
'บิ๊กตู่'สั่งฟันแก๊งรุกป่า'บาลา-ฮาลา'
"ประยุทธ์" ฮึ่ม! สั่งทภ.4 จัดการแก๊งรุกป่าบาลา-ฮาลา ตชด.44 เล็งปูพรมค้น 20 กว่าจุดพร้อมกัน ระบุภารกิจรปภ.ป่วนใต้ ดึงกำลังปราบรุกป่า นักวิชาการตัดโค่นไม้ใหญ่ทำ "นกเงือก" สูญพันธุ์ ด้านกอ.รมน.ภาค 4 ชี้จับได้แต่รายเล็ก สาวไม่ถึงนายทุน
หลังจาก "คม ชัด ลึก" เปิดประเด็นบุกรุกป่าโครงการอนุรักษ์สภาพป่าไม้ และสัตว์ป่า สวนป่าพระนามาภิไธยภาคใต้ (พื้นที่ส่วนที่ 2) หรือ "ป่าสิริกิติ์" หนึ่งในโครงการตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพื้นที่เขตติดต่อ จ.นราธิวาส และจ.ยะลา
"ประยุทธ์"สั่งกวาดล้างขบวนการรุกป่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา ในที่ประชุมสรุปสถานการณ์รายวันของกองทัพบก โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานการประชุม มีตัวแทนจากกองทัพภาคที่ 4 โดย พล.ต.เดชา กิ่งวงษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 เข้าร่วมประชุม รายงานสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ระหว่างการประชุมพล.อ.ประยุทธ์สั่งการเป็นกรณีพิเศษให้กองทัพภาคที่ 4 ไปดำเนินการตรวจสอบขบวนการที่เข้าไปบุกรุกทำลายผืนป่าสิริกิติ์
“กองทัพภาคที่ 4 จะต้องเข้าไปดูแลสำรวจการบุกรุกป่าสิริกิติ์โดยเร็ว ให้มีความเข้มแข็งเด็ดขาด และให้มีผลการปฏิบัติโดยเร็วที่สุด ต้องไม่ให้มีการบุกรุกป่าแห่งนี้ เพราะเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุด ทั้งนี้ ทหารมีหน้าที่ในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และป่าไม้ ไม่ให้กลุ่มผู้มีอิทธิพล หรือผู้ที่หวังผลประโยชน์กับป่าไม้เข้าไปทำลาย เมื่อมีการบุกรุกก็จะต้องเข้าไปจัดการเรื่องนี้ให้หมดโดยเร็ว และต้องมีการป้องกันไม่ให้พื้นที่ดังกล่าวถูกทำลายขยายวงกว้างไปมากกว่านี้” แหล่งข่าวระบุคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่สั่งการตรงแก่กองทัพภาคที่ 4
ตชด.อ้างป่านิคมกือลอง-ไม่ใช่ป่าสิริกิติ์
พล.ต.ต.พงษ์ศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 4 (ผบก.ตชด.ภ.4) กล่าวถึงข่าวการบุกรุกพื้นที่สวนป่าสิริกิติ์ว่า ป่าผืนดังกล่าวมิใช่พื้นที่สวนป่าสิริกิติ์ แต่เป็นพื้นที่แถวนิคมพัฒนากือลอง เขต อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งเป็นเขตพื้นที่รอยต่อกับป่าบาลา-ฮาลา หรือสวนป่าสิริกิติ์ ที่ผ่านมามีการจัดแบ่งกำลังชุดปฏิบัติการ ตชด.ที่รับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าวลาดตระเวนเข้าไปตรวจสอบอยู่เสมอ แม้กำลังหลักต้องจัดไปดูแลรักษาความปลอดภัยของครู และประชาชนในเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ตาม
พล.ต.ต.พงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า การบุกรุกของกลุ่มนายทุนเพื่อต้องการเอาพื้นที่ไปทำสวนยางพาราและสวนปาล์มตามที่เป็นข่าวจริง แต่เรื่องการป้องกันการบุกรุกทำลายป่าต้องร่วมมือกันหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง ป่าไม้ ตชด. รวมทั้งฝ่ายทหาร ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่แบ่งกำลังเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อย จึงทำให้กลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพลฉวยโอกาสเข้าไปบุกรุกทำลายป่า
กอ.รมน.ภาค 4 ชี้สะกิดสื่อให้ทำข่าวเอง
