ข่าว

สื่อเขมรยัน'ทักษิณ'ยก'ฮุนเซน'ฉลาด

สื่อเขมรยัน'ทักษิณ'ยก'ฮุนเซน'ฉลาด

20 ก.ย. 2554

สื่อเขมรยัน'ทักษิณ'ยก'ฮุน เซน'สุดชาญฉลาดในอาเซี่ยนทำเศรษฐกิจกัมพูชาเจริญขึ้นรวดเร็ว ชาวเขมรแห่ซื้ออ่านคึกคัก

        20 ก.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวเขมรในตลาดปอยเปต กรุงปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้แห่ออกมาหาซื้อหนังสือพิมพ์กัมพูชา อ่านกันอย่างคึกคัก ซึ่งทำให้หนังสือพิมพ์กัมพูชาที่ส่งมาจำหน่ายในกรุงปอยเปตหมดอย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวเขมรบางคนต้องเดินทางข้ามมาหาซื้อหนังสือพิมพ์กัมพูชาที่มีชาวเขมรนำมาจำหน่ายให้กับพ่อค้าแม่ค้าชาวเขมรในตลาดโรงเกลือฝั่งไทย แต่ก็ต้องผิดหวังเนื่องจากหนังสือพิมพ์กัมพูชาในตลาดโรงเกลือก็หมดเช่นกัน ทำให้ต้องมีการขอยืมมาอ่านกัน ซึ่งการที่ชาวเขมรสนใจหาซื้อ น.ส.พ.กัมพูชา มาอ่านเนื่องจากต้องการอ่านข่าวกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย และสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คือ เพื่อนและมิตรที่แท้จริงของกัมพูชา ที่เดินทางมาบรรยายเรื่องเศรษฐกิจการค้าให้กับนักธุรกิจชาวกัมพูชา ที่ กรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชาฟัง

        ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพ ของกัมพูชา ฉบับประจำวันที่ 20 ก.ย. 54 ได้เสนอข่าวหน้าหนึ่งว่า”ทักษิณ”ยก”ฮุน เซน”สุดชาญฉลาดสามารถดึงนักลงทุนทั่วโลกมาลงทุนในกัมพูชาจนทำให้เศรษฐกิจกัมพูชาเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วไม่แพ้กลุ่มประเทศในอาเซี่ยน โดย น.ส.พ.เกาะสันติภาพ รายงานข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ได้แถลงในเวทีการประชุมขององค์การ KD (เป็นเวทีนานาชาติระหว่างกลุ่มประเทศเอเชีย) ว่าปัญหาเศรษฐกิจต่างๆของกลุ่มประเทศอาเซี่ยนกำลังเปลี่ยนแปลง และได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่เข้าร่วมประชุมฯจำนวน 150 คนสอบถามปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลกโดยเฉพาะ การวางยุทธศาสตร์การเพิ่มพูนทางเศรษฐกิจให้ยั่งยืน และการแก้ไขปัญหาความยากจนในประเทศที่กำลังพัฒนาในเอเชีย 

        พ.ต.ท.ทักษิณ แสดงให้ที่ประชุมให้ความสนใจต่อประเทศกัมพูชาทางด้านการพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจ โดยย้ำว่าภายใต้การนำอันชาญฉลาดของสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ทำให้กัมพูชาเจริญขึ้นโดยเฉพาะโครงสร้างทางพื้นฐาน ทั้งระบบสาธารณูประโภค ระบบการศึกษา ให้กับประชาชนซึ่งเป็นทรัพย์กรที่สำคัญของประเทศกัมพูชา แม้ประเทศกัมพูชาจะได้รับความบอบช้ำทางทรัพยากรมนุษย์จากสงครามภายในประเทศเมื่อกว่า 20 ปี ที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันกัมพูชามีนักเศรษฐศาสตร์ และผู้มีความรู้จำนวนมากกำลังเข้ามาร่วมพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ในอนาคตกัมพูชาจะเป็นเสือตัวหนึ่งในอาเซี่ยน น.ส.พ.เกาะสันติภาพ ยังรายงานอีกว่า ที่ประชุมสัมนาฯได้หารือเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจสากล ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวว่าในกลุ่มประเทศอาเซี่ยนบางประเทศที่เคยล้มลุกคลุกคลาน ได้ลุกขึ้นมาต่อสู้จนเศรษฐกิจดีขึ้น มีการธนาคารมารองรับสถานภาพทางการเงินอย่างมั่นคง มีการผลิตและจำหน่ายสินค้าต่างๆเพิ่มขึ้น มีการจ้างงานจากภาคประชาชนในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน จนทำให้เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซี่ยนมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีผลิตผลที่เด่นชัดคือสินค้าทางการเกษตร โดยเฉพาะประเทศจีน ประเทศไทยและประเทศอินเดีย

        พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อว่า จึงอยากให้ผู้นำประเทศในกลุ่มอาเซี่ยนมีความจริงใจที่จะบริหารประเทศ และคอยจับตาดูสถานการณ์ต่างๆรอบๆประเทศ ไม่เช่นนั้นกลุ่มประเทศอาเซี่ยนอาจเสียหายเป็นอย่างมากได้ โดยส่วนใหญ่กลุ่มประเทศอาเซี่ยนมีรายได้จากทางด้านการค้าการส่งออกสินค้าทางการเกษตร และส่งแรงงานออกไปค้าแรงงานในภูมิภาคอื่นๆ แต่ไม่ได้ส่งเสริมตามความต้องการภายในประเทศ ดังนั้นการพัฒนาทางเศรษฐกิจและความต้องการภายในประเทศจึงมีความอ่อนแอ จึงขอเรียกร้องให้มีนโยบายและยุทธศาสตร์ที่เหมาะสม ซึ่งแหล่งรายได้ของอาเซี่ยนมี 1.ด้านการนำเข้า 2. การลงทุนจากต่างประเทศ 3. ด้านการท่องเที่ยว 4. การก่อสร้าง 5. การใช้จ่ายในประเทศและงบประมาณของรัฐบาล ฉะนั้นประเทศอาเซี่ยนจะดึงเอาทรัพยากรนั้นๆมาพัฒนาประเทศได้อย่างไร ถ้าหากประเทศอยากมีศักยภาพทางเศรษฐกิจ อาเซี่ยนจะต้อง 1. ต้องมีระบบโครงสร้างทางพื้นฐานที่ดีเพื่อให้สอดคล้องกับกำลังการลงทุน 2. การศึกษาและการอบรมด้านอาชีพต่างๆให้กับประชาชนเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุน