ข่าว

เล่ห์มิจฉาชีพ...ซื้อรถผ่านเน็ต

เล่ห์มิจฉาชีพ...ซื้อรถผ่านเน็ต

22 ก.ย. 2554

เล่ห์มิจฉาชีพ...ซื้อรถผ่านเน็ต แสร้งลองขับ'ฉก'ต่อหน้า : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ

           มิจฉาชีพคารมดี ทำทีติดต่อขอซื้อรถยนต์ผ่านอินเทอร์เน็ต แล้วนัดแนะเจ้าของรถออกมาดูสภาพรถยนต์และทดลองขับย่านชานเมือง แต่กลับเชิดรถหนี...ร้อนถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.8 ต้องล่องใต้ ตามจับตัวร่างทรงตัวแสบมาลงโทษตามกฎหมายได้ในที่สุด

            จุดเริ่มต้นของคดี นายนพพร อายุ 59 ปี ประกาศขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค ขนาดเครื่องยนต์ 2,000 ซีซี สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ญถ 71XX กรุงเทพมหานคร ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ราคา 6.9 แสนบาท ต่อมาวันที่ 9 กันยายน ลูกค้าคนหนึ่งติดต่อขอดูรถยนต์แล้วนัดหมายพบกันในเวลาบ่ายโมง บริเวณลานจอดรถในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาบางปะกอก และลูกค้าทำทีจะตกลงซื้อขายรถยนต์คันนี้

            นายนพพรเล่าว่า ลูกค้าซึ่งยังเป็นวัยรุ่น แต่พูดจาน่าเชื่อถือมาก ขอดูเครื่องยนต์ แล้วก็ขอทดลองขับเพื่อดูสภาพของเครื่องยนต์ โดยใช้เส้นทางถนนสุขสวัสดิ์ มุ่งหน้าสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม จากนั้นวกกลับมาใช้เส้นทางถนนราษฎร์บูรณะ เข้าซอยสุขสวัสดิ์ 13 แล้วกลับรถยนต์ไปจอดบริเวณปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาบางปะกอก

            "เป็นเรื่องปกติที่ผู้ขายต้องรู้อยู่แล้วว่าผู้ที่จะซื้อต้องทดลองขับรถยนต์ ผมขอนั่งรถไปด้วย พอจอดรถที่ปั๊มน้ำมัน น้องเขาบอกว่ารถยนต์มีอาการส่าย สงสัยยางจะแฟบ แล้วทำทีเปิดประตูลงไปดูยางรถยนต์ ซึ่งผมลงรถไปดูก่อน แต่จังหวะที่ผมลงจากรถยนต์ เขารีบดึงประตูปิดแล้วเร่งเครื่องยนต์หลบหนีทันที" นายนพพรเล่าวินาทีที่รถยนต์ถูกเชิดไปต่อหน้าต่อตา

            พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ พร้อมชุดสืบสวน รายงานเหตุดังกล่าวให้แก่ พล.ต.ต.เฉลิมพันธุ์ อจลบุญ ผบก.น.8 พล.ต.ต.จีรศักดิ์ ขำคง และ พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รองผบก.น.8 ถึงการกระทำที่เป็นภัยสังคมร้ายแรง

            หลังจากนายนพพรนำเอกสารข้อมูลการติดต่อซื้อขายรถยนต์ผ่านอินเทอร์เน็ตมอบให้ชุดสืบสวน ได้เห็นเบอร์โทรศัพท์มือถือของคนร้ายที่ให้ไว้กับผู้เสียหาย จึงทดลองโทรไปยังเบอร์มือถือของคนร้าย ปรากฏว่ามีเสียงผู้ชายคนหนึ่งรับสายแล้วบอกว่าเป็นโทรศัพท์มือถือของร่างทรงอยู่ที่ตำหนักพระแม่กวนอิมโพธิสัตว์ ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา

            ชุดสืบสวนจึงเดินทางไปตรวจสอบแล้วเฝ้าสังเกตการณ์ผู้ต้องสงสัยที่เป็นวัยรุ่นแล้วเป็นร่างทรง ก่อนที่จะแอบบันทึกภาพส่งข้อความภาพ (เอ็มเอ็มเอส) ผ่านโทรศัพท์มือถือไปยังชุดสืบสวนที่อยู่กรุงเทพฯ แล้วผู้เสียหายยืนยันว่า "ใช่"

            เมื่อตรวจสอบประวัติ จึงรู้ว่าเป็น นายดิสพงษ์ หรือ หมูหยอง ประสาทพิธพรชัย อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 253/1 ต.ท่าตะเพา อ.เมือง จ.ชุมพร พร้อมติดตามดูพฤติการณ์พบว่านายดิสพงษ์ ขับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อสีและรุ่นเดียวกับของผู้เสียหาย แต่ติดทะเบียน กค 1581 ชุมพร ระหว่างนี้ชุดสืบสวนจึงประสานพนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลอาญาจังหวัดธนบุรี พิจารณาแล้วได้รับการอนุมัติหมายจับที่ 554/2554 ลงวันที่ 18 กันยายน 2554 ในข้อกล่าวหาวิ่งราวทรัพย์ พร้อมจับกุมแล้วยึดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลมาตรวจสอบพบว่าติดทะเบียนปลอม
 
            นายดิสพงษ์อ้างว่า เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง และเป็นร่างทรงของตำหนักพระแม่กวนอิมโพธิสัตว์ รับสารภาพว่า ได้วางแผนโดยเปิดดูตามอินเทอร์เน็ตหาเหยื่อที่ต้องการจะขายรถมือสอง แล้วนัดพบเจอกันเพื่อขอดูรถและทดลองขับ และพยายามหาจังหวะที่เหยื่อเผลอขับรถหนี เพราะอยากได้รถไว้ใช้งานและเพิ่งทำเป็นครั้งแรก

            หลังจากชุดสืบสวนจับตัวนายดิสพงษ์ ปรากฏว่ามีผู้เสียหายคนหนึ่งประสานงานมายังชุดสืบสวน เพื่อขอดูตัวนายดิสพงษ์ และยืนยันว่า นายดิสพงษ์คือคนร้ายที่เคยก่อเหตุด้วยวิธีดังกล่าวเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จนสูญเสียรถยนต์ยี่ห้อออดี้ 1 คัน และได้ไปแจ้งความไว้ที่ สน.แสมดำ

            ด้าน พ.ต.อ.มานพ ได้ฝากเตือนผู้ที่จะขายรถยนต์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นสุภาพสตรี หรือสุภาพบุรุษ ควรระมัดระวัง อย่าไปให้ผู้ที่ต้องการจะซื้อรถยนต์ไปดูรถยนต์ในสถานที่เปลี่ยว และไม่ควรไปคนเดียว ทางที่ดีควรนัดแนะดูรถยนต์ที่สถานีตำรวจ หรืออาจให้ตำรวจอยู่เป็นเพื่อน ทำให้คนร้ายหรือพวกมิจฉาชีพไม่กล้าที่จะลงมือก่อเหตุหรือประทุษร้ายต่อทรัพย์ได้