
ถางเหี้ยนป่ากฤษณา'บาลา-ฮาลา'
แฉขบวนการรุกป่าสิริกิติ์ เขตติดต่อ จ.ยะลา-นราธิวาส ป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศ ตชด.เผยยึดแล้วปลูกปาล์ม-ยางพารา ขายแปลงละ 3-4 หมื่น ถางเขาหัวโล้นเป็นหย่อมๆ พบช้างป่าถูกฆ่า คาดปมกัดกินกล้ายางพารา
โครงการอนุรักษ์สภาพป่าไม้และสัตว์ป่า สวนป่าพระนามาภิไธยภาคใต้ (พื้นที่ส่วนที่ 2) จ.ยะลา-นราธิวาส ถือเป็นป่าดิบชื้นผืนที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศ โดยเป็นโครงการที่สืบเนื่องจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการอนุรักษ์ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าที่ถือเป็นต้นน้ำลำธารของประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีพระราชดำริให้เสริมกำลังพิเศษเข้าสำรวจเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2533 เมื่อคราวที่เสด็จแปรพระราชฐานมาที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์
สวนป่าพระนามาภิไธยภาคใต้ (ส่วนที่ 2) ครอบคลุมผืนป่าสำคัญ ประกอบด้วย 1.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบาลา-ฮาลา 2.ป่าสงวนนิคมสาคร 3.ป่าสงวนนิคมสุคิริน มีพื้นที่ดำเนินโครงการประมาณ 836,000 ไร่
อย่างไรก็ตาม สภาพความเป็นจริงของพื้นที่ภายในสวนป่าพระนามาภิไธย โดยเฉพาะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบาลา-ฮาลา ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมเขตรอยต่อระหว่าง จ.ยะลา และจ.นราธิวาส เป็นป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีอาณาเขตติดต่อกับป่าเบลุ่มในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย กำลังถูกนายทุนบุกรุกแผ้วถางพื้นที่นำไปจัดสรรขายทำสวนปาล์ม และสวนยางพารามากขึ้นทุกขณะ
ตชด.เผยถางป่าขายแปลงละ 3-4 หมื่น
แหล่งข่าวจากชุดปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่รับผิดชอบในภารกิจป้องกันและปราบปรามการบุกรุกป่าในพื้นที่ดังกล่าว เปิดเผยว่า จากการลาดตระเวนและขึ้นบินสำรวจโดยเฮลิคอปเตอร์ พบว่ามีการบุกรุกทำลายป่าเป็นวงกว้าง ส่วนใหญ่เป็นการบุกรุกเข้าไปตัดไม้ และแผ้วถางป่าบนพื้นที่ภูเขาสูงในระดับความสูงตั้งแต่ 600 เมตรจากระดับน้ำทะเลขึ้นไป โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า ในปีนี้พบการบุกรุกแล้วถึง 30 กว่าแปลง ขณะที่เมื่อปี 2553 ทั้งปีพบการบุกรุกเพียง 24 แปลงเท่านั้น
แหล่งข่าวชุดปฏิบัติการตชด.คนเดิมให้ข้อมูลอีกว่า สวนป่าพระนามาภิไธย หรือที่รู้จักกันในนาม "ป่าสิริกิติ์" กำลังเผชิญกับการถูกบุกรุกทำลายมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากความต้องการพื้นที่ในการปลูกปาล์มและยางพาราที่มีราคาสูง แต่เนื่องจากพื้นที่มีจำนวนจำกัดจึงเป็นแรงจูงใจให้เกิดความต้องการพื้นที่ในการเพาะปลูก และทำให้มีกลุ่มนายทุนเข้าไปบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าต้นน้ำ ซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน เพื่อนำมาจัดสรรขายเป็นพื้นที่ปลูกปาล์มและยางพารา ส่วนผู้ซื้อก็จะมีการชักชวนคนใกล้ชิดให้เข้ามาซื้อที่ด้วย