พล.ต.อัคร ทิพโรจน์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4) แถลงในประเด็นเดียวกันว่า สิ่งที่ตรวจพบแสดงให้เห็นถึงความรักความห่วงแหนผืนป่าของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่พบการบุกรุกทำลายป่าแล้วมาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ และเราได้ประสานให้สื่อมวลชนบินขึ้นสำรวจแล้วนำเสนอปัญหาดังกล่าวเพื่อยกระดับขึ้นมานำเสนอให้คนได้รับรู้ ส่วนภารกิจของ กอ.รมน.ภาค 4 ที่ผ่านมาก็สามารถจับกุมชาวบ้านที่เข้ามาลักลอบตัดไม้ได้อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถสาวไปถึงนายทุน เพราะชาวบ้านไม่ซัดทอดต่อ
ตชด.เล็งปูพรมค้น 20 กว่าจุด
ด.ต.อรุณ กุลกัลยา เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรักษาป่าฮาลา-บาลา เปิดเผยว่า พื้นที่ที่พบการบุกรุกทำลายป่ามากที่สุดอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงหมู่ 3 บ้านไอนอเป๊าะ หมู่ 8 บ้านไอเยอร์ควีน และหมู่ 9 บ้านนากอ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา โดยพบการบุกรุกป่าตัดไม้เพื่อปลูกยางพาราเป็นจำนวนมาก ล่าสุดสำรวจพบแล้วมากกว่า 20 จุด ที่ผ่านมาตชด.ที่ 44 นำกำลังพื้นที่เข้าตรวจสอบเป็นประจำ แต่ปัญหาอุปสรรคในการทำงานคือ พื้นที่ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 600-900 เมตร ซึ่งเป็นเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน ต้องใช้วิธีเดินเท้าเข้าสำรวจเพียงอย่างเดียว การขึ้นลงแต่ละจุดต้องใช้เวลานานถึง 1 วัน
“ขณะนี้กำลังวางแผนเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่ถูกบุกรุกพร้อมกันทั้ง 20 กว่าจุด รวมทั้งจะสำรวจพื้นที่เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ในการทำงานต้องระมัดระวังสถานการณ์ความไม่สงบด้วย เพราะเราอยู่ในพื้นที่พิเศษ นอกจากนี้ ระหว่างนำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่ขณะที่เป้าหมายก็มักจะมีสายของคนร้ายที่แฝงตัวในหมู่บ้านคอยแจ้งความเคลื่อนไหวให้คนร้าย ทำให้สามารถรอดพ้นการจับกุมได้บ่อยครั้ง เฉพาะในช่วงปี 2554 เราสามารถจับกุมคดีลักลอบตัดไม้ได้ถึง 99 คดี มีผู้ต้องหา 7 ราย และออกหมายจับได้อีกจำนวนหนึ่ง” ด.ต.อรุณ กล่าว
"บาลา-ฮาลา"ป่าดิบชื้นสมบูรณ์ที่สุดของไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา ตั้งคาบเกี่ยวกับพื้นที่ 2 จังหวัด คือ นราธิวาส และยะลา มีเนื้อที่ประมาณ 270,725 ไร่ มีอาณาเขตต่อเนื่องกับป่าเบลุ่ม ซึ่งเป็นป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย เมื่อรวมพื้นที่เข้าด้วยกันจัดได้ว่าเป็นป่าฝนเขตร้อนที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดบนคาบสมุทรมาลายา และเป็นป่าบริสุทธิ์ที่ยังมีการบุกรุกทำลายน้อยมาก
ป่าบาลา-ฮาลาได้รับการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2539 เนื่องจากป่าฮาลา และป่าบาลาในพื้นที่ ต.จะแนะ ต.แว้ง ต.แม่ดง ต.โละจูด อ.แว้ง, ต.มาโมง ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส และต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา เป็นป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ เป็นต้นน้ำของแม่น้ำหลายสาย มีสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองที่สำคัญหลายชนิด เช่น กระซู่ สมเสร็จ กระทิง เสือโคร่ง เลียงผา ช้างป่า นกเงือก เป็นต้น ส่วนไม้เศรษฐกิจที่พบ ได้แก่ ตะเคียน ชันตาแมว หลุมพอ และกฤษณา เป็นต้น
สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 100-1,466 เมตร เป็นป่าดงดิบชื้น หรือป่าฝนเขตร้อน มีความชื้นสูงตลอดปี ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้สุดของประเทศไทย มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยมากกว่า 2,000 มิลลิเมตรต่อปี ประชากรที่อาศัยอยู่รอบป่าฮาลา-บาลาจึงได้รับผลกระทบจากความแห้งแล้งน้อยมาก เพราะป่าผืนนี้ควบคุมภูมิอากาศไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
แหล่งอาศัย"นกเงือก"ดัชนีป่าบริสุทธิ์
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เหตุการณ์เผาโรงเรียนหลายสิบแห่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อปลายปี 2538 เหตุการณ์ความไม่สงบได้กลับมาคุกรุ่นอีกครั้ง และเปิดช่องให้ขบวนการค้าของเถื่อน ทั้งน้ำมันเถื่อน ของหนีภาษี ยาเสพติด และขบวนการมอดไม้ รุกคืบเข้ามา โดยมีการลักลอบตัดไม้เศรษฐกิจ เช่น ตะเคียน ชันตาแมว หลุมพอ ฯลฯ เพื่อนำไปแปรรูปสร้างบ้านเรือน หรือทำเฟอร์นิเจอร์ ขณะที่บางส่วนจะมุ่งไปที่ไม้กฤษณา เพื่อเจาะเอาแก่นที่มีราคาแพง โดยมีนักการเมืองท้องถิ่นและข้าราชการบางส่วนหนุนหลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการขึ้นบินสำรวจเหนือผืนป่าบาลา-ฮาลา พบว่าสภาพทั่วไปของป่ายังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก แม้จะเริ่มมีการบุกรุกเข้าไปถางพื้นที่เพื่อทำสวนยางพารา โดยระหว่างเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนยังมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่หนาแน่น ระหว่างการบินด้วยเฮลิคอปเตอร์ยังพบสัตว์ป่าหายาก โดยเฉพาะ "นกเงือก" บินอยู่ในหุบเขา ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า ป่าผืนนี้ยังมีความอุดมสมบูรณ์มาก เพราะแหล่งที่อยู่ของนกเงือกจะอาศัยอยู่ในป่าที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศวิทยา
นักวิจัยชี้รุกป่าทำลายบ้าน "นกเงือก"
อ.ศิริวรรณ นาคขุนทด นักวิจัยโครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงผลกระทบจากการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าบาลา-ฮาลา ซึ่งเป็นป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในโครงการสวนป่าสิริกิติ์ว่า การตัดไม้ทำลายป่าย่อมส่งผลกระทบต่อแหล่งที่อยู่อาศัยของนกเงือกอย่างแน่นอน เนื่องจากแหล่งที่อยู่อาศัยของนกเงือกจะต้องเป็นโพรงไม้ขนาดใหญ่เท่านั้น
"นกเงือกมีขนาดใหญ่ ดังนั้นโพรงไม้ที่อาศัยจะต้องมีขนาดใหญ่ตามไปด้วย จากการสำรวจพบว่า โพรงของนกเงือกมีขนาดใหญ่ประมาณ 1 เมตรกว่า ขณะที่ต้นไม้ที่นกเงือกชอบอาศัยอยู่ก็ล้วนแต่เป็นไม้เนื้อแข็งที่เป็นไม้มีค่าทางเศรษฐกิจทั้งนั้น อาทิ ไม้ในวงศ์ไม้ยาง ไม้ตะเคียน ไม้สยา เป็นต้น ขณะที่ผลไม้ที่เป็นอาหารของนกเงือก เช่น ลูกตอเสือ ยางโอน จันทร์ม่วง ฯลฯ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของนกเงือกก็ต้องถูกทำลายไปด้วย นอกจากนี้ยังทำให้นกเงือกหยุดขยายพันธุ์ เพราะแหล่งที่อยู่อาศัยถูกทำลายไปด้วย" อ.ศิริวรรณ กล่าว
