
'ในหลวง'ทรงห่วงน้ำท่วมพระบรมฯทรงตั้งกองทุนช่วย
'ในหลวง'ทรงห่วงน้ำท่วม 'พระบรมฯ ' ทรงตั้งกองทุนช่วย ขณะที่น้ำทะลักเข้าเมืองปากน้ำโพรอบ 3 รพ.หวิดจม แพทย์-พยาบาลวิ่งวุ่น แม่น้ำแควน้อย เมื่อสองแคว ทะลักท่วม 3 หมู่บ้าน ด้าน อ.หนองไผ่สูง จ.เพชรบูรณ์ ถูกน้ำท่วมสูง 1.2 เมตร ทางภาคกลาง ระดับน้ำยังไม่มีทีท่าจ
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 19 กันยายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ออก ณ ห้องประชุม สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะข้าราชการกรมชลประทาน เฝ้าฯ กราบบังคมทูลรายงานผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 5 โครงการ ได้แก่ โครงการเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช โครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำ จ.สกลนคร และ จ.นครพนม โครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก และโครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบน จ.กาฬสินธุ์ เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และรับพระราชทานพระราชดำริ เพื่อเป็นแนวทางการเชิญเสด็จฯ ไปทรงเปิดโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริดังกล่าว
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริเพิ่มเติม ใจความว่า โครงการจัดการน้ำในโครงการดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ต่อการชลประทานในภาคกลางหลายจังหวัด และเป็นโครงการที่ไม่เหมือนโครงการอื่น ซึ่งเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในภาคกลาง ซึ่งโครงการนี้สร้างยากมาก เพราะมีสถานที่การก่อสร้างจำกัด และนอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อกรุงเทพฯ ที่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้
พระบรมฯทรงตั้งกองทุนช่วยน้ำท่วม
เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ออกเอกสารแถลงข่าวโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯ กองทุนพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เพื่อผู้ประสบภัยพิบัติ
ทั้งนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรู้สึกเห็นใจและเศร้าสลดพระราชหฤทัยที่ราษฎรประสบความทุกข์จากเหตุการณ์น้ำท่วม จนเกิดการสูญเสียอย่างมากมาย ดังที่เป็นข่าวทราบอยู่โดยทั่วกัน จึงมีพระราชประสงค์และพระประสงค์ที่จะทรงร่วมบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในนามโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ราษฎรที่ประสบภัย
การนี้ ผู้มีส่วนร่วมถวายงานโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯ รวมทั้งสื่อสารมวลชนแขนงต่างๆ และสมาชิกโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวทั่วประเทศ ตลอดจนประชาชนทั่วไป ที่มีความประสงค์ร่วมบริจาค เป็นเงินสด เช็คเงินสด และสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค รวมทั้งสิ่งของที่จำเป็นในการช่วยเหลือและฟื้นฟูให้แก่ราษฎรที่ประสบภัยพิบัติดังกล่าวเข้า "กองทุนพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เพื่อผู้ประสบภัยพิบัติ" ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 เพื่อรวบรวมและดำเนินการในนามโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯ เพื่อผู้ประสบภัยพิบัติตามพระราชประสงค์และพระประสงค์นั้นต่อไป
รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ พล.อ.ต.สรชัย ชีวะกลินศักดิ์ ผู้อำนวยการกองงานพระวรชายาฯ กองงานพระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร วังศุโขทัย เลขที่ 904 ถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 หมายเลขติดต่อ 08-1825-9999 หรือ 0-2241-9852 โทรสาร 0-2241-9850