"กลุ่มนายทุนที่เข้ามาบุกรุกแผ้วถางป่าส่วนใหญ่เป็นคนนอกพื้นที่ ในที่นี้หมายถึงนายทุนในพื้นที่ที่ไม่ใช่ชาวบ้านที่อยู่ตามชายป่า แต่อาจจะมาจาก จ.ยะลา นาราธิวาส หรือปัตตานี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น เจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มผู้มีอิทธิพล โดยจะจ้างแรงงานเข้าไปตัดไม้ในป่าเพื่อถากถางพื้นที่ให้เตียนโล่งสำหรับปลูกปาล์ม หรือยางพารา โดยจะมีการแบ่งขายเป็นแปลง แปลงละ 3-4 หมื่นบาท ขนาดพื้นที่จะไม่แน่นอน แล้วแต่จะตกลงกันเอง แต่ส่วนใหญ่จะถากเขากันเป็นลูกๆ" ตชด.คนเดิม กล่าว
ทำสวนปาล์ม-ยางพารา ห่วงน้ำท่วม-ดินถล่ม
แหล่งข่าวชุดปฏิบัติการตชด.ระบุว่า จากการเดินเท้าลาดตระเวนเข้าไปมักจะพบกลุ่มแรงงานที่เข้าไปแผ้วถางทำลายป่าเป็นประจำ รูปแบบการตัดโค่นทำลายป่าจะใช้เลื่อยยนต์เข้าไปตัด เพื่อนำไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ไม้ตะเคียน หรือไม้หลุมพอ นำมาแปรรูป เมื่อโค่นตัดไม้เสร็จแล้วก็จะมีการเผา และแผ้วถางพื้นที่ ซึ่งมีจุดประสงค์จริงๆ คือ การแผ้วถางพื้นที่เพื่อนำไปจัดสรรขายทำสวนปาล์มและยางพารามากกว่า ซึ่งช่วง 2-3 ปีหลังมีการบุกรุกเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆ
"ผมเกรงว่า หากมีการปล่อยให้เข้าไปบุกรุกทำลาย โดยที่ไม่ได้เข้ามาร่วมกันป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง ต่อไปผลกระทบจากภัยธรรมชาติจะรุนแรงมาก ทั้งจากน้ำท่วมและดินถล่ม ซึ่งกรณีนี้มีความคล้ายคลึงกับเหตุน้ำท่วม-ดินถล่มที่เขาพนม จ.กระบี่ ซึ่งแต่เดิมเป็นผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก แต่ภายหลังมีการบุกรุกพื้นที่ทำสวนพารากันเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้นไม้ใหญ่ที่จะทำหน้าที่อุ้มน้ำลดลง ส่งผลให้เมื่อมีปริมาณฝนตกลงมามากๆ น้ำและโคลนจึงถล่มลงมาท่วมหมู่บ้านอย่างที่เป็นข่าว" แหล่งข่าว
ตชด.กล่าวด้วยความเป็นห่วง
แหล่งข่าวชุดปฏิบัติการตชด.คนเดิม กล่าวอีกว่า สำหรับผืนป่าสิริกิติ์ ซึ่งประกอบด้วยป่าดิบชื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์หลายแห่ง จัดเป็นป่าดิบชื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ของพรรณไม้ และพันธุสัตว์ป่ามากที่สุดในประเทศ มีสัตว์ป่าหายากมากมาย เช่น นกเงือก กระซู่ ช้างป่า เสือโคร่ง ฯลฯ ปริมาณช้างป่าของที่นี่มีจำนวนมากไม่แพ้ป่าเขาใหญ่ แต่จะพบเห็นได้ยากกว่า เนื่องจากมีเขตติดต่อหลายจังหวัด และต่อเนื่องไปถึงประเทศมาเลเซีย ช้างจึงเดินข้ามไปมาได้อย่างอิสรเสรี ไม่ค่อยมีปัญหากระทบกระทั่งกับชาวบ้านมากนัก
