ข่าว

ฆ่าชิงทรัพย์โชเฟอร์แท็กซี่ย่านบางบัวทอง

ฆ่าชิงทรัพย์โชเฟอร์แท็กซี่ย่านบางบัวทอง

19 ก.ย. 2554

คนร้ายก่อเหตุฆ่าโหด ชิงทรัพย์โชเฟอร์แท็กซี่ มีผู้พบศพในซอยโรงเรียนป่าไม้อุทิศ ย่านบางบัวทอง

          19 ก.ย.54 พ.ต.ท.พันธมิตร จ้างประเสริฐ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.บางบัวทอง ได้รับแจ้งเหตุมีโชเฟอร์แท็กซี่ถูกฆ่าเสียชีวิต ภายในซอยโรงเรียนป่าไม้อุทิศ ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรชัย สืบสุข ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.อภิชาติ เรือนทิพย์ รอง. ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.โสภณ พึงไชย ผกก.สภ.บางบัวทอง มูนิธิป่อเต็กตึ้ง และ แพทย์จากร.พ.สิรราช รีบรุดไปตรวจสอบ

          ที่เกิดเหตุภายในซอยดังกล่าวพบรถแท็กซี่สีเขียวเหลืองยี่ห้อโตโยต้าอัลติสหมายเลขทะเบียน มฉ.3188 กทม.จอดอยู่บริเวณข้างอพาร์ทเมนต์ที่กำลังก่อสร้าง สภาพรถเปิดไฟหน้ามิเตอร์รถไฟบอกราคาค่าโดยสารยังติดอยู่กระจกด้านหน้าถูกตีด้วยของแข็งมีรอยร้าว ภายในรถตรงพวงมาลัยมีลอยโคลนติดเบาะด้านคนขับมีผ้าขนหนูวางอยู่

          ภายในรถมีร่องรอยการต่อสู้ ด้านหลังอพาร์ทเมนต์ดังกล่าวเป็นป่าหญ้าพบศพนายสุรพันธ์ ชาวเรือหัก อายุ 43 ปี ใส่เสื้อสีฟ้าลายขาวกางเกงยีนส์ขายาว นอนหงายถูกตีด้วยท่อนไม้ยูคารีพตัส ยาวประมาณ1เมตร50เซนติเมตร ที่บริเวณใบหน้า ดั้งจมูกหัก เลือดไหลนองเต็มหน้า ข้างตัวพบกระเป๋าสตางค์ของผู้ตายตกอยู่ภายในกระเป๋าไม่มีเงินสดและเอกสารสำคัญ คาดว่าคนร้ายน่าจะเอาเงินไปทั้งหมด

          จากการสอบสวน นางรัตนา แย้มนาค อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 79/1 หมู่ 3 เจ้าของบ้านและอพาร์ทเมนต์ดังกล่าวให้การว่าตนได้อาศัยอยู่บ้านที่ปลูกติดกับอพาร์ทเมนต์ เมื่อวานตนได้ออกไปทำธุระข้างนอกบ้านกลับมาประมาณตี 2 พบรถแท็กซี่คันดังกล่าวจอดดับเครื่องเปิดไฟหน้าประตูทั้ง 4 บาน ถูกปิด จอดอยู่ข้างอพาทร์เมนต์ของตนจึงเดินเข้าไปดู พบว่าไฟมิเตอร์ค่าโดยสารยังติดอยู่แต่ไม่พบโชเฟอร์แท็กซี่ ตนจึงเข้าบ้านนอนตามปกติจนกระทั่งเมื่อช่วงเช้ามีผู้พบเห็นโชเฟอร์เสียชีวิตดังกล่าว

          ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ดูจากร่องรอยการต่อสู้คนร้ายน่าจะมีแค่คนเดียว ส่วนสาเหตุคาดว่าคนร้ายคงจะฆ่าชิงทรัพย์ เพราะเงินในกระเป๋าสตางค์ถูกคนร้ายเอาไปจนหมดกระเป๋า หรือคนร้ายอาจจะไม่มีเงินจ่ายค่าแท็กซี่เลยมีปากเสียงกันจนทำให้ก่อเหตุในครั้งนี้ก็เป็นได้ เพราะดูจากเหตุการณ์คนร้ายไม่ได้เตรียมการมาก่อน อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป