
รัฐเล็งเพิ่มค่าครองชีพขรก.ปวช.-ดร.
รัฐ ผวา ! ไม่คลุมทั้งระบบ เล็งหาช่อง เพิ่มค่าครองชีพ ให้ขรก. วุฒิปวช.ยันด็อกเตอร์ ด้าน 'เฉลิม' โต้คารม 'ชุมพล' ปมตั้งสนง.ปปช. 61 จว.
รายงานข่าวจากที่ประชุมครม. เปิดเผยว่า การขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี เป็นเดือนละ 15,000 บาทนั้น ที่ประชุมครม.เพียงแค่อนุมัติในหลักการ เพราะยังติดปัญหากรณีของผู้ที่จบการศึกษาระดับปวช. และปวส. กับผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก
ทั้งนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตั้งข้อสังเกตว่า ในส่วนของปวช.และปวส.ทำไมถึงไม่ได้ด้วย เพราะบางคนทำงานมานานและเงินเดือนเท่าปริญญาตรี จึงต้องมีการศึกษาเพื่อไม่ให้บั่นทอนกำลังใจ
เช่นเดียวกับผู้ที่จบปริญญาโทและปริญญาเอก ที่มีเงินเดือนระหว่าง 16,000 -17,000 บาท ซึ่งจะทำให้ห่างจากคนที่จบปริญญาตรีนิดเดียว ก็กังวลว่า จะต้องทำอย่างไร เพื่อไม่ให้เสียขวัญทั้ง 2 ส่วน
“นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง ได้เสนอให้ปรับค่าครองชีพระยะสั้นในส่วนที่เป็นช่องว่างของกลุ่มปวช. ปวส และ กลุ่มป.โท-ป.เอก เช่น ในกลุ่มปวช. ปวส. อาจจะเพิ่มเป็น 9,000 บาทไปก่อน โดยอิงจากค่าแรง 300 บาท/วัน ซึ่งเรื่องนี้สำนักงบประมาณบอกว่าไม่หนักใจ ” แหล่งข่าว จาก ครม. กล่าว
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ในที่ประชุมครม. นายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) กล่าวในที่ประชุมว่า นโยบายนี้จะช่วยจูงใจให้คนมารับราชการมากขึ้น และน่าจะช่วยแก้ปัญหาสมองไหลในภาคราชการ ซึ่งการปรับโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการไม่น่าจะใช้เวลานาน เพราะพรรคเพื่อไทยมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร สามารถทำได้อยู่แล้ว
ด้านผู้แทนจากสำนักงบประมาณ ระบุว่า ไม่หนักใจในการดำเนินการเรื่องนี้ และไม่คิดว่า จะเป็นภาระเชิงงบประมาณของรัฐบาล นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังได้ย้ำในที่ประชุมด้วยว่า ในอนาคตจะต้องทำทั้งโครงสร้างฐานเงินเดือนทั้งหมดที่ชัดเจน โดยต้องทำจริง และไม่ใช่เป็นเพียงชั่วคราว
"เฉลิม" โต้คารม “ชุมพล” ปมตั้งสนง.ปปช. 61 จว.
รายงานจากที่ประชุมครม. ระบุว่า วาระการประชุมครม.ที่ใช้เวลาในการประชุมนานที่สุด คือ วาระที่ ร.ต.อ.เฉลิม ยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เสนอเรื่อง ขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 และสถานที่ทำการสำนักงานปปช. ประจำจังหวัด โดยใช้เวลาในการหารือกันนานถึง 30 นาที และรัฐมนตรีที่ให้ความเห็นตอบโต้กัน คือ ร.ต.อ.เฉลิม กับนายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ท่องเที่ยว แต่เป็นการตอบโต้ในลักษณะที่ไม่รุนแรง
โดยตอนหนึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม ได้ระบุว่า ครม.ควรเห็นชอบวาระนี้ เพราะว่า พรรคเพื่อไทยถูกมองว่า ไม่ลงรอยกับปปช. อีกทั้งการสร้างสำนักงานปปช.จังหวัด ก็ถูกระบุในรัฐธรรมนูญอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่า นายชุมพล ได้แสดงความคิดเห็นสวนทางว่า สำนักงานปปช. มีปัญหามากอยู่แล้ว เพราะไม่มีกำลังคน ก็เหมือนกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ที่ไม่มีกำลังคน ขนาดปปช. กลางยังมีปัญหามากมาย แล้วถ้าเป็นปปช.จังหวัดจะมีปัญหาอีกหรือไม่ อีกทั้งอาจจะมีปัญหาเรื่องงบประมาณ เพราะต้องมีการก่อสร้างสำนักงานปปช.จังหวัดใน 67 จังหวัด และใช้งบแห่งละ 9 - 10 ล้านบาทในการก่อสร้าง ซึ่งจะเป็นภาระของงบประมาณ
ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ได้ยืนยันว่า จะไม่ให้เขาตั้งไม่ได้ เพราะเขาต้องทำตามรัฐธรรมนูญ ขณะที่นายชุมพลสอบถามว่า น่าจะมีการศึกษาก่อนว่า จำเป็นต้องสร้างในช่วงนี้หรือไม่ จากนั้น ร.ต.อ.เฉลิม ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในการก่อสร้างปปช.จังหวัดนั้น บางจุดอาจใช้สถานที่ของราชการไปก่อน หรือถ้ามีที่ดินของราชพัสดุหรือที่ดินราคาถูก จึงค่อยมีการขยับขยาย แต่ปรากฏว่า นายชุมพลยังย้ำถึงการทำงานของปปช. โดยเปรียบเทียบกับกกต.อีก แต่ร.ต.อ.เฉลิม ก็ยืนยันว่า ต้องทำตามรัฐธรรมนูญ
รายงานแจ้งว่า ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรี ไม่ได้แสดงความคิดเห็น ขณะที่ นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี สรุปว่า จะมีการให้ไปดูว่า เป็นความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ เช่นเดียวกับกฤษฎีกา ที่ยืนยันเช่นเดียวกับร.ต.อ.เฉลิมว่า ต้องทำ เพราะเป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญระบุไว้
"พท.” กำชับรมต. สรุปผลงานรายงานที่ประชุมส.ส.พรรคทุกสัปดาห์
วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยมีแกนนำพรรค รัฐมนตรีของพรรค และส.ส.ของพรรคเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพียงด้วย ซึ่งในการประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทยช่วงหนึ่ง ส.ส.บางคนได้ลุกขึ้นเสนอต่อที่ประชุมส.ส.พรรค เพื่อขอให้เล่นการเมือง โดยไม่ไปทะเลาะกับฝ่ายต่าง ๆ ให้มากนัก รวมทั้งขอให้สนใจปัญหาปากท้องของชาวบ้านให้มากขึ้นด้วย เพราะคนที่เลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล คือชาวบ้านที่ไม่ใช่คนในเมือง
นอกจากนี้ ที่ประชุมส.ส.พรรคยังได้เสนอให้รัฐมนตรีของพรรคทุกคนสรุปผลงานในแต่ละสัปดาห์ เพื่อมารายงานต่อที่ประชุมส.ส.พรรคด้วย เพราะส.ส.ของพรรคจะได้นำไปชี้แจงกับชาวบ้านในพื้นที่ได้อย่างถูกต้อง



