'ทรงกิตติ'อำลาทัพฟ้า
ผบ.สส.อำลาทัพฟ้า ฝากเทิดทูนสถาบัน ภูมิใจ 3 ปี ทำ 3 เหล่าทัพรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ย.54 พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เดินทางมาเยี่ยมอำลาตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในโอกาสที่จะเกษียณอายุราชการ โดยมี พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาทหารอากาศ และ 5 เสือ ทอ. พร้อมด้วย นายทหารระดับสูงให้การต้อนรับ
พร้อมนี้ได้จัดกองเกียรติยศ และเครื่องบินเอฟ-16 บินโฉบ เพื่อเป็นการเทิดเกียรติด้วย จากนั้น พล.อ.ทรงกิตติ ให้สัมภาษณ์ว่า ขอบคุณผู้บัญชาการทหารอากาศ และกำลังพลของกองทัพอากาศทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ร่วมทำงานกันมาตลอด 3 ปี ซึ่งเป็น 3 ปีที่คิดว่าได้สร้างให้ทั้ง 3 กองทัพรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในการฝ่าฟันความยากลำบาก ทำให้กองทัพมีคุณค่าถือเป็น 3 ปี ที่น่าภาคภูมิใจ และคิดว่าข้าราชการในกองทัพอากาศจะปฏิบัติงานเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ถวายความจงรักภักดี เป็นกองทัพอากาศที่มีเทคโนโลยีก้าวไกลกว้างขวางเป็นที่มั่นใจของประชาชนชาวไทย และมิตรประเทศ
ทั้งนี้ตำแหน่งดังกล่าวเมื่อถึงเวลาก็จะต้องเกษียณ ซึ่งจะต้องมีธงของผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ชักสู่ยอดเสา เช่นเดียวกับทุกเหล่าทัพแต่ละท่านได้รับการหล่อหลอมได้รับการคัดสรร และฟันฝ่า ทราบงานในหน้าที่ ทราบทุกเรื่องที่ควรทำให้กับกองทัพ ซึ่งจะต้องให้คนหนุ่มทำงานกัน
ติงแดงคิดเองกลัวทหาร'ปฏิวัติ'ย้ำไร้ทหารคิดลั่นไม่ขัดแย้งประชาชน
ผบ.สูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงจัดรำลึก 5 ปี เหตุการณ์ปฏิวัติ-รัฐประหาร 19 ก.ย.49 เพื่อต่อต้านทหาร ว่า ประชาชนกับทหารไม่เห็นมีอะไรขัดแย้งกัน ตนไปพบประชาชนก็เห็นประชาชนน่ารักดี ไม่มีที่ไหนที่แยกกองทัพออกจากประชาชนได้ เพราะเราคิดว่า เราคือประชาชน ไม่คิดว่ามีอะไรแตกต่างจากประชาชน ความสร้างสรรค์ของพวกเราจะนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติในอนาคต
ทั้งนี้มีเรื่องราวของประเทศชาติที่จะต้องก้าวเดินไปอีกมาก ต้องการพลังคน 66 ล้านคนทำเรื่องราวอีกมากมาย เราลดบางอย่างลง และเดินก้าวข้ามบางอย่างไปบ้าง และเดินหน้าต่อไป เพื่อเยาวชนรุ่นหลัง
เวลาที่เราเสียไป ทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสไปเยอะในหลายปีที่ผ่านมา ส่วนที่ประชาชนคิดว่าทหารจะปฏิวัตินั้น เป็นการคิดกันไปเอง เพราะถึงวันนี้ก็ยังไม่มีปฏิวัติ ยืนยันว่าไม่มี และไม่มีใครคิดเรื่องปฏิวัติอยู่แล้ว
รอ'ยุทธศักดิ์'เรียกถกโผเชื่อไม่กระทบกองทัพไทย
พล.อ.ทรงกิตติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเรียก ผบ.เหล่าทัพ ประชุมการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปี 2554 อีกครั้ง หลังจากที่นายกรัฐมนตรีตีกลับให้กับกระทรวงกลาโหมว่า หากจะต้องมีการหารือหรือมีการปรับปรุง พล.อ.ยุทธศักดิ์ จะเชิญคณะกรรมการมาร่วมประชุม และแสดงความคิดเห็น ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ได้ตีกลับโผมาให้กองทัพพิจารณาใหม่อีกครั้ง แต่ท่านไม่ให้เปิดตำแหน่งประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม
