
ชี้รุกป่า'บาลา-ฮาลา'โยงไฟใต้
"ยุทธศักดิ์" นำรุกป่าบาลา-ฮาลา ถกสภากลาโหม 22 ก.ย. เผยป่วนใต้โยงรุกป่า-ค้าของเถื่อน ใช้กอ.รมน.แก้ทั้งระบบ "ประยุทธ์" ส่งฮ.สำรวจป่า ฉก.ยะลา ผนึกตชด.-ป่าไม้ ปูพรมชุดเดินเท้าล่ามอดไม้
หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) สั่งการให้กองทัพภาคที่ 4 เข้าไปกวดขันดูแลการบุกรุกพื้นที่โครงการอนุรักษ์สภาพป่าไม้ และสัตว์ป่า สวนป่าพระนามาภิไธยภาคใต้(พื้นที่ส่วนที่ 2) หรือ "ป่าสิริกิติ์" เขตติดต่อ จ.นราธิวาส-ยะลา นั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวอีกครั้งว่า ได้สั่งการไปยัง พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 และกองทัพภาคที่ 4 ในการเข้าไปดำเนินการกวาดล้างกลุ่มผู้ที่เข้าไปบุกรุกป่าสิริกิติ์อย่างเร่งด่วน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ และเป็นโครงการตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยกองทัพบกจะสนับสนุนอากาศยานเพื่อเข้าไปทำการบินสำรวจในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเต็มที่ เนื่องจากการเข้าถึงพื้นที่ค่อนข้างลำบาก และมีปัญหาความไม่ปลอดภัย ได้กำชับให้ดำเนินการอย่างระมัดระวัง ทั้งนี้ แนวทางในการแก้ไขปัญหากำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการวางแผน
"ยุทธศักดิ์"ถกรุกป่าในสภากลาโหม 22 ก.ย.
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในประเด็นเดียวกันว่า รับทราบแล้วว่ามีผู้บุกรุกเข้าไปตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ๆ เช่น ไม้กฤษณา และไม้เก่าแก่ต่างๆ ในวันพุธที่ 22 กันยายนนี้ จะนำปัญหาการรุกป่าผืนดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมสภากลาโหมเพื่อหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่า รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่มีการว่าจ้างกลุ่มก่อความไม่สงบเข้าไปก่อเหตุรุนแรงเพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มนายทุนเข้าไปตัดไม้ทำลายป่า และค้าสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ
"ผมพูดมาแล้วหลายครั้งว่า กลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้รับว่าจ้างจากกลุ่มนายทุนให้เข้ามาก่อเหตุเพื่อเปิดทางให้มีการกระทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย ทั้งกลุ่มค้าของเถื่อน ค้าน้ำมันเถื่อน ยาเสพติด และไม้เถื่อน โดยมีการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่เพื่อให้การปราบปรามของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างยากลำบาก" พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว
เล็งใช้กอ.รมน.ทำงาน-บูรณาการทุกกระทรวง
เมื่อถามว่า จากข้อมูลการบุกรุกถางป่ากว่า 30 จุดจะดำเนินการอย่างไร พล.อ.ยุทธศักดิ์ ตอบว่า ในการทำงานคงต้องใช้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) ซึ่งโครงสร้างเดิมของกอ.รมน.มี 19 กระทรวงแบ่งกันรับผิดชอบ แต่ภายหลังกอ.รมน.มีงานมาก และกระทรวงอื่นไม่ค่อยได้เข้าไปทำงานในกอ.รมน.เท่าไร ทหารจึงเข้าไปดำเนินการแทน และทำให้กอ.รมน.เป็นงานของทหารทั้งหมด