นักวิจัยนกเงือกคนเดิม กล่าวว่า ปกตินกเงือกจะเป็นสัตว์ที่สืบพันธุ์ได้ยาก และมีลูกน้อยอยู่แล้ว โดยธรรมชาติของนกเงือกทางภาคใต้มักจะตกลูกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-กรกฎาคม โดยจะตกลูกครั้งละ 1-2 ตัว ทำให้จำนวนนกเงือกในป่าธรรมชาติมีจำนวนลดน้อยลงเรื่อยๆ จากการสำรวจพบนกเงือกอาศัยอยู่ในป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง เช่น ป่าในเทือกเขาบูโด จ.นราธิวาส ป่าเขาใหญ่ หรือห้วยขาแข้ง เป็นต้น
อุทยานทับลานยกเลิกรื้อ2บ้านพักรุกป่า
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 21 กันยายน 2554 นายดำรง พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วยนายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน นำกำลังเจ้าหน้าที่ในสังกัดอุทยานแห่งชาติทับลานกว่า 100 นาย พร้อมด้วยรถแบ็คโฮ 1 คัน เข้าทำการรื้อถอนบ้านพักขนายธีรศักดิ์ พรอนันต์ฤกษ์ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านแสนสุข หมู่ที่ 1 ต.บุพราห์ม อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี หนึ่งในบ้านพักจำนวน 3 แห่งที่บุกรุกเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ที่ศาลมีคำตัดสินถึงที่สุดว่ามีความผิดจริง และพิพากษาให้ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่
โดยบ้านพักดังกล่าวเป็นบ้านพักชั้นเดียวด้านหน้าเป็นปูน ต่อเติมด้วยไม้ออกมาจากอาคารทางด้านหลังตั้งอยู่บนเนินเขา ด้านหลังมองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนสวยงาม พบว่าสภาพบ้านถูกปล่อยทิ้งร้างไม่มีคนอาศัย มีการกั้นแนวเขตรอบตัวบ้านรวมจำนวน 7 ไร่ 3 งาน 7 ตารางวา ทางเจ้าหน้าที่จึงใช้รถแบ็คโฮ เข้าทุบทำลายส่วนที่เป็นปูนและคอนกรีต ส่วนการก่อสร้างด้วยไม้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลานใช้กำลังเข้ารื้อถอน คาดว่าต้องใช้เวลาระยะหนึ่งการรื้อถอนจึงจะเสร็จและพร้อมกับปรับสภาพฟื้นฟูปลูกต้นไม้ขึ้น โดยนายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานได้ปลูกต้นไม้ในบริเวณที่ว่างเปล่าโดยรอบพื้นที่เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทันที ท่ามกลางฝนที่โปรยปรายลงมาตลอดการเข้ารื้อถอน
จากนั้นเจ้าหน้าเดินทางเข้ารื้อถอนบ้านพักอีก 2 จุด ที่บ้านซับพลู หมู่ 16 ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เป็นบ้านพักของนายวิเชียร เอมอุ่นจิตร์ เนื้อที่ 20 ไร่ 98 ตารางวา และ บ้านพักของนายสมชาย คูหาแก้ว เนื้อที่ 33 ไร่ 1 งาน 13 ตารางวา ระหว่างทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลานได้รับคำสั่งยกเลิกยกเลิกภารกิจรื้อถอนบ้านพัก 2 แห่ง โดยให้เลื่อนการรื้อถอนเป็นวันอื่น
นายนุวรรต ลีลาพตะ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องมีการยกเลิกภาระกิจในการเข้ารื้อถอนบ้านพักที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานที่เหลืออีก 2 แห่ง เพราะมีฝนตกลงมาตลอดทั้งวันทำให้ไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางเข้าไปในพื้นที่ที่เป็นเส้นทางลูกรังแคบและสูงชัน นอกจากนี้ทางเจ้าหน้ที่อุทยาน อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต้องการตรวจสอบรีสอร์ทที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเพิ่งมีการดำเนินการตรวจค้นและจับกุมตัวเจ้าของรีสอร์ทเมื่อวันที่ 20 ก.ย.2554 พร้อมยึดของกลางเป็นซากสัตว์ป่าได้อีกจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ติดตามอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชด้วย
