ศึกชิงกอ.รมน.รัฐ-กองทัพยังหวาดระแวง
'ศึกชิง 'กอ.รมน.' รัฐ-กองทัพ ยังหวาดระแวง' โดย 'เสถียร วิริยะพรรณพงศา'
การควงแขนกันไปตรวจน้ำท่วมกันของ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" และ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ไม่ใช่สัญญาณที่บ่งบอกว่า รัฐบาลและกองทัพมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่น ไม่มีอุปสรรคใด ๆ
ร่องรอยความไม่วางใจระหว่างรัฐบาลและกองทัพ สะท้อนออกมาจากการเคลื่อนไหว ของ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่พยายามแทรกตัวเข้าไปอยู่ในโครงสร้าง การบังคับบัญชา ของ กอ.รมน. หรือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน
ย้อนอดีตกันซักเล็กน้อย กอ.รมน.เป็นองค์กรที่เกือบตายมาแล้วตั้งแต่ปี 2543 เพราะพรบ.ว่าด้วยการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ถูกยกเลิก
ฉะนั้น กอ.รมน. ซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อปราบคอมมิวนิสต์จึงไม่มีความหมาย ในยุคประชาธิปัตย์กำลังยกเลิก
แต่พอมาถึงยุค พ.ต.ท.ทักษิณ กอ.รมน.กลับฟื้นขึ้นมา ให้ทำหน้าที่ดูแลปัญหาภาคใต้ และหลังจากเกิดความขัดแย้งทางการเมือง มีความรุนแรง กอ.รมน.ก็เพิ่มเขี้่ยวเล็บมาเรื่อย กลับมาผงาดมีบทบาทคุมความมั่นคงของชาติ มีงบประมาณปีนึงนับพันล้าน ไม่นับงบลับที่ไม่เปิดเผย
ในเมื่อ กอ.รมน. มีความสำคัญต่องานด้านความมั่นคงทุกด้าน ทั้งมีงบจำนวนมาก และยึดกุมงานข่าว ในช่วงเลือกตั้ง กอ.รมน. นี่เอง ที่พรรคเพื่อไทยกล่าวหาว่า เป็นเครื่องมือของทหารสกัดพรรคเพื่อไทย
รัฐบาลจึงต้องการกุมหน่วยงานนี้เอาไว้ในมือ
แต่ปัญหาคือตามกฎหมายแล้ว กอ.รมน. นั้น มีนายกฯเป็นผ.อ. มีรองเป็นผบ.ทบ. และเลขาธิการเป็นเสธ.ทบ. คือพล.อ.ดาว์พงศ์ รัตนสุบรรณ
ฟังชื่อแล้วไม่ต้องสงสัยว่า ล้วนเป็นหอกข้างแคร่ของรัฐบาลนี้
คนหนึ่งมีส่วนในการยึดอำนาจทักษิณ อีกคนเป็นคีย์แมนปราบคนเสื้อแดง
ในเมื่อมีหอกข้างแคร่อยู่ถึงสองอัน รัฐบาลจึงอยากส่งคนของตัวเองเข้าไปคุมหอกทั้งสอง พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่ติดที่กฎหมายไม่เปิดทางให้ เพราะพล.อ.พัลลภ เป็นที่ปรึกษานายกฯ ไม่มีกฎหมายเปิดให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ มอบที่ปรึกษาคุมกอ.รมน.
แต่กฎหมายล็อกเอาไว้ว่า ถ้าจะมอบงาน สามารถมอบได้แต่รองผอ.รมน. ซึ่งหมายถึงพล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น
ถึงขนาดกฤษฎีกา ซึ่งเป็นที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาลแท้ ๆ ก็ยังบอกว่า นายกฯจะมอบหมายที่ปรึกษาเข้าไปคุมกอ.รมน.ไม่ได้
(มาตรา11 พรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ระบุว่า นายกรัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่ในการ มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีกำกับการบริหารราชการของกระทรวงหรือทบวงหนึ่งหรือหลายกระทรวงหรือทบวง)
ไม่สามารถมอบ “ที่ปรึกษา” ได้
ส่วนมาตรา 5 พรบ.กอ.รมน. ก็ยิ่งย้ำเข้าไปอีกว่า ผ.อ.จะมอบอำนาจให้ที่ปรึกษาไม่ได้ ว่า “ผู้อำนวยการจะมอบอำนาจเป็นหนังสือ ให้รองผู้อำนวยการเป็นผู้ปฏิบัติหรือใช้อำนาจแทนก็ได้”
แต่พล.อ.พัลลภ และพรรคเพื่อไทย ก็ยังดิ้นรนทุกทาง เพื่อเข้าไปคุมอยู่เหนือพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ดาวพงษ์
ล่าสุด พล.อ.พัลลภ ขอให้นายกฯแต่งตั้งให้ตัวเองเป็น “ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี” เพื่อให้มีสถานะเป็น “หัวหน้าหน่วยงาน” เข้าเงื่อนไขที่นายกฯจะมอบงานให้ได้
เพราะมาตรา 8 พรบ.ความมั่นคง ระบุว่า “นอกจากการมอบอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินแล้ว บรรดาอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้อำนวยการจะมอบอำนาจให้ ผอ.รมน.ภาค ผอ.รมน.จังหวัด หรือผู้อำนวยการศูนย์หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นปฏิบัติแทนก็ได้”
ดิ้นรนกันทุกทางแบบนี้จะสำเร็จหรือไม่ต้องติดตามอย่ากระพริบตา
แต่นี่คือสัญญาณที่บ่งบอกว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทยและกองทัพ ถึงอย่างไรก็ยังไงก็ยังยากที่จะขจัดความหวาดระแวงออกจากกันได้
................
(หมายเหตุ : ศึกชิง 'กอ.รมน.' : รัฐ-กองทัพ ยังหวาดระแวง โดย 'เสถียร วิริยะพรรณพงศา')