"แต่บางงานเมื่อทหารลงไปทำก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ และไม่ทำให้เกิดการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่ ดังนั้น ต่อไปบางงานอาจต้องใช้กระทรวงอื่นๆ เช่น กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงศึกษาธิการ หรือกระทรวงมหาดไทย ลงไปทำงานในพื้นที่แทน ทั้งนี้ ในระหว่างที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.รมน. จะเดินทางมาร่วมประชุมกอ.รมน.ในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ จะมีการร่วมประชุมเพื่อบูรณาการการทำงานของทุกกระทรวงอย่างเต็มที่ โดยจะบูรณาการร่วมกันทั้งการทำงาน และงบประมาณควบคู่กันไป" รมว.กลาโหม กล่าว
รมว.กลาโหม กล่าวอีกว่า ในการทำงานนายกฯ จะต้องมีความอดทน และเด็ดขาด แม้นายกฯ จะเป็นผู้หญิงก็จะต้องมีความเด็ดขาด และตนในฐานะคณะกรรมการในกอ.รมน.ก็จะสนับสนุนนายกฯ อย่างเต็มที่ และจะช่วยผลักดันให้นายกฯ ใช้ความกล้าหาญ และเด็ดขาดในการบูรณาการทั้ง 19 กระทรวงเข้าด้วยกัน ทั้งนี้ การทำงานในพื้นที่จะใช้ยุทธศาตร์พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา รวมทั้งเศรษฐกิจพอเพียง และ 6 ยุทธศาตร์หลักของกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ในการแก้ไขปัญหา
รมว.กลาโหม กล่าวย้ำด้วยว่า ในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าสิริกิติ์ จะต้องมีการดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ รวมทั้งปัญหาการบุกรุกป่าในพื้นที่แห่งอื่นทั่วประเทศ ซึ่งเราจะให้ความสำคัญด้วยเช่นเดียวกัน
มทภ.4 ชี้พื้นที่รุกป่าอาจเป็นนิคมกือลอง
พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงแนวทางการทำงานของกองทัพภาคที่ 4 หลังผบ.ทบ.กำชับให้เร่งดำเนินการว่า ขณะนี้ได้มีการขึ้นบินสำรวจ และส่งชุดเดินเท้าเข้าไปยืนยันจุดที่มีการบุกรุก เบื้องต้น คาดว่าจุดที่มีการบุกรุกอาจไม่ใช่ผืนป่าสิริกิติ์ฯ แต่อาจเป็นเขตนิคมกือลอง อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเป็นเขตป่าสิริกิติ์ฯ หากเป็นเขตนิคมกือลองจะเป็นพื้นที่จัดสรรให้ชาวบ้านเข้าไปทำกิน ซึ่งการถางพื้นที่อาจกระทำโดยชาวบ้านที่เข้าไปทำสวนยาง
เมื่อถามว่า พื้นที่ดังกล่าวมีกลุ่มก่อความไม่สงบเข้าไปกบดานอยู่บ้างหรือไม่ พล.ท.อุดมชัย กล่าวว่า ในเบื้องต้นคงต้องตอบว่าไม่มี เพราะยังไม่เคยมีการลาดตระเวนพบ อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ดูแลผืนป่าอย่างเต็มที่ เนื่องจากถือเป็นภารกิจสำคัญของกองทัพ
รับหวั่นโจรซุ่มกบดานป่าบาลาฮาลา
พล.ท.อุดมชัย กล่าวยอมรับว่า ปัญหาการบุกรุกป่าบาลาฮาลามีความเชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบที่พยายามจะเข้าไปตั้งฐานอยู่ในป่าเพื่อเป็นแหล่งกบดานหนีการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่ แต่เราคงยอมไม่ได้ที่จะให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งฐานโดยเด็ดขาด โดยมีกำลังของ ตชด.ที่ 44 ดูแลรับผิดชอบพื้นที่อยู่ ส่วนปัญหาการบุกรุกป่าขณะนี้ยังไม่พบว่ามีกลุ่มใดเข้าไปบุกรุก มีเพียงกลุ่มนายทุนที่ว่าจ้างคนงานเข้าไปหาของป่าในพื้นที่เท่านั้น และยอมรับว่า หากมีกลุ่มก่อความไม่สงบเข้าไปหลบซ่อนก็คงค้นหาได้ยาก เนื่องจากเป็นป่าทึบ
แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงสถานการณ์ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบันด้วยว่า กลุ่มแกนนำ กลุ่มแนวร่วม และกลุ่มสนับสนุน ที่ร่วมกันก่อเหตุเริ่มลดน้อยลง จากเดิมที่มีการสำรวจอยู่ที่ประมาณ 9,000 คน แต่ขณะนี้มียอดลดลงเหลืออยู่ที่ประมาณ 6,000-7,000 คน เนื่องจากมีเข้ามามอบตัว หรือเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก รวมถึงมาตรการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ส่วนปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาความไม่สงบ มีเรื่องปัญหายาเสพติด และน้ำมันเถื่อนเข้ามาเชื่อมโยงด้วย แต่เจ้าหน้าที่ก็พยายามจำกัดวงจรไม่ให้มีการขยายตัว และพยายามตัดท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มก่อความไม่สงบทำให้ฝ่ายตรงข้ามพยายามหาหนทางตอบโต้เจ้าหน้าที่หนักขึ้น
ทหาร-ป่าไม้-ตชด.ผนึกต้านรุกป่าสิริกิติ์
วันเดียวกัน ที่หน่วยเฉพาะกิจยะลา ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา พ.อ.อุทัย ชัยชนะ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ได้เชิญเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าว ได้แก่ นายมนัส จองนุ้ย ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สำนักบริการพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สาขาปัตตานี นายมีศักดิ์ แก้วกูล นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าโครงการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่า สวนป่าพระปรมาภิไธยภาคใต้ พื้นที่ส่วนที่ 2 ร.ต.ต.สุรินทร์ อุปมัยรัตน์ ตชด.445 และ ด.ต.อรุณ กุลกัลยา ตชด.44 เข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้มีการสอบถามข้อมูลต่างๆ จากเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว โดยเฉพาะ ด.ต.อรุณ กุลกัลยา เจ้าหน้าที่ตชด.44 ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่เพื่อกำหนดทิศทางการปฎิบัติงานร่วมกันเพื่อยับยั้งการบุกรุกพื้นที่ป่า
ปูพรมชุดเดินเท้า-อ.เบตง บุกรุกหนัก
พ.อ.อุทัย ชัยชนะ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา เปิดเผยว่า จากข่าวการบุกรุกป่าในพื้นที่รอยต่อของ จ.นราธิวาส และจ.ยะลา หลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่ามีการบุกรุกจริง เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้เข้าตรวจสอบและมีการรายงานเข้ามาแล้ว สำหรับปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมนั้นจะเป็นการดำเนินการในขั้นต่อไปที่จะเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทั้งตำรวจตระเวนชายแดน(ตชด.) และทหาร ที่จะเข้ามาช่วยกัน เนื่องจากพื้นที่ป่าค่อนข้างใหญ่พอสมควร และการตัดไม้ก็มีพื้นที่ที่กระจัดกระจาย มีทั้งการรุกป่าเพื่อทำกิน และกลุ่มนายทุน อย่างไรก็ตามก็จะส่งกำลังภาคพื้นที่เข้าไปตรวจสอบพิกัดที่แน่ชัดอีกครั้ง
"ที่ผ่านมามีการตรวจการณ์ทางอากาศแล้ว และสามารถยืนยันจุดในพื้นที่ จ.ยะลา คือ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ที่มีการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่ามาก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเพียงภาพถ่ายทางอากาศ ยังไม่สามารถระบุได้ว่าพื้นที่ถูกบุกรุกเป็นจำนวนมากน้อยเท่าใด คงจะต้องขอเวลาในการตรวจสอบทางภาคพื้นดินก่อน ผมขอยืนยันว่าหน่วยเฉพาะกิจยะลา จะไม่นิ่งนอนใจอย่างแน่นอน โดยจะส่งกำลังลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ รวมทั้งทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ คาดว่าจะลงพื้นที่เร็วที่สุดในวันที่ 22 กันยายนนี้" รองผบ.ฉก.ยะลา กล่าว



