ข่าว

'อุกฤษ'แถลงการณ์ฉบับ2ย้ำยึดนิติธรรม

'อุกฤษ'แถลงการณ์ฉบับ2ย้ำยึดนิติธรรม

21 ก.ย. 2554

'อุกฤษ มงคลนาวิน' ออกแถลงการณ์ ฉบับ 2 ย้ำยึดหลัก 'ยุติธรรม-นิติธรรม-สันติธรรม-เสมอภาค-เสรีภาพ' ไม่ทรยศ 'สถาบัน-ปชช.-วิชาชีพ'

          นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา ผ่านเว็บไซต์อุกฤษ มงคลนาวิน เพื่อชี้แจงหลักการทำงานของ คอ.นธ.ว่า จะยึดมั่นในหลักกฎหมายที่ว่าด้วยยุติธรรม นิติธรรม สันติธรรม ประกอบกับหลักเมตตาธรรมโดยเคร่งครัดซึ่งได้ประกาศแนวทางนี้มาตั้งแต่ 1 มกราคม พ.ศ.2534

          ทั้งนี้ "ผล" ย่อมมาจาก "เหตุ" ดังนั้น คอ.นธ.จะยกปัญหาหลักนิติธรรมมาพิจารณา ดังนี้ 1."หลักนิติธรรม" คืออะไร 2."นิติรัฐ" คืออะไร 3."ยุติธรรม" คืออะไร ควรมีมาตรฐานเดียวหรือไม่ 4.ความเสมอภาคในสังคมไทย และ 5.เสรีภาพในสังคมไทย

          คำแถลงการณ์ระบุด้วยว่า คอ.นธ.จะเผยแพร่แนวทางการดำเนินงานทางสื่อมวลชนโดยเฉพาะทางโทรทัศน์ ด้วยการหยิบยกปัญหาที่เกิดขึ้นจริงมาพิจารณา เพื่อสรุปการแก้ปัญหาที่ชอบด้วยหลัก "นิติธรรมและหลักยุติธรรม" ที่แท้จริง เพื่อทุกองค์กรอาจยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ รวมทั้งเป็นแนวทางแก่คณาจารย์ผู้สอนวิชากฎหมาย และผู้ใช้วิชาชีพทางกฎหมายอีกด้วย

          นอกจากนี้ จะเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน ประชาชนทั่วไปถามปัญหาที่เกิดขึ้นจริง มายังคณะกรรมการ คอ.นธ. รวมทั้งได้เปิดตู้ ปณ. และ Website ของ คอ.นธ.(WW.NRLCTHAILAND.ORG) ขึ้น เพื่อเป็นช่องทางในการเผยแพร่ข่าวและบทความทั้งหมด ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพื่อเป็นการให้ข้อมูลและรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นจากประชาชนเจ้าของประเทศ

          "คอ.นธ.จะไม่ก้าวล่วงไปใช้อำนาจกับองค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ แต่จะรายงานสรุปปัญหา และข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล รัฐสภา ศาล องค์กรต่าง ๆ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 3 ส่วนการปฏิบัติใด ๆ ให้เป็นรูปธรรมจะเป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้ว ผมขอยืนยันว่า ผมจะไม่ยอมทรยศต่อวิชาชีพ ต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และต่อประชาชนชาวไทยเป็นอันขาด” นายอุกฤษ กล่าว

 

"เฉลิม"อ้างเเนวคิด"คณิต"เจ็ดข้อดีเเล้ว

 

           ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ผู้ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมาเกรงว่ารัฐบาลจะไม่ดูแล ว่า รัฐบาลได้รับรายงานจากนายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบค้าหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) และตั้งนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อให้ดูภาพรวมทั้งความเป็นธรรมการเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบทุกเหตุการณ์ ทั้งเหตุการณ์กรือเซะ ตากใบ  หลัง 19 ก.ย.2549 ทั้งหมดเป็นภาพรวม ในส่วนคดีที่ตนดูแลก็มีการส่งชันสูตร 13 ศพไปแล้ว หลังจากนี้ศาลจะไต่สวน จะรู้ว่าคนตายชื่ออะไร มาจากไหน ตายเพราะอาวุธอะไร ใครเป็นคนทำให้ตาย

           "วันนั้นตนให้ข้อมูลผิด ศาลที่มีอำนาจไต่ส่วนสำนวนชันสูตรพลิกศพจะมีศาลอาญากรุงเทพใต้ กับศาลอาญารัชดา ไม่ใช่ศาลแขวง ตอนนี้เริ่มชัดแล้ว"รองนายกฯระบุ

           เมื่อถามว่าคนเสื้อแดงถูกคุมขังมีจำนวนเท่าไหร่ และที่ต้องได้รับการเยียวยาที่ตั้งข้อหาก่อการร้ายหรือรุนแรงเกินจริง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ข้อเสนอนายคณิต หมายความว่ารัฐบาลควรหามาตรการคดีชุมนุมเกินกี่คน ที่เป็นการชุมนุมทางการเมือง ไม่ได้ก่อให้เกิดความวุ่นวาย รัฐบาลควรพิจารณาเป็นราย ๆ เเละควรไปถามนายยงยุทธดีกว่า

           ส่วนสามารถปรับข้อกล่าวหาจากคดีก่อการร้ายหรือกบฏ ได้หรือไม่เพราะผู้ค้าไม่ได้รับจากการจ่ายประกัน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ใช่กบฏ ไปตั้งก่อการร้ายตรงนี้เป็นข้อยกเว้น

           “กฎหมายอาญามาตรา 135/1 แก้ไขเพิ่มเติมสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เรื่องการก่อการร้าย โดยวรรคสุดท้ายเเก้เป็นว่า ถ้าเป็นการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ชุมนุมทางการเมืองไม่ถือเป็นการก่อการร้าย เพราะเป็นข้อเสนอของยูเอ็นแต่รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ดู”ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

           ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลนี้จะนำไปสู่การแก้ไขที่ถูกต้องหรือไม่เพราะปลดล็อกเรื่องดังกล่าวด้วย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ข้อเสนอนายคณิต 7 ข้อถือว่าดี และเรื่องนี้ไม่ได้มอบหมายให้ตนดูแล เดี๋ยวนายยงยุทธดุเอา

           เมื่อถามว่าการที่ยังมีคนคัดค้านยังจะดำเนินการได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ใครออกมาคัดค้านเรื่องนี้เสียแต้ม เสียคะแนน แต่คัดค้านแล้วสนุกได้แสดงความเห็นแล้วดีใจ คนทั่วไปไม่เอาด้วยแล้ว

           “อาจารย์คณิตใครตั้งไว้ ก็รัฐบาลชุดที่แล้ว ท่านเป็นคนตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อเสาะแสวงหาความจริง หาทางออก หาข้อเสนอแนะ และข้อยุติ วันนี้คณะกรรมการที่ท่านตั้งไว้โดยท่านนายกฯอภิสิทธิ์ ได้เสนอแนวทาง 7 ข้อ ไม่รับฟังจะทำอย่างไร อันนี้สังคมตัดสินได้ หรือที่ท่านตั้งตอนนั้น เป็นการตั้งหลอก ๆ หรือสนุก ๆ ถึงวันนี้ไม่ยอมรับข้อเสนอสังคมตัดสินได้”ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

 


อัด"อภิสิทธิ์"ควรเคารพความเห็นกลุ่มนิติราษฎร์

 


           ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าสนับสนุนหลักนิติรัฐ เเต่ไม่สนับสนุนเเนวคิดของคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เคลื่อนไหวในนามกลุ่มนิติราษฎร์ โดยมองว่าข้อเสนอเป็นการทำเพื่อคน ๆ เดียวว่า อาจารย์ระดับด็อกเตอร์ทางวิชาการเป็นรองศาสตราจารย์ และเป็นอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ได้รับความเชื่อถือ ถ้าอาจารย์จะมาทำเพื่อใครคนเดียว ตนว่าอาจารย์ไม่คิดฆ่าตัวตาย