ผู้ที่มีความประสงค์จะบริจาคเป็นเงินสดหรือเช็คเงินสด ให้เข้า "กองทุนพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เพื่อผู้ประสบภัยพิบัติ" เลขบัญชี 132-454997-9 บัญชีสะสมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางซื่อ และนำสำเนาหลักฐานการบริจาค ชื่อพร้อมที่อยู่ของผู้บริจาคส่งที่กองงานพระวรชายาฯ เพื่อการจัดส่งใบรับรองการรับเงินต่อไป
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ต่างๆ นักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยเดื่อ ต.น้ำไผ่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ ได้กลับมาเรียนเป็นวันแรก เมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา หลังจากน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในพื้นที่บ้านห้วยเดื่อ บ้านต้นขนุน บ้านห้วยคอม บ้านห้วยเนียม และบ้านเพีย ต.น้ำไผ่ เมื่อนักเรียนเข้าแถวเคารพธงชาติเสร็จก็ไปเรียนที่ศาลาวัดห้วยเดื่อ เนื่องจากอาคารเรียนถูกใช้เป็นศูนย์ประสานในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ที่ จ.พิษณุโลก แม่น้ำแควน้อยช่วงไหลผ่าน อ.วัดโบสถ์ สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่หมู่ 11 หมู่ 12 ต.ท่างาม และหมู่ 4 ต.ท้อแท้ เทศบาลตำบลวัดโบสถ์ได้วางแนวกระสอบทรายเสริมความสูงริมแม่น้ำตลอดแนวที่คาดว่าจะล้นตลิ่ง และประกาศเตือนให้ชาวบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำขนของขึ้นที่สูง
จ.เพชรบูรณ์ วันเดียวกัน น้ำในแม่น้ำป่าสักไหลเข้าท่วมพื้นที่ 10 ตำบลใน อ.หนองไผ่ โดยเฉพาะหมู่ 1, 3, 4, 6 และ 8 ต.กองทูน น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน พื้นที่การเกษตร ระดับน้ำสูง 1.20 เมตร รวมทั้งถนนสายกองทูล-หนองไผ่ ถนนสายท่าเยี่ยม-ท่าแดง และถนนสายกองทูล-อ.วิเชียรบุรี เป็นระยะทางยาวกว่า 3 กิโลเมตร ชาวบ้านต้องไปใช้เส้นทางถนนกองทูล-เพชรละคร แทน ที่มีน้ำท่วมขังน้อยกว่า ส่วนพื้นที่เศรษฐกิจเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ถนนหลายสายสามารถใช้สัญจรไปมาได้
น้ำทะลักปากน้ำโพรอบ 3
แม่น้ำเจ้าพระยาช่วงไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ มีปริมาณ 3952 ลบ.ม.ต่อวินาที เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 19 กันยายน ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น 5 ซม. สูงกว่ากำแพงคอนกรีตที่เทศบาลนครนครสวรรค์ทำป้องกันไว้ ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วม เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเสริมคันดินให้สูงขึ้นกว่าระดับน้ำ 40 ซม. ซึ่งตลอดทั้งวันเทศบาลนครนครสวรรค์เร่งเสริมแนวคันดินและกระสอบทรายตามจุดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับน้ำเหนือที่จะไหลมาสมทบมากที่สุดในวันพรุ่งนี้ หากผ่านพ้นไปได้ก็คาดการณ์ว่าน้ำจะเริ่มลดลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากระดับน้ำเพิ่มขึ้นรวดเร็วทำให้แนวกระสอบทรายที่เทศบาลนครนครสวรรค์วางไว้ช่วงแนวฟันหรอของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ยังไม่มีการก่อสร้างแนวกำแพง ช่วงด้านหลังโรงแรมเป็นหนึ่ง ริมถนนสวรรค์วิถี ส่งผลให้กระสอบทรายพังลงแนวยาวประมาณ 1 เมตร ทำให้น้ำทะลักเข้าถนนสวรรค์วิถีที่ถือว่าเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญใจกลางเมืองนครสวรรค์ น้ำพุ่งเข้าโรงพยาบาลรวมแพทย์ ที่อยู่ห่างจากจุดน้ำทะลักเพียง 30 เมตรอย่างรวดเร็ว ทำให้แพทย์ พยาบาล ญาติคนป่วยต่างแตกตื่น วิ่งมาช่วยลำเลียงกระสอบทรายอุดน้ำที่ทะลักโกลาหล ร้านค้าในตลาดปากน้ำโพที่เพิ่งเปิดร้านแตกตื่นเก็บข้าวของหนีน้ำกันชุลมุน เทศบาลนครนครสวรรค์ใช้เวลากว่า 30 นาที จึงะสามารถกู้ป้องกันได้ ซึ่งจุดที่เกิดน้ำทะลักนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้ว
นายจิตตเกษม นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีนครนครนครสวรรค์ เปิดเผยว่า น้ำที่เพิ่มต่อเนื่องทำให้ดินทรุดตัวกระสอบทรายพังลง ขณะนี้เร่งกู้ปิดน้ำที่ไหลได้แล้ว และจะจัดเวรยามเฝ้าระวังต่อเนื่อง เพราะน้ำเหนือยังคงไหลมาสมทบมากขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าหากผ่านพ้นวันที่ 20 ไปแล้วสถานการณ์น่าจะดีขึ้น แต่มั่นใจว่าจะสามารถรักษาเขตเศรษฐกิจไว้ได้
หนุ่มใหญ่เล่นน้ำจมเสียชีวิต
จ.อุทัยธานี เมื่อเวลา 08.00 น.วันเดียวกัน ร.ต.ท.มานะ นพอมรบดี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุทัยธานี ได้รับแจ้งเหตุพบศพคนจมน้ำที่หน้าร้านตัดผมกฤษณะบาเบอร์ ถนนศรีเมือง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวยังคงมีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร
นายสุธรรม ขำตุ้ม อายุ 61 ปี พ่อของผู้ตาย ให้การว่า ลูกชายไปช่วยพี่สาวเฝ้าร้านขายดอกไม้ที่ถูกน้ำท่วมในบริเวณดังกล่าว กระทั่งเย็นวันที่ 18 กันยายน ลูกชายบอกคนในร้านว่าจะไปเล่นน้ำทั้งที่ว่ายน้ำไม่เป็น คนในบ้านไม่ได้ทักท้วง เพราะเห็นว่าน้ำบริเวณดังกล่าวไม่ลึกนัก จากนั้นลูกชายก็หายไปทั้งคืน กระทั่งเช้ามีคนไปพบกลายเป็นศพลอยน้ำ
พ่อพาลูกสาวหาปลาเรือล่มดับ 3
จ.ชัยนาท นายมานพ คุ่ยจาด อายุ 38 ปี อาชีพรับจ้าง อยู่บ้านเลขที่ 169 หมู่ 13 ต.นางลือ อ.เมือง พายเรือพาลูกสาว 2 คน คือ ด.ญ.พรชนก อายุ 11 ขวบ และ ด.ญ.จิราภา อายุ 9 ขวบ ออกหาปลาในแม่น้ำท่าจีน เรือเกิดล่มจมหายไปทั้ง 3 คน เมื่อเย็นวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา กระทั่งเวลา 01.30 น. วันที่ 19 กันยายน เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำจึงงมศพเจอ
เมื่อเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน ชาวบ้านกว่า 300 คนจาก ต.มะขามเฒ่า ต.หนองน้อย ต.เขาท่าพระ และเขตเทศบาลตำบลวัดสิงห์ อ.วัดสิงห์ ไปร่วมตัวกันที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลเทพ หมู่ 4 ต.หาดท่าเสา อ.เมือง เพื่อขอร้องให้เจ้าหน้าที่เปิดประตูระบายน้ำ เพื่อระบายน้ำจากแม่น้ำท่าจีนลงคลองใหญ่เข้าคลอง ม.อ. ระบายไป จ.สุพรรณบุรี เพื่อลดปริมาณน้ำที่กำลังจะล้นข้ามถนนวัดสิงห์-ชัยนาท โดยมีนายวรชัย บำรุงพล ผอ.โครงการส่งน้ำฯ มาเจรจากับชาวบ้าน กระทั่งเวลา 12.00 น. จึงเปิดประตูระบายน้ำจาก 15 ลบ.ม.เป็น 17 ลบ.ม. และจะเพิ่มให้เรื่อยๆ ชาวบ้านจึงสลายตัวกลับ
น้ำท่วมตลาดท่าช้าง สิงห์บุรี
จ.สิงห์บุรี น้ำในแม่น้ำน้อยยังคงไหลเข้าท่วมพื้นที่หมู่ 4, 5 และ 6 ตลาดท่าช้าง ต.ถอนสมอ และพื้นที่หมู่ 2, 3, 4, 5 ต.พิกุลทอง อ.ท่าช้าง ชาวบ้านต้องขนย้ายสิ่งของไปไว้บนไหล่ถนน แม้องค์การบริหารส่วนตำบลถอนสมอจะทำคันหินคลุกยาว 800 เมตร เสริมแล้วก็ตาม ขณะเดียวกันชาวบ้านหมู่ 8, 9 และ 10 ต.โพชนไก่ อ.บางระจัน ที่อยู่เหนือเขื่อนชันสูตรในพื้นที่หมู่ 8 ก็ถูกน้ำท่วมแล้ว เนื่องจากเขื่อนปิดประตูระบายน้ำทั้ง 4 บาน ขณะนี้ระดับน้ำล้นสันเขื่อนแล้ว
จ.นนทบุรี นายภาสกร บุญญลักษม์ นายอำเภอเมืองนนทบุรี เปิดเผยว่า ทางอำเภอให้องค์กรส่วนท้องถิ่นในเขต อ.เมือง ติดตามปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ไหลผ่าน จ.นนทบุรี ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกับเร่งสร้างคั้นดินและกระสอบทรายเป็นแนวป้องกันเพิ่มอีก 12 ชั้น เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ชั้นใน และสั่งปิดประตูระบายน้ำตามคลองต่างๆ ที่เชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อป้องกันน้ำเข้าท่วมอีกด้วย จากการสำรวจพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พบชาวบ้านถูกน้ำท่วมแล้ว 500 ครอบครัว ในพื้นที่หมู่ 2, 4, 5 ต.บางไผ่ และอีก 6 หมู่บ้าน ใน ต.ไทรม้า
