บ้านหลังแรกเข้าครม.3ล.เป็น5ล.
คลังชงมาตรการลดหย่อนซื้อบ้านหลังแรกเข้าครม.วันที่ 20 ก.ย. ขยายจากราคา 3 ล้านเป็น 5 ล้านบาท เอาใจคนเมือง จำกัดซื้อภายใน 1 ปี เปิดช่องหักลดหย่อนได้ 10% หรือสูงสุด 5 แสนบาท ภายใน 5 ปี กระทบรายได้รัฐ 2,000 ล้านบาท "วิรุฬ" จี้ ธอส.ส่งดอกเบี้ย 0% เข้าร่วม
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันที่ 20 กันยายนนี้ กระทรวงการคลังจะนำเสนอมาตรการลดภาระการซื้อบ้านหลังแรกให้ประชาชนเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจากมีการพิจารณารายะละเอียดของมาตรการเรียบร้อยแล้ว โดยในส่วนของบ้านหลังแรกที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการนั้น ได้ขยายจากราคา 3 ล้านบาท เป็น 5 ล้านบาท เนื่องจากต้องการให้ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ในเมือง ซึ่งปัจจุบันอาจมีความจำเป็นต้องรองรับราคาบ้านที่สูงขึ้น ทำให้สามารถประหยัดไปได้ในระดับหนึ่ง
นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า มาตรการลดหย่อนภาษีการซื้อบ้านหลังแรกได้ปรับปรุงรายละเอียดเพิ่มเติม จากให้สิทธิสำหรับซื้อบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อบ้านมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ไม่เกิน 10% ของราคาบ้าน จากเดิมที่กำหนดให้หักลดหย่อนได้ไม่เกิน 3 แสนบาท ทำให้ผู้ซื้อบ้านราคา 5 ล้านบาท สามารถหักลดหย่อนได้เต็มที่ 5 แสนบาท แต่ต้องนำมาทยอยหักลดหย่อนภาษีเป็นเวลา 5 ปี
“มาตรการดังกล่าวน่าจะกระทบรายได้ของกรมสรรพากรไม่มาก ประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี และเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น ต้องซื้อบ้านภายใน 1 ปีตั้งแต่ครม.อนุมัติเท่านั้น ซึ่งจะมีผลในการหักลดหย่อนภาษีในปี 2556“ นายสาธิต กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนการนำราคาบ้านมาหักลดหย่อนภาษีไม่รวมกับการหักลดหย่อนดอกเบี้ยผ่อนชำระค่าบ้านที่เดิมจะให้สิทธิทุกคนหักได้ 1 แสนบาทอยู่แล้ว ดังนั้นหากผู้ซื้อบ้านในปีนี้และเข้าตามคุณสมบัติโครงการเป็นบ้านหลังแรกก็จะได้ลดหย่อนทั้ง 2 ทาง โดยในแบบฟอร์มชำระภาษีจะเพิ่มช่องหักลดหย่อนเข้ามาเป็นกรณีพิเศษในปีที่มีผลต้องยื่นภาษี
ด้าน นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธอส.ยังไม่ได้รับนโยบายเรื่องสินเชื่อบ้านหลังแรกดอกเบี้ย 0% จากกระทรวงการคลัง ดังนั้น ธอส.จึงไม่มีแผนจะดำเนินการในเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ธอส.ยังอยู่ระหว่างดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ย 0% ระยะเวลา 2 ปี ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดก่อน โดยอนุมัติยอดสินเชื่อไปแล้วจำนวน 1.7 หมื่นล้านบาท จากผู้ที่ยื่นขอสินเชื่อในวงเงินรวม 2.5 หมื่นล้านบาท และอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจำนวนที่เหลือ
“ชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลไม่มีโครงการสินเชื่อดอกเบี้ย 0% ฉะนั้นลูกค้าสินเชื่อก็ไม่จำเป็นต้องรอ เข้าใจว่ารัฐบาลจะไปสนับสนุนในแง่การลดหย่อนภาษีแทน อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงการสินเชื่อดอกเบี้ย 0% ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปีของธนาคารเองนั้น เราก็พร้อมจะพิจารณา แต่ต้องรออีกระยะหนึ่ง โดยดูสถานการณ์ดอกเบี้ยและรายได้เป็นหลัก” นายวรวิทย์กล่าว
นายวรวิทย์กล่าวว่า สถานการณ์สินเชื่อบ้านในปีนี้มองว่า การแข่งขันสินเชื่อบ้านของธนาคารพาณิชย์ในระบบไม่รุนแรงเท่าปีก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มสูงขึ้น แต่เชื่อว่า ความต้องการบ้านหลังแรกของประชาชนยังมีอยู่ ส่วนผู้ที่ต้องบ้านหลังที่สองหรือสามอาจจะชะลอการซื้อ เพราะเป็นห่วงเรื่องต้นทุนดอกเบี้ย ส่วนสถานการณ์สินเชื่อบ้านในปีหน้าอาจจะทรงตัว โดยปัจจัยเรื่องดอกเบี้ย และปัญหาน้ำท่วม มีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้า
ทั้งนี้ กรณีที่เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ได้มอบหมายให้สาขาในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทำการสำรวจว่า มีลูกค้ารายใดได้รับผลกระทบบ้าง เพื่อให้การช่วยเหลือตามมาตรการของธนาคาร ซึ่งมีตั้งแต่พักชำระหนี้เป็นระยะเวลา 4 เดือน ไปจนถึงยกหนี้ให้บางส่วนสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก รวมทั้งการปล่อยสินเชื่อใหม่เพื่อซ่อมแซม
ขณะที่ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการหารือกับนายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการธอส. ได้กำชับให้ ธอส.ดำเนินโครงการบ้านหลังแรก 0% ต่อเนื่อง ซึ่งระยะเวลาอาจจะ 3 หรือ 5 ปีก็แล้วแต่ความสามารถในการดำเนินงานของ ธอส. เนื่องจากถือเป็นมาตรการเสริมกับการลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรกราคา 5 ล้านบาท
“หากดำเนินโครงการบ้าน 0% เหมือนที่ธอส.เคยทำจะถือเป็นการปล่อยกู้ปกติ เพราะรัฐบาลไม่ได้ชดเชยภาระดอกเบี้ยให้ แต่อาจจะลดการนำส่งรายได้เข้ารัฐลง เนื่องจากผลกำไรลดลงและอาจจะกระทบกับโบนัสของพนักงานบ้าง ในรายละเอียดยังต้องหารือกันอีกครั้ง ซึ่งโครงการนี้น่าจะออกตามหลังมาตรการภาษี เนื่องจากไม่ต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงสามารถดำเนินการได้ทันที” นายวิรุฬ กล่าว
ทั้งนี้ ข้อเสนอเบื้องต้นอาจให้ ธอส.ปล่อยกู้ในโครงการ 0% ใหม่นี้ในวงเงิน 1 หมื่นล้านบาทก่อน เพื่อดูความต้องการของประชาชน โดยไม่จำกัดเป็นบ้านใหม่เหมือนมาตรการลดหย่อนภาษีและให้เน้นไปที่บ้านหลุดจำนอง บ้านที่เป็นเอ็นพีแอลของธนาคาร หากเป็นบ้านหลังแรกอาจ 0% นานหลายปี แต่หากเป็นบ้านหลังที่สองอาจจะได้สิทธ์ 0% นาน 6 เดือนหรือ 1 ปี เป็นต้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยให้มีบ้านเป็นของตัวเองในราคาถูกและมีภาระการผ่อนชำระลดลง แล้วธอส.ยังได้ระบายบ้านที่ยึดมาออกไปได้ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ก็น่าจะราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทอยู่แล้ว เนื่องจากหากไม่ทำโครงการนี้บ้านที่ยึดมาก็จะยิ่งขายไม่ออก เพราะคนอาจไปเข้าโครงการบ้านหลังแรกใช้สิทธิลดหย่อนภาษี