"และได้รับรายงานว่าในพื้นที่ที่จะเข้ารื้อถอนบ้านพักที่เหลืออยู่ในพื้นที่บ้านซับพลู หมู่ที่ 16 ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา มีกลุ่มชาวบ้านรวมตัวกันกว่า 200 คน เพื่อคัดค้านการรื้อถอนจึงจำเป็นต้องยกเลิกภารกิจ เพราะเกรงว่าจะเกิดการเผชิญหน้า แต่อย่างไรก็ตามทางอุทยานแห่งชาติทับลานยืนยันว่าจะเดินหน้าเข้ารื้อถอนบ้านพักที่เหลืออยู่อีก 2 แห่งในวันที่ 22 ก.ย." ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน กล่าว
ส่วนปากทางเข้าหมู่บ้านซับพลู หมู่ที่ 16 ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา พบกลุ่มชาวบ้านกว่า 100 คน นำโดยนายคำแสน รักษากิ่ง กำนันตำบลอุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ได้รวมตัวกันอยู่ริมถนน พร้อมกับมีการติดป้ายประกาศข้อความว่า "หยุดการรื้อถอน ไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหา"
นายคำแสน ผู้นำกลุ่มชาวบ้าน กล่าวว่า การรวมตัวกันของชาวบ้าน ต้องการมายื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อให้ช่วยพิจารณาจัดทำหลักแนวเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานใหม่ ตามมติคณะรัฐมนตรี พ.ศ.2541 ที่ให้มีการสำรวจแนวเขตอุทยานใหม่ เนื่องจากพบว่ามีปัญหาการประกาศพื้นที่อุทยานทับพื้นที่อาศัยเดิมของชาวบ้าน เท่านั้น ไม่ใช่เป็นการต่อต้านการทำงานของเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด และเมื่อทางอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ไม่เดินทางมาในพื้นที่ทางชาวบ้านก็ต่างพากันแยกย้ายกลับบ้านเรือนของตัวเองก็เท่านั้น ไม่ได้มีการชุมนุมประท้วงต่อเนื่องแต่อย่างใด
ตชด.สวนผึ้งบุกจับแก๊งมอดไม้ในป่าพบต้นไม้ใหญ่ถูกโค่นเหลือแต่ตอ
พ.ต.ท.วิโรจน์ สุขเสริม ผบ.ร้อย.ตชด.137 ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ.2 (บ่อหวี) เข้าจับกุมผู้ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า บริเวณป่าบ้านท่ากุลา ม.2 ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี หลังได้รับการร้องเรียนมาว่ามีผู้ลักลอบเข้าไปตัดไม้ทำลายป่า เพื่อนำไม้ออกมาขายให้กับกลุ่มนายทุน จากการตรวจสอบพบว่าในบริเวณดังกล่าวเป็นป่าสมบูรณ์อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี มีการตัดโค่นต้นไม้กระยาเลย ซึ่งเป็นไม้ต้องห้าม โดยตัดออกเป็นท่อน จำนวน 20 ท่อน เป็นการตัดโค่นโดยการใช้ขวานและมีด และพบว่าไม้บางส่วนถูกถากออกเป็นต้นเสาเพื่อเตรียมขนย้ายออกมาจากป่ากระจายอยู่ในบริเวณดังกล่าวอีกกว่า 10 ต้น แต่เจ้าหน้าที่ไม่พบผู้กระทำความคิด
สำหรับผู้ที่ลักลอบเข้าไปตัดไม้ทำลายป่านั้นจะไม่ใช้เครื่องมือที่มีเสียงดังเช่นเลื่อยยนต์ แต่จะใช้ขวานและมีดแทนเพราะไม่มีเสียง และเป็นคนในพื้นที่อ.สวนผึ้ง โดยเป็นคนของผู้นำท้องถิ่น และจะเข้าไปเจาะป่าเรื่อยๆ ถ้าบริเวณไหนที่ถูกเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบก็จะทำการย้ายไปเรื่อยหรือบางครั้งก็อาจจะวนกลับมาตัดไม้ในพื้นที่เดิม ซึ่งเป็นเรื่องยากที่เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจจับกุมได้หมด