           "อาจารย์เหล่านี้เป็นคนสมัยใหม่แม้ไม่ใช่นักการเมือง แต่เข้าใจโครงสร้างและสังคมระบอบประชาธิปไตย อาจารย์รู้ที่มาทั้งหมด มันเกิดจากการรัฐประหาร อำนาจเผด็จการ ผลพวงคือเกิดผลกระทบจึงเป็นที่มาของความร้าวฉาน แตกแยก ที่อาจารย์ไม่เห็นด้วยอำนาจที่มาจากเผด็จการก็ถูกต้องทั่วโลกก็เห็นอย่างนี้ แต่อาจารย์บอกว่าถ้าใครมีคดีความก็ดำเนินคดีต่อตามช่องทางหลักกฎหมาย ตนไม่เห็นว่าทำเพื่อคน ๆ เดียวเลย"รองนายกฯกล่าว

           ส่วนที่ฝ่ายค้านพยายามย้ำว่าทำเพื่อคนๆเดียวตลอดเวลา ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตอนเป็นรัฐบาลก็พูดอย่างนี้

           เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเห็นอาจารย์จากกลุ่มนิติราษฎร์  จะเข้ามาอยู่ใน คณะกรรมการอิสระว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.)ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตรงนี้ไม่ทราบ อยู่ที่นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธาน คอ.นธ.เป็นผู้แต่งตั้ง แต่ตนคิดว่าอะไรก็ตามถ้ามาทำเพื่อความถูกต้องชอบธรรม และเป้าหมายต้องการให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม ควรลองดูก่อน ขณะนี้ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ก็วิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างรุนแรง ก็เลยทำให้คนไม่กล้าคิดทำในสิ่งที่ดี

           “ผมถึงบอกว่าข้อเสนอของอาจารย์ ผมเห็นด้วยในหลักการ ถ้าทำได้เป็นเรื่องดี แต่จะทำได้ยาก เพราะมีคนส่วนหนึ่งถวิลหาอำนาจเผด็จการ และชอบเสพอำนาจจากพวกเผด็จการมันถึงมีปัญหา”ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

 

"ฐิติมา"หนุนนิติราษฎร์อ้างสอดรับคอป.-แนวทางรัฐ

 

           นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอของอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ใช้ชื่อว่าคณะนิติราษฎร์เสนอแนวทางสี่ข้อ แก้ปัญหาความขัดแย้งการเมืองหลังการรัฐประหารว่า ข้อเสนอดังกล่าวถือว่าเป็นงานวิชาการที่มีมุมมองที่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ข้อเสนอทั้งหมดมุ่งสู่การวางรากฐานของการเป็นประชาธิปไตยให้กับบ้านเมืองคือการไม่ยอมรับการทำปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งงานทางวิชาการชิ้นนี้ควรจะได้รับการเผยแพร่ให้คนได้รู้และเข้าใจ โดยควรจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดของคนในสังคมอย่างกว้างขวางต่อไปมุมมองของคณะนิติราษฎร์ที่ตรงกับรัฐบาลนี้คือเราคัดค้านการทำรัฐประหารและเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะรัฐธรรมนูญปี 2550 มีที่มาจากการทำรัฐประหาร ดังนั้นจึงไม่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง

            "การที่คณะนิติราษฎร์ออกมาคัดค้านการทำรัฐประหารจึงเป็นแนวคิดเดียวกับรัฐบาลชุดนี้ แต่การที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ออกมาวิจารณ์คณะนิติราษฎร์ในหลายเรื่อง โดยเฉพาะที่บอกว่าคณะนิติราษฎร์อาจจทำเพื่อคนใดคนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือมีผลประโยชน์แอบแฝงและพรรคประชาธิปัตย์ยังบอกว่าข้อเสนอดังกล่าวเป็นการทำลายหลักนิติรัฐของชาติ รวมทั้งจะเป็นการเพิ่มปมความขัดแย้งให้มากขึ้น"  นางฐิติมา กล่าว