หวั่น อ.ปักธงชัย จมบาดาล
ม.ล.อนุมาศ ทองแถม ผอ.สำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา กล่าวว่า จากการติดตามประมวลวิเคราะห์สภาพอากาศและสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่มีขนาดพื้นที่เก็บกักน้ำเกิน 100 ล้าน ลบ.ม.ยังพบฝนตกลงมาในเขตผืนป่ามรดกโลกแห่งที่ 5 เขาใหญ่-ทับลาน ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำ ทำให้มีน้ำฝนไหลเติมในอ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย มีปริมาณน้ำ 97 ล้านลบ.ม. หรือ 95% จากพื้นที่เก็บกัก 110 ล้าน ลบ.ม. จึงเร่งระบายออกแต่มีข้อจำกัด สามารถพร่องน้ำได้ไม่เกิน 1 ล้าน ลบ.ม. มิเช่นนั้นพื้นที่ท้ายอ่างในเขต อ.ปักธงชัย อ.โชคชัย และ อ.เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งปกติจะมีปัญหาน้ำเอ่อท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกในพื้นที่จะถูกซ้ำเติมด้วยน้ำที่พร่องออกจากอ่างเข้าไปอีก
ม.ล.อนุมาศ กล่าวต่อว่า ส่วนอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ตอนบน อ.ด่านขุนทด ขณะนี้มีปริมาณน้ำเกินความจุ 4.7 ล้าน ลบ.ม. น้ำล้นสปิลล์เวย์ตลอดเวลา ทำให้เอ่อท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตร ซึ่งได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลำตะคองมี 258.88 ล้าน ลบ.ม. หรือ 82.32% ของพื้นที่เก็บกัก 314 ล้าน ลบ.ม. ยังสามารถควบคุมได้ โดยพร่องน้ำออกวันละ 2.5 ล้าน ลบ.ม. สถานการณ์น้ำในเขตเมือง จึงไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด
ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำชีเพิ่มสูงขึ้นมาก คาดว่าคืนวันที่ 19 กันยายน จะล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรในบ้านโนนประดู่ หมู่ 7 บ้านดอนเปล้า หมู่ 6 และบ้านโต้น หมู่ 3 ต.บ้านเหลื่อม อ.บ้านเหลื่อม
"ได้เตรียมเปลี่ยนสีเหลืองมาเป็นสีส้ม ซึ่งหมายถึงได้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่แล้ว โดยพบน้ำท่วมขังในบางจุดแล้ว จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเครือข่ายเฝ้าระวังภัยพิบัติ แจ้งเตือนประชาชนให้วางแผนอพยพสิ่งของเครื่องใช้และทรัพย์สินหนีน้ำ" ม.ล.อนุมาศกล่าว
น้ำยังท่วมตายแล้ว 112 ราย
นายประทีป กีรติเรขา รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะประธานการประชุมศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมใน 26 จังหวัด รวม 171 อำเภอ 1,164 ตำบล 7,688 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 1,568,935 คน มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 112 ราย สูญหาย 2 ราย สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ 3,935 ลบ.ม.ต่อวินาที เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,706 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่งผลให้มีน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณ 8 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี และต้องเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวันที่ 19-20 กันยายนนี้ เนื่องจากระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีก
"ปู”สั่งระดมกำลังช่วยน้ำท่วมชัยนาท
