ข่าว

จีนขอเอี่ยวน้ำมัน-ก๊าซ ไทย-เขมร

จีนขอเอี่ยวน้ำมัน-ก๊าซ ไทย-เขมร

23 ก.ย. 2554

"ฮุน เซน" อีกแล้ว ใช้บริษัทยักษ์ใหญ่จีน ต่อรองกลุ่มทุนสหรัฐ ประกันความผิดหวัง ขุดเจาะน้ำมัน-ก๊าซฯพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา

ถึงวันนี้ คงไม่ต้องสงสัยอีกแล้วว่า น้ำมัน และก๊าซ ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลอ่าวไทย ของไทย-กัมพูชา มากมายมหาศาลแค่ไหน


 เมื่อดูจากความสนใจของบริษัทยักษ์ใหญ่ ในหลายประเทศมหาอำนาจ ที่รุมแย่งกันเป็นหุ้นส่วนสำรวจ และขุดเจาะ รวมถึงมีโครงการต่อเนื่องในระยะยาว

 ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหว ของ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยังไม่เพียงต้องการผลประโยชน์ เพื่อนำมาพัฒนาประเทศตามปกติธรรมดาเท่านั้น เพราะยังหวังว่าผลประโยชน์ที่ว่านี้จะทำให้มีชัยอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งสภาบริหารชุมชนท้องถิ่น (Commune Council) ทั่วประเทศในต้นปี 2012 อันจะเป็นการวางฐานคะแนนเสียงไว้เพื่อรองรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติ (National Assembly) ในกลางปี 2013


 ที่ยิ่งทำให้ ฮุน เซน ต้องเร่งเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับไทย ผ่านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างสุดสวาทขาดใจ ให้บังเกิดผลให้เร็วที่สุด


 และเพื่อเป็นการทำให้ได้ผลตามที่ต้องการ ฮุน เซนยังพร้อมปรับเปลี่ยนผลประโยชน์ในส่วน 90 ต่อ 10 ในพื้นที่ใกล้ฝั่งกัมพูชาที่ยังตกลงไม่ได้ มาเป็น 80 ต่อ 20 เหมือนใกล้ฝั่งไทย และส่วนที่อยู่ตรงจุดกึ่งกลางของพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างกัน ก็ให้คงไว้ที่ 50 ต่อ 50 ต่อไป


 ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเป็นการรับประกันว่า เป้าหมาย 12-12-12-12(ในเวลา 12 นาฬิกาของวันที่ 12 ธันวาคม 2012) จะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ฮุน เซน ยังได้เชื้อเชิญให้ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของจีนคือ China National Offshore Oil Corp หรือ CNOOC ให้เข้ามามีเอี่ยวในการสำรวจหาแหล่งน้ำมันและแก๊สฯในอ่าวไทยด้วย


 จึงถือเป็นสิ่งที่กดดันต่อกลุ่ม Chevron เป็นอย่างมาก จนถึงขนาดที่ประธานกลุ่มอย่าง Steve Glick ต้องบินตรงจากกรุงวอชิงตัน ดีซี เพื่อมาปฏิบัติภารกิจพิเศษ ทั้งในไทยและกัมพูชา ด้วยการนำทัพนักธุรกิจอเมริกันในนามของ US-ASEAN Business Council ตระเวณไปพบปะเจรจากับทางการกัมพูชาและไทยเมื่อไม่นานมานี้


 ส่วนทางฝ่าย CNOOC ก็ได้ตั้งความหวังที่จะได้รับส่วนแบ่งในผลประโยชน์จากน้ำมันและแก๊สฯในเขตทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทยระหว่างไทยกับกัมพูชานี้อยู่ไม่น้อยเช่นกัน โดยถึงแม้ว่าจะมาทีหลังก็ตาม แต่การที่สื่อของทางการจีน อย่าง สำนักข่าว XINHUA ได้โหมข่าวเกี่ยวกับการครองอันดับ 1 ของจีน ในฐานะที่มีมูลค่าการลงทุนในกัมพูชามากที่สุดในช่วงเดียวกันกับทัพนักธุรกิจอเมริกันในนามของ US-ASEAN Business Council ได้เดินทางเข้าไปพบปะเจรจากับรัฐบาลฮุน เซนนั้น


 จึงมีนัยสำคัญที่ต้องการเน้นย้ำให้รัฐบาลฮุน เซน ได้มองเห็นความสำคัญของทุนจีนยิ่งกว่าทุนสหรัฐฯได้เช่นกัน กล่าวคือในขณะที่จีนมีมูลค่าการลงทุนสะสมในกัมพูชามากกว่า 8,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้วนั้น สหรัฐยังคงมีมูลค่าการลงทุนสะสมในกัมพูชาเพียง 282 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ซึ่งด้วยความเป็นจริงข้อนี้ จึงทำให้จีนมั่นใจว่า สถานภาพของ CNOOC ในสายตาของ ฮุน เซน ย่อมไม่ด้อยไปกว่ากลุ่ม Chevron จากสหรัฐอย่างแน่นอน


 และที่แน่นอนยิ่งกว่านั้น การที่มียักษ์ใหญ่แห่งวงการธุรกิจพลังงานของโลกทั้งจากสหรัฐและจีนเข้ามามีเอี่ยวด้วยเช่นนี้ ย่อมหมายถึงเกมการแย่งชิงผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในอ่าวไทยที่จะมีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นด้วย


 กล่าวก็คือไม่ใช่เรื่องระหว่าง ฮุน เซน กับ ทักษิณ เหมือนในอดีตที่ผ่านมาอีกต่อไปแล้วนั่นเอง!!!