
วัดร่องขุ่น จ.เชียงราย
วัดร่องขุ่น จ.เชียงราย: พันเรื่องถิ่นแผ่นดินไทย โดย น.อ.นพ.เกรียงไกร จิรสิริโรจนากร
นับวันสังคมไทยคงหาคนอย่าง “อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์” ได้ยากเต็มที แน่ละในทางงานศิลปะนั้น ไม่ต้องพูดถึงว่า มีความโดดเด่น เป็นตัวของตัวเองมากเพียงใด แม้จะมีศิลปินท่านอื่นมาจับทางในแนวเดียวกับ อ.เฉลิมชัย ก็คงยากที่จะเสมอเหมือน และสิ่งอันเป็นตัวตนที่หาได้ยากของ อ.เฉลิมชัยนั้น คือ การรู้จักธาตุแท้ของตัวเองว่า จริงๆ แล้วตนเป็นคนเช่นไร ผิดถูกชั่วดีตรงไหน สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ และพยายามจะปรับปรุงแก้ไขให้ใจเป็นกุศลเสมอมา
การรู้จักตัวตนที่แท้จริงของ อ.เฉลิมชัย ได้รับการบอกกล่าวจากการที่มีผู้ตั้งคำถามว่า อะไรเป็นแรงบันดาลใจในการสร้าง “วัดร่องขุ่น” ของ อ.เฉลิมชัย พลังศรัทธาอันแรงกล้าในการรังสรรค์วัดร่องขุ่น ที่อลังการราวเนรมิตสวรรค์ชั้นฟ้าไว้บนดินที่บ้านร่องขุ่นนั้น เกิดจากสิ่งที่ อ.เฉลิมชัย ตั้งจิตระลึกเสมอมา แม้ อ.เฉลิมชัย จะได้กล่าวอย่างถ่อมตนว่า ตนเองเป็นคนเล็กน้อย และด้อยค่า แต่มี 3 สิ่งที่ตนระลึกถึงเสมอมานั่นคือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ที่เป็นกำลังใจที่สำคัญของตน
ในเบื้องแรก อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ตนเกิดบนผืนแผ่นดินไทย เป็นเด็กยากจน เกิดในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ มีหมอตำแยเป็นหมอทำคลอด เลือดก้อนแรกของตนได้ตกอยู่บนผืนแผ่นดินนี้ ความรัก “ชาติ” หรือแผ่นดินเกิดของตนจึงมีความสำคัญ ประการต่อมา อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ตนเป็นคนไม่ดีมาแต่เด็ก ใจร้อนวู่วาม โมโหร้าย อยากเด่น อยากดัง อิจฉาตาร้อน “ศาสนา” ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทำให้ตนมีจิตใจที่เยือกเย็นลงจากสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายทั้งปวงได้
พระมหากษัตริย์เป็นสิ่งสูงสุดที่ อ.เฉลิมชัยเทิดทูน ครั้งที่เรียนอยู่ที่คณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร อาจารย์ผู้สอนได้เล่าให้ฟังว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยมีรับสั่งว่า พระองค์ท่านยังไม่มีงานศิลปะประจำรัชกาล ทุกรัชกาลที่ผ่านมาล้วนมีศิลปะประจำรัชกาล แม้ปัจจุบันจะมีการสร้างวัดขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังคงลักษณะงานศิลปะในรูปแบบเดิม กระแสรับสั่งนั้นจึงเป็นพลังที่สำคัญให้ อ.เฉลิมชัย สร้างวัดตามแบบของตนเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
จากจิตคารวะของ อ.เฉลิมชัยใน 3 สิ่งคือ “ชาติ” อันเป็นบ้านเกิดเมืองนอน ที่บ้านร่องขุ่น “ศาสนา” พระธรรมคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้กล่อมเกลาให้ อ.เฉลิมชัยเป็นคนดี สร้างสรรค์ในสิ่งที่มีคุณค่าต่อสังคม ประกอบกับความต้องการสร้างงานพุทธศิลป์ ถวายเป็นพระราชกุศลประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 3 พลังศรัทธาอันแรงกล้าที่เกิดจากภายในจิตใจที่ดีงามของ อ.เฉลิมชัย จึงได้ประดิษฐานเป็นวัด “ร่องขุ่น”ราวพระอินทร์เนรมิต ซึ่งฝรั่งที่ได้ไปชมบอกว่า “See Wat Ronk Koon and die.” แปลว่า ถ้าไม่ได้ไปชมวัดร่องขุ่นแล้วอย่าเพิ่งตายครับ
ฉบับพรุ่งนี้ขออนุญาตเชิญท่านผู้อ่านร่วมกันถวายพระพร “วันประสูติท่านหญิงพันธุ์สวลี” ในวันที่ 24 กันยายน ที่จะมาถึงนี้กันครับ