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะที่ จ.ชัยนาท ว่า ได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และทุกหน่วยงานลงพื้นที่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในพื้นที่ที่เป็นจุดวิกฤติโดยเฉพาะคันกั้นน้ำที่ใกล้จะพังจะเตรียมรับมืออย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ต้องบอกประชาชนว่า ครั้งนี้ถือเป็นภัยธรรมชาติที่รุนแรงและหนักมาก จึงต้องเร่งให้มีการเสริมแนวกั้นน้ำ ขณะนี้จึงต้องเร่งระดมคนเพื่อเสริมคันกั้นน้ำ และวันนี้ (19 ก.ย.) ผู้บัญชาการทหารบกลงไปดูในพื้นที่ภาคเหนือ จนถึงขณะนี้ยังมั่นใจว่ารับมือได้ เพราะมีเพียงบางส่วนที่ได้รับความเสียหาย แต่หลายจุดมีการวางแผนล่วงหน้าไว้แล้ว
สธ.ห่วง รพ.ใน 12 จังหวัด
นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำ ขณะนี้พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงคือโรงพยาบาลในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ในภาคกลาง และตะวันตก รวม 12 จังหวัด ได้แก่ รพ.อินทรบุรี รพ.สิงห์บุรี รพ.อ่างทอง รพ.บางไทร รพ.บางบาล รพ.ผักไห่ รพ.บางปะอิน รพ.เสนา รพ.ท่าเรือ รพ.พระนั่งเกล้า รพ.บางใหญ่ รพ.บางกรวย รพ.บางเลน และรพ.เจ้าพระยายมราช ได้สั่งการให้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมความพร้อมในการสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม และระบบไฟฟ้าของโรงพยาบาล
นพ.ณรงค์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์น้ำที่ รพ.อินทร์บุรี ขณะน้ำสูง 1.60 เมตร กินพื้นที่ 600 เมตร หน้าทางเข้าออกโรงพยาบาล มีการประสานให้จัดหาเรือไว้ช่วยเหลือรับส่งผู้ป่วยเพิ่มแล้ว และจากการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 1,958 ครั้ง มีผู้มารับบริการ 252,969 ราย ส่วนใหญ่ป่วยน้ำกัดเท้า ไข้หวัด ปวดกล้ามเนื้อ โรคผิวหนัง และความเครียด จากการประเมินปัญหาสุขภาพจิตพบว่า มีความเครียด 1,283 ราย ซึมเศร้า 3,027 ราย เสี่ยงฆ่าตัวตาย 337 ราย และต้องติดตามดูแลใกล้ชิด 408 ราย
วัด 972 แห่งถูกน้ำท่วม
ที่วัดสระเกศ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานปล่อยขบวนรถเพื่อนำสิ่งของ ประกอบด้วย ข้าวสาร 27 ตัน น้ำดื่ม 3.5 แสนลิตร เพื่อนำไปช่วยเหลือวัดและชาวบ้านที่ประสบอุทกภัย พร้อมมีผู้บริจาคเงิน 1 ล้านบาท เพื่อให้คณะสงฆ์นำไปช่วยเหลือพระสงฆ์ที่ไม่สามารถออกบิณฑบาตเนื่องจากประสบภัยน้ำท่วมด้วย
นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า เบื้องต้น พศ.ได้นำเงินไปถวายวัดที่ประสบอุทกภัยและไม่สามารถออกบิณฑบาตได้ วัดละ 5,000 บาท รวม 972 วัด ขณะเดียวกันในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 20 กันยายน จะเสนอขอเงินทดรองราชการจากครม.จำนวน 27 ล้านบาท เพื่อนำมาช่วยเหลือพระสงฆ์ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ด้วย
นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า เครื่องอุปโภคบริโภคเบื้องต้นจะนำไปถวายวัดใน 10 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง ลพบุรี อุทัยธานี อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ รวม 553 วัด อย่างไรก็ตาม จำนวนวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้มีทั้งสิ้น 1,081 วัด จาก 21 จังหวัด มีพระภิกษุ สามเณร ได้รับความเดือดร้อน 10,922 รูป โดยพศ.จะให้การสนับสนุนช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ทางหลวงเสียหาย 2,859 ล้าน
นายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า น้ำท่วมครั้งนี้มีถนนในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงได้รับความเสียหายทั้งหมด 372 สายทาง ในพื้นที่ 15 จังหวัด ปัจจุบันการจราจรผ่านได้ 348 สาย ประเมินงบประมาณซ่อมแซมถนนรวม 2,859 ล้านบาท แบ่งเป็นการซ่อมแซมให้การจราจรผ่านได้ก่อน 73 ล้านบาท และฟื้นฟูคืนสู่สภาพเดิม 2,786 ล้านบาท