เนื่องจากว่ายังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเปิด เพราะตำแหน่งประธานนี้ เป็นตำแหน่งเฉพาะตัว และในอนาคตอาจจะเปิดตามความจำเป็น แต่เมื่อไม่เปิด ก็จะต้องพิจารณาปรับปรุงตำแหน่งกันใหม่ ซึ่งแล้วแต่ รมว.กลาโหม จะเชิญไปประชุมหารือกัน ทั้งนี้คิดว่าการไม่เปิดตำแหน่งประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม จะไม่ส่งผลกระทบต่อกองทัพไทย ไม่ว่าอย่างไรก็จะมีคนดำรงตำแหน่งทุกตำแหน่ง คิดว่าไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไร
เมื่อถามถึงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมที่ยังคงมีปัญหา พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า ข่าวบอกว่ามีปัญหา แต่ตนยังมองไม่เห็นปัญหาอะไรเลย ซึ่งเราจะต้องมีการพิจารณากันว่า จะพิจารณากันตรงจุดไหน เหมาะสมอย่างไร คณะกรรมการก็จะพูดคุยกัน ผบ.เหล่าทัพทุกท่านทำงานมา 40 กว่าปี อายุราชการกว่า 50 ปี เคยผ่านงานต่างๆ มา รู้จักทุกคนดีว่า ใครควรจะได้รับตำแหน่งอะไร ก็มานั่งคุยกัน บางท่านอาจจะเสนอท่านนี้ หรือบางท่านอาจเสนอท่านนั้น ก็จะต้องมาพูดคุยกัน คิดว่าทุกท่านมีความรักต่อประเทศชาติ รักกองทัพ ผู้บังคับบัญชาระดับนี้จะคิดออกเหมือนกัน ไม่มีใครมองเห็นสิ่งที่แปลกๆ ออกไป
ณ วันนี้กองทัพได้ทำหน้าที่กองทัพของชาติ ของประชาชน เป็นอย่างดี ขณะนี้ทุกกองทัพอยู่กับพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย 8 กองกำลังที่อยู่ตามแนวชายแดน กองบินต่างๆ ก็เตรียมการปกป้องอธิปไตย กองทัพอากาศที่อยู่ชายแดนภาคใต้ก็ทำงานกันไป เราพิจารณาหาผู้นำที่เหมาะสมในแต่ละส่วนที่จะมาบังคับบัญชาแต่ละเหล่าทัพ หรืองานด้านสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อให้ทำงานร่วมกัน และนำพาประเทศสู่ความมั่นคงเจริญรุ่งเรืองในอนาคต
เมื่อถามว่า การที่นายกรัฐมนตรีตีกลับโผทหารกลับมา เป็นเพราะการเมืองขอเข้ามามากทำให้โผทหารไม่ลงตัวใช่หรือไม่ พล.อ.ทรงกิตติ กล่าวว่า ไม่ใช่ เพียงแต่ท่านไม่เปิดตำแหน่งประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม ที่กระทรวงกลาโหมบรรจุไป เมื่อไม่มีก็จะต้องมาปรับตำแหน่งกันใหม่ เพราะมันเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ คือ ถ้าคนนั้นคนนี้ถอยมา คนนี้ก็จะต้องขยับขึ้นมา และใครจะเหมาะสมตรงนี้มากกว่า อย่าไปกังวลใจ จนถึง 3 ปียังไม่มั่นใจในตัวของตนหรืออย่างไร
"สื่อทราบได้อย่างไรว่า แคนดิเดตตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมมีแค่ 2 คน เห็นแต่เขียนข่าวกันไปมา ทั้งนี้ขอเรียนว่า ถ้าตำแหน่งมีความเกี่ยวข้องกัน และสอดคล้องกัน เช่น การจะนำทหารบางท่านจากกองทัพไทยมาอยู่ที่กองทัพอากาศก็จะต้องมาคุยกัน ซึ่งความจริงคุยกันแล้วก็เข้าใจ เพราะทำงานด้วยกันมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ และมั่นใจได้เลยว่า ทำงานมา 40 กว่าปี ผู้บังคับบัญชามีวิจารณาญาณมองเห็น และอยากทำสิ่งที่ดีให้กับกองทัพ และประเทศชาติ ไม่ได้ทำให้กับส่วนตัว
กองทัพไม่ใช่ของตน แต่เป็นกองทัพของประชาชน เราเพียงแต่มารับหน้าที่ให้ดูแลในห้วงเวลาหนึ่ง เมื่อถึงเวลาก็จะต้องหาผู้ที่มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน เพื่อนำพากองทัพต่อไป เพื่อสนองตอบแนวนโยบายของรัฐบาล อย่ากังวลใจเพราะมีเรื่องอื่นกังวลเยอะแยะ เราพยายามทำหน้าที่ของคณะกรรมการให้ดีที่สุด เพื่อให้ได้บุคคลต่างๆ มารับหน้าที่สืบต่อจากเรา" พล.อ.ทรงกิตติ กล่าว



