประธานเอง เป็นลูกผู้ชาย ขอให้เป็นกลางหน่อย ถ้าประชุมกันไม่ได้ ก็ให้เลิกกันไปเลย” ซึ่งนายสมศักดิ์ยืนยันว่า ปฏิบัติหน้าที่เป็นกลาง และถูกต้องตามข้อบังคับทุกอย่าง
ในที่สุดนายก่อแก้ว ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ใช้สิทธิพาดพิงชี้แจงว่า พรรคเพื่อไทยทำตามนโยบายที่หาเสียงได้จริง รวมถึงนโยบายรถไฟฟ้าที่จะเก็บ 20 บาทตลอดสาย แต่ไม่ใช่ว่า พอเป็นรัฐบาลแล้วจะเนรมิตให้ใช้ได้ทันที ยืนยันจะทำเต็มที่ และไม่ได้หลอกลวงแต่อย่างใด จากนั้นประธานก็ได้ตัดบทเข้าสู่การพิจารณากระทู้น้ำท่วมทันที
ปชป. ฉุน "ประธานสภา"อัดทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง ขู่ไม่ร่วมสังฆกรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 12.00 น. ภายหลังจากเกิดเหตุวุ่นวายในห้องประชุมสภาผู้แทนราษำร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง และน.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม เปิดแถลงที่ห้องแถลงข่าวอาคารรัฐสภาตำหนิและประณามการทำหน้าที่ของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ จากกรณีที่นายสมศักดิ์ปิดไมโครโฟนของส.ส.ฝ่ายค้านในการประชุมสภาวาระกระทู้ถามสด และปล่อยให้ส.ส.พรรคฝ่ายรัฐบาลลุกขึ้นชี้แจงแทนรัฐมนตรี
โดยนพ.วรงค์ กล่าวว่า พวกตนสุดทนกับพฤติกรรมของนายสมศักดิ์ ที่ดูเหมือนจะมีใบสั่งที่ทำให้การทำหน้าที่เอนเอียงไม่เป็นกลาง โดยการทำหน้าที่ในวันนี้ ซึ่งเป็นวาระการพิจารณากระทู้ถามสด ผู้ที่ชี้แจงจะเป็นรัฐมนตรีเท่านั้น แต่กลับเปิดโอกาสให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ใช้สิทธิอ้างอิงขึ้นชี้แจงแทนรัฐมนตรี ดังนั้นจะขอประณามและตำหนิอย่างรุนแรง และฝ่ายค้านจะประชุมหารือเพื่อหามาตรการตอบโต้ นายสมศักดิ์ ต่อไป
“มีส.ส.หลายคนเสนอว่าหากประธานคนนี้ทำหน้าที่เราก็ไม่ควรสังฆกรรม แต่ถ้าประธานคนอื่นทำหน้าที่เรายินดีสังฆกรรม ส่วนจะไม่สังฆกรรมในการประชุมกี่ครั้งก็แล้วแต่เพราะเราก็ให้โอกาสประธานสภาปรับปรุงตัวเอง”นพ.วรงค์ กล่าว
ขณะที่ นายสาธิต กล่าวว่า ตามข้อบังคับแม้ประธานสภาฯ จะมีอำนาจเด็ดขาดในการวินิจฉัย หากศึกษาในประวัติศาสตร์ก็ไม่เคยปรากฎมาก่อนว่าจะให้สมาชิกใช้สิทธิพาดพิง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ก็จะใช้สิทธิพาดพิงไม่จบสิ้น และก็จะกลายเป็นญัตติทั่วไป ดังนั้น เห็นว่าการทำหน้าที่ของประธานสภาฯ ไม่เป็นกลาง จึงทำให้ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ตัดสินใจวอล์คเอาท์ในวันนี้
ด้านน.ส.รังสิมา กล่าวว่า ประธานสภาฯ วินิจฉัยเข้าข้างรัฐบาล เปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยได้ชี้แจงแทนรัฐมนตรี ซึ่งรัฐมนตรีก็ตอบแบบกุกกัก เขียนมาอย่างไรก็ตอบไปอย่างนั้น และนายสมศักดิ์ ก็มักจะพูดว่า คำวินิจฉัยประธานถือว่าเป็นที่สิ้นสุด หากมีอะไรก็จะรับผิดชอบเอง ซึ่งถ้าวินิจฉัยอย่างนี้ทุกครั้งโดยเข้าข้างรัฐบาล พวกเราก็ไม่สามารถเข้าร่วมประชุม จึงอยากให้ประชาชนจับตาดูพฤติกรรม ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถร่วมสังฆกรรมได้