นายวิชาญ คุณากูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า ถนนในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบทได้รับความเสียหาย 460 สาย ถนนที่การจราจรผ่านได้ 386 สายทาง คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 3,524 ล้านบาท
ผักสดปรับราคาขายรายวัน
นางอุดมลักษณ์ พงษ์สุพรรณ ผู้จัดการตลาดไทฝ่ายส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ แหล่งค่าส่งสินค้าเกษตร ใน จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า ภาวะน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทำให้ราคาผักผันผวน เนื่องจากมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดลดลง ทำให้ราคาผักปรับตัวสูงขึ้นกว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผักบางชนิดเริ่มขาดตลาด ราคาผักจึงแผงขึ้น อาทิ ผักบุ้งจีน เดิมราคากิโลกรัมละ 14-15 บาท แต่ช่วงนี้ราคาอยู่ที่ 20-25 บาท และยังมีแนวโน้มจะขยับขึ้นไป 5-10% ในช่วงเข้าสู่เทศกาลกินเจ
นางเดือน เชื้อสมุทร ผู้ค้าผักในตลาดราชบุรี กล่าวว่า ตอนนี้ผักมีราคาสูงขึ้นทุกวัน บางชนิดขึ้นวันละ 10-15 บาท บางชนิดก็ขึ้นถึงวันละ 20 บาท อย่างผักบุ้งจีนสัปดาห์ที่แล้วขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 14-15 บาท วันนี้ (19 ก.ย.) ขายกิโลกรัมละ 20 บาท กะหล่ำปลีขายกิโลกรัมละ 28 บาท แตงกวากิโลกรัมละ 20 บาท หน่อไม้ฝรั่งกิโลกรัมละ 85 บาท มะเขือเปราะกิโลกรัมละ 22 บาท พริกขี้หนูกิโลกรัมละ 120 บาท ถั่วฝักยาวกิโลกรัมละ 25 บาท และผักคะน้ากิโลกรัมละ 40 บาท วันนี้ลูกค้ามาซื้อผักจะซื้อได้ในราคาเท่านี้ แต่วันถัดไปราคาก็มีโอกาสจะขยับขึ้นอีก เป็นไปตามราคาขายส่ง
นางจิตธิมา รัตนสุนทร รักษาการประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า แม้ขณะนี้ยังไม่เข้าเทศกาลกินเจ แต่พืชผักต่างมีราคาสูงขึ้นหลายชนิดแล้ว อาทิ ผักชี ขึ้นฉ่าย ผักกาด คะน้า ปรับการจำหน่ายสูงขึ้นราว 15-25% ขณะที่ผลไม้ เช่น ส้ม องุ่น และผลไม้ประเภทไหว้ ราคาขายส่งปรับตัวขึ้นไป 20%
ชี้ราคาผักใกล้เคียงปีที่แล้ว
นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า จากการตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ยังไม่พบว่ามีผลกระทบต่อราคาพืชผักให้ปรับตัวสูงขึ้นมากจนผิดปกติ เนื่องจากแหล่งน้ำท่วมไม่ได้อยู่ในพื้นที่เพาะปลูกผักที่สำคัญ ซึ่งแหล่งเพาะปลูกส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น นครราชสีมา ส่วนภาคกลางจะอยู่บริเวณ จ.ราชบุรี และปทุมธานี ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่สถานการณ์น้ำท่วมตามจังหวัดทางภาคเหนือจะส่งผลกระทบให้ราคาผักขยับขึ้นมาบ้างเล็กน้อย เนื่องจากระบบการขนส่งมีปัญหา โดยปัจจุบันราคาผักคะน้าอยู่ที่ 26-27 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ปีที่แล้วอยู่ที่ 32-35 บาทต่อกิโลกรัม ผักบุ้งจีนอยู่ที่ 20-21 บาทต่อกิโลกรัม ปีที่แล้วอยู่ที่ 22-25 บาทต่อกิโลกรัม ผักกวางตุ้งอยู่ที่ 19-20 บาทต่อกิโลกรัม ปีที่แล้ว 22-25 บาทต่อกิโลกรัม ผักกาดหอมปีนี้อยู่ที่ 23-24 บาทต่อกิโลกรัม ปีที่แล้ว 45-50 บาทต่อกิโลกรัม
“เชื่อว่าสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้ หากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา พบว่าราคาผักในปีนี้จะถูกกว่าทุกรายการ เพราะพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมส่วนใหญ่จะเป็นพืชไร่ อีกทั้งมองว่า หากเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจราคาผักก็จะยังคงไม่ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน หากประชาชนพบการจำหน่ายผักราคาแพงและไม่มีคุณภาพให้แจ้งมาที่สายด่วน 1569 ซึ่งกรมการค้าภายในจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ" นางวัชรี กล่าว