"แต่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ชุดปฏิบัติการของผมเดินเท้าลาดตระเวนไปเจอช้างป่าล้มถึง 3-4 ตัว เป็นประเด็นที่น่าสงสัยว่า เหตุใดช้างจึงล้มพร้อมๆ กันมากถึงขนาดนี้ อาจเป็นไปได้ว่า 1.เป็นการฆ่าเพื่อเอางา หรือ 2.ช้างไปกัดกินกล้าอ่อนยางพารา จึงถูกยิง หรืออาจถูกยาเบื่อตาย แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าลึก จึงไม่สามารถนำซากช้างออกมาชันสูตรหาสาเหตุการล้มที่แท้จริงได้ แต่เรากำลังจับตาดูในกรณีของช้างป่าอย่างใกล้ชิดว่า สาเหตุการล้มเกิดจากขบวนการที่เข้าไปตัดไม้ทำลายป่าหรือไม่" แหล่งข่าวตชด.กล่าว
จนท.ป่าไม้รับพื้นที่กว้าง-ดูแลไม่ทั่วถึง
นายนฤเบศวร์ ชุมทอง ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ และส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 (สาขาปัตตานี) กล่าวถึงปัญหาอุปสรรคในการดูแลผืนป่าบาลา-ฮาลาว่า ป่าบาลา-ฮาลามีพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 2 แสนไร่ แต่เจ้าหน้าที่มีจำนวนจำกัด ทำให้การดูแลทำได้ไม่เต็มที่ ประกอบกับเหตุการณ์ความไม่สงบส่งผลให้ในบางพื้นที่ไม่สามารถเดินเท้าลาดตระเวนเข้าไปได้ และบางภารกิจต้องมีการประสานกับเจ้าหน้าที่หน่วยอื่น เช่น เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และทหาร ร่วมลาดตระเวนด้วย
เมื่อถามว่า เคยเจอกลุ่มก่อความไม่สงบอยู่ในป่าบ้างหรือไม่ นายนฤเบศวร์ กล่าวว่า เท่าที่มีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปลาดตระเวนยังไม่เคยเจอมาก่อน เนื่องจากความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ป่าไม้กับชาวบ้านทำให้ได้เบาะแสการแจ้งเตือนจากชาวบ้านอยู่เสมอ
"เวลาเราจะเข้าไปลาดตระเวนมักจะมีชาวบ้านเข้ามาบอกข่าว หรือแจ้งเตือนอยู่เสมอ เท่าที่ทราบในปัจจุบันกลุ่มก่อความไม่สงบมักจะอาศัยอยู่ในเขตเมือง หรือในหมู่บ้าน แต่จะมีการเก็บอาวุธ หรือเข้าในป่าเฉพาะเวลาที่จะก่อเหตุ โดยมีการเคลื่อนไหวในเทือกเขาสำคัญหลายแห่งในภาคใต้ ทำให้การปฏิบัติงานในบางพื้นที่ต้องใช้ความระมัดระวัง" นายนฤเบศวร์ กล่าว
เผยนายทุนนอกพื้นที่ล่าไม้"กฤษณา"
ส่วนการบุกรุกทำลายป่าในพื้นที่นั้น นายนฤเบศวร์ ระบุว่า ส่วนใหญ่จะเป็นการบุกรุกทำสวนปาล์ม และสวนยางพารา ซึ่งมีราคาดี แต่การบุกรุกที่นี่จะไม่มีนายทุนจ้างชาวบ้านเข้ามาบุกรุกเหมือนภาคอื่น ส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง ปีที่ผ่านมาพบการบุกรุก 100 กว่าไร่ ส่วนการลักลอบตัดไม้กฤษณาจะเป็นกลุ่มนายทุนที่เดินทางมาจากภาคอื่น เมื่อเจอไม้กฤษณาก็จะใช้ขวานเจาะเข้าไปถึงแก่นไม้ หรือบางครั้งอาจใช้วิธีโค่นไม้ลงมาทั้งต้นเพื่อจะเอาแก่นกฤษณา ซึ่งมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 4-5 หมื่นบาท
เขายังกล่าวถึงปัญหาการลักลอบตัดไม้ชนิดอื่นด้วยว่า ยังมีการลักลอบตัดไม้ โดยเฉพาะ 1.ไม้ตะเคียนชันตาแมว และ 2.ไม้หลุมพอ ที่เป็นไม้คุณภาพสูง เหมาะแก่การปลูกบ้าน และทำเฟอร์นิเจอร์ แต่ปัญหาการตัดไม้ยังพบประปราย ไม่ถือว่ารุนแรงมากนัก



