ข่าว

'ฮุนเซน'ลงซ้อมร่วมเตะบอลกับแดง

'ฮุนเซน'ลงซ้อมร่วมเตะบอลกับแดง

19 ก.ย. 2554

"ฮุน เซน" ร่วมซ้อมเตะฟุตบอลเตรียมฟาดแข้งกระชับมิตรเสื้อแดง 24 ก.ย. บอกเป็นตัวอย่างเยาวชนให้สนใจเล่นกีฬา และเพื่อสร้างนัดเตะประวัติศาสตร์แดง-เขมร “วัฒนา”แจง"สมศักดิ์"ไปเขมรประชุมรัฐสภาอาเซียนเป็นกำหนดการล่วงหน้า

          เว็บไซต์ฟิฟทีนมูฟได้รายงานว่า สถานีโทรทัศน์ในกัมพูชาหลายช่องได้รายงานสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ร่วมซ้อมเตะฟุตบอลกับทีมนักการเมืองกัมพูชา ที่สนามฟุตบอลในกรุงพนมเปญ ช่วงเย็นวันที่  18 กันยายน  เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับฟุตบอลมิตรภาพไทยแดง-เขมร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24  กันยายน ที่จะถึง โดยมีนายแกบ จุติมา ผู้ว่าราชการจังหวัดพนมเปญ นักการเมืองกัมพูชาและอดีตนักฟุตบอลทีมชาติกัมพูชาประมาณ 80  คน ร่วมทำการฝึกซ้อม ซึ่งการซ้อมจะมีขึ้นทุกวันในเวลา 16.00 น. จนถึงวันแข่ง


          สมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า การที่ตนมาร่วมฝึกซ้อมครั้งนี้มีจุดประสงค์  2  อย่าง คือ 1. เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนและประชาชนกัมพูชาสนใจเล่นกีฬา ฝึกกีฬาเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอลที่นิมยมกันทั่วโลก 2. เพื่อให้เกิดเหตุการณ์มิตรภาพที่เป็นประวัติศาสตร์ในประชาชาติทั้งสอง กัมพูชา-ไทย โดยเฉพาะกับรัฐบาลใหม่ของไทยภายใต้การนำของ ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนใหม่

          ขณะที่ พล.อ.เซา โซะคา ประธานสมาพันธ์กีฬาฟุตบอลกัมพูชา เปิดเผยว่า ตามที่คณะเสื้อแดงได้เข้าพบแสดงความคารวะนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อวันที่ 17  กันยายน แกนนำของนักฟุตบอลสองฝ่ายได้เสนอรายงานกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า ทั้งฝ่ายเสื้อแดงของไทยและกัมพูชาจะแบ่งกันลงร่วมในแต่ละทีม โดยทีมกัมพูชาจะมีนักฟุตบอลกัมพูชา 6 คน มีนักฟุตบอลเสื้อแดง 5 คน ส่วนทีมเสื้อแดงจะมีนักฟุตบอลเสื้อแดง 5 คน นักฟุตบอลกัมพูชา 5 คน ซึ่งเป็นการแข่งขันแบบชนะ-ชนะ ทั้งสองฝ่าย ไม่มีผู้แพ้

 


“วัฒนา”แจง"สมศักดิ์"ไปเขมรประชุมรัฐสภาอาเซียน


 
            นายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเดินทางเยือนกัมพูชาของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า เป็นการไปร่วมประชุมใหญ่สมัชชารัฐสภาอาเซียน โดยจะเดินทางกลับไทยในวันพุธที่ 21 กันยายนนี้ ซึ่งงานนี้เป็นกำหนดการล่วงหน้า และไปโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีองค์กรระหว่างประเทศได้จัดประชุมดังกล่าวขึ้น ส่วนจะพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เห็นว่าหากเป็นนอกเวลางานถือเป็นเรื่องปกติและเป็นเรื่องส่วนตัวที่สามารถทำได้

           ส่วนที่มีการเรียกร้องให้จับกุมพ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดี และหากไม่มีการดำเนินการใด ๆ จากกลุ่มส.ส.ที่พบพ.ต.ท.ทักษิณ ก็อาจจะผิดกฎหมายนั้น นายวัฒนา เห็นว่าไม่สามารถทำได้ เพราะกฎหมายไม่เอื้ออำนวย ซึ่งหากมี ส.ส.ไปเตะฟุตบอลและพบกับพ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่มีสิทธิจับกุมเพราะตามกฎหมายหมายจับสามารถทำได้ในราชอาณาจักรไทยเท่านั้น หรือการเดินทางไปสถานทูตไทยประจำประเทศต่าง ๆ ด้วย ขณะที่หากจะแจ้งที่อยู่เพื่อให้จับกุมพ.ต.ท.ทักษิณก็สามารถทำได้ก็ต่อเมื่อต้องทราบที่อยู่ที่ถาวรเท่านั้น

           ส่วนกรณีที่มีการแอบอ้างตัวของกลุ่มบุคคล ว่าเป็นสื่อมวลชน เข้ามาภายในรัฐสภา โดยได้ถ่ายภาพส.ส. ตามงานต่างๆ และมาขอรับเงินจาก ส.ส. ว่า ตนก็เคยเจอมากับตัวเอง แต่ก็ต้องจ่ายเงินค่ารูปให้คนอย่างต่ำ 500 บาท เพราะคิดว่าเป็นสื่อมวลชนจริง แต่หลังมีการร้องเรียนของสื่อมวลชนรัฐสภาเข้ามา จึงทำให้ทราบว่าไม่ใช่สื่อมวลชนที่แท้จริง หรือเรียกว่าสื่อมวลชนผี ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างความเสื่อมเสีย และส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อสื่อมวลชนได้ ที้งนี้หากสื่อมวลชน พบนักข่าวผีก็ขอให้ช่วยกันแจ้งเบาะแสด้วย โดยจะมีรางวัลให้ตั้งแต่ 500-1,000 บาท ส่วนมาตรการป้องกันนั้น ก็จะเข้มงวดเรื่องบัตรประจำตัวของสื่อมวลชนให้มากขึ้น

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำแหน่งโฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร เพิ่งมีกฎหมายรองรับเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2554 ซึ่งนายวัฒนาถือเป็นโฆษกคนแรก และได้แถลงวาระงานของประธานสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรตลอดสัปดาห์ พร้อมนัดแถลงข่าวทุกสัปดาห์อย่างที่ไม่เคยปฏิบัติ