'ปู'สยบข่าวกินข้าวมื้อละ2แสน
'นายกฯ'ควง'ยงยุทธ-โกวิท' ชิมข้าวแกงโรงอาหารทำเนียบฯ สยบข่าวกินข้าวมื้อละ 2 แสน เผย ไม่ชอบพูดเรื่องความมั่นคงเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีผลกระทบ ไม่ใช่ไม่รู้เรื่อง
19 ก.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.00 น.ภายหลังการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับสถานการณ์และการแก้ไข ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯ น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงไปรับประทานอาหารกลางวันที่บริเวณโรงอาหารด้านหลังตึกบัญชาการ 1 ท่ามกลางความสนใจของบรรดาข้าราชการและสื่อมวลชน
ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้สั่งอาหารจากทุกร้านในบริเวณดังกล่าวมารับประทาน เพื่อไม่ให้เกิดความน้อยใจมารับประทานอย่างสนุกสนาน ซึ่งประกอบด้วย ไข่เจียว ปลาสลิดทอด กุนเชียงทอดไก่ทอด แกงเขียวหวาน ต้มจืดมะระไก่ คั่วกลิ้ง เกาเหลา เป็นต้น
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตั้งใจไว้นานแล้วโดยบอกกับเลขานุการส่วนตัวว่าวันไหนว่างและปฏิบัติภารกิจ อยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลก็จะลงมารับประทานอาหารที่นี่ อีกทั้ง ตนเป็นคนชอบรับประทานข้าวแกงเพราะทานง่าย สะดวกและอร่อย จึงต้องการลงมาชิมรสชาติอาหารของทำเนียบรัฐบาลบ้าง ซึ่งชิมแล้วก็อร่อยดี โดยเฉพาะไข่เจียวไปที่ไหนก็ต้องสั่งมาทาน ถูกแล้วก็อร่อย
“ที่สำคัญมีคนไปพูดว่าปูทานอาหารมื้อละ 2 แสนบาท นั้นก็อยากให้เห็นเลยว่าเวลาปูทานข้าวนั้นไม่ได้มีอะไรพิเศษ กินข้าวแกง กินอะไรก็ได้ที่ง่ายซึ่งรู้สึกประหยัดเวลาและอร่อยดี ถ้าปูกินมื้อละ 2 แสนบาท ป่านนี้คงอ้วนตายไปแล้ว ซึ่งหากเป็นไปได้คราวหน้าก็อยากรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับพี่น้องสื่อมวลชนรวมทั้งช่างภาพด้วย คิดไว้ว่าจะทำขนมจีนน้ำเงี้ยว ใส้อั่ว ข้าวเหนียวมาทานร่วมกัน ไม่ใช่ให้ปูทานและอิ่มคนเดียวส่วนคนอื่นๆ ต้องนั่งทำงาน อย่างวันนี้มีเวลาว่างเล็กน้อยถือว่าเป็นวันลดโลกร้อน ไม่ได้สูท ก็เลยชวนท่านรองทั้ง 2 ท่าน (พล.ต.อ.โกวิท-นายยงยุทธ) รมต.กฤษณาและรองโฆษก มาทานร่วมกันที่โรงอาหารของทำเนียบฯ” นายกรัฐมนตรี กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำงานที่ผ่านมาทำไมนายกรัฐมนตรีชอบหนี ไม่ตอบเรื่องการเมืองและงานด้านความมั่นคง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ความจริงดิฉันเพิ่งเข้ามาทำงานยังไม่ถึงเดือนเลย แต่บังเอิญว่ามีงานเข้ามาให้แก้ไขหลายเรื่อง แต่ที่ผ่านมาก็พยายามที่จะตอบในทุกๆคำถามแต่ในส่วนงานด้านความมั่นคงนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนหากพูดอะไรมากไป เกรงว่าจะไปกระทบกระเทือน จึงต้องการให้รองนายกรัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเป็นคนพูดและชี้แจงจะดีกว่า และที่ไม่พูดก็ไม่ใช่ไม่รู้เรื่อง อยากให้เห็นใจบ้างเพราะวันนี้เข้ามาทำงานได้ยังไม่ถึงเดือนเลย ก็พยายามทำและแก้ไขปัญหาทุกอย่างให้ดีที่สุด
'ยิ่งลักษณ์'อัพผ่าน FB เผยตัวเองเป็นคนกินง่าย หวังปัดข่าวหม่ำข้าวมื้อ 2 แสน
เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสข้อความและภาพถ่ายผ่าน facebook ชื่อ "Yingluck Shinawatra" ว่า ที่มีคนไปพูดว่า ปูทานอาหารมื้อละ 2 แสนบาท นั้นก็