
ทางออกพ้นความตกต่ำของประชาธิปัตย์
ทางออกพ้นความตกต่ำของประชาธิปัตย์ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดย เรือรบ เมืองมั่น www.ruarob.blogspot.com
รัฐบาลยิ่งลักษณ์ทำงานได้เดือนเดียวยังเห็นผลงานไม่ชัดเจน แต่ที่ชัดเจนกว่าคือการค้านแบบหัวชนฝาจนกลายเป็นออกทะเลรับคลื่นพันเข้าหาตัวแบบที่พรรคฝ่ายค้านหลักแบบประชาธิปัตย์กำลังทำนั้น ไม่ทำให้แต้มของพรรคนี้ดีขึ้นมาเลย ยิ่งเดินเกมแบบโบราณเท่าใด ไม่เพียงแต่แผลที่มีจะเปิดกว้าง ยังส่อถึงกึ๋นที่มี และอาจกระทบศรัทธาจากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่ประชาธิปัตย์ต้องการมากที่สุดด้วย ทางแก้คือการตอบรับการปรองดองบางส่วน แสดงสปิริต ค้านอย่างสร้างสรรค์ และพัฒนาคุณภาพบุคลากร
ผลการเลือกตั้งที่ออกมายืนยันว่ามวลชนหัวชนฝาไม่ใช่ตัวแปรแห่งชัยชนะ ขณะที่ฝ่ายเพื่อไทยเลือกที่จะเล่นบทนุ่มนวล ไม่หักกับฝ่ายอำมาตย์ พรรคจึงได้คะแนนเสียงจากประชาชนหัวปานกลาง (ที่อาจเป็นเหลืองหรือแดงก็ได้) ที่หวังว่ารัฐบาลใหม่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น โดยไม่ตกอยู่ในความเสี่ยงจากการยั่วยุฝ่ายตรงข้ามนั้น ฝ่ายกลยุทธของประชาธิปัตย์กลับคิดว่าหนทางที่พวกเขาจะครองอำนาจรัฐต่อก็คือทำตนให้สะใจแฟนพันธุ์แท้ ยึดมั่นแต่ทำลายคู่แข่งด้วยเรื่องเดิม ๆ แม้เมื่อแพ้เลือกตั้งแล้วก็ยังไม่เปลี่ยนแนวทาง ผลที่ได้คือมวลชนที่ไม่เชียร์พรรคอย่างสุดใจนั้นจะยิ่งฉีกตัวออกไปทุกที และถ้าเพื่อไทยเก็บแต้มได้ในอีกหลายนโยบายที่จะทำต่อจากนี้ เสื้อเหลืองจะหลากสียิ่งขึ้น ยิ่งมีฝ่ายค้านใหม่อย่างชูวิทย์ มาเปรียบเทียบหรือมีคนขุดเอาผลงานสมัยประชาธิปัตย์มากล่าวขวัญ ข้อด้อยทางการเมืองของพรรคเก่าแก่แห่งนี้จะยิ่งกระจ่างตา
การเดินเกมโบราณแบบด่าอย่างเดียวนั้นไม่ได้ผลในยุคอินเตอร์เน็ทที่การถกแถลงกว้างขวาง และใครทำอะไรไว้ถูกรื้อย้อนมาดูรายละเอียดได้หมด แต่ประชาธิปัตย์ต้องปรับตัวโดยสร้างความเลื่อมใสให้กับคนรุ่นใหม่ให้ได้ ให้คนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้ชื่นชมโวหาร แต่ชื่นชมสาระ ประสิทธิผลของงาน และเข้าใจถึงสิ่งที่สัมผัสตรงถึงตน ครอบครัวและชุมชนเป็นอย่างดีนั้น หันมาเอาประชาธิปัตย์เป็นแบบอย่าง
ระยะสั้นคงต้องเลิกเล่นเกมโบราณ ไม่จำเป็นต้องค้านทุกเรื่องแต่ไก่โห่ เอาเฉพาะผลที่ออกมาแล้วว่ารัฐบาลผิดพลาดจริง ซึ่งคงต้องมีบ้างในอนาคต การปรองดองอาจเริ่มด้วยการแสดงน้ำใจนักกีฬาด้วยการเออออกับนโยบายรัฐบาลในเรื่องที่เห็นว่าดีบ้าง ร่วมมือกันทำในสิ่งที่ทำด้วยกันได้ ไม่ใช่แย่งซีนหาเสียง เรื่องบางเรื่องที่สะใจคนกลุ่มเดียวอย่างการต่อต้านทักษิณนั้นอย่าเอามาเป็นเรื่องใหญ่ จนไทยอาจเสียโอกาสด้านอื่น ๆ ไป เพราะพรรคจะยิ่งถูกเกลียดชัง เข้าสู่วังวนเดิม ในระยะยาวการพัฒนาคุณภาพบุคลาากรเป็นเรื่องสำคัญมาก ขจัดภาพลักษณ์พูดไพเราะแต่เหน็บแนมที่เป็นเงาทะมึนใหญ่ไปให้ได้ โรงเรียนการเมืองที่จะเปิดต้องสอนการเสนอแต่วิชาการและวิสัยทัศน์สู่สาธารณะ ให้ค่าการทำงานมากกว่าเล่นการเมือง ติดดินและสร้างหลักคิดในการประเมินชาวบ้านให้ถูกต้อง สำหรับเรื่องทุจริตหรือประชานิยมแบบโง่ ๆ นั้นก็คงต้องมีไม่ได้อยู่แล้ว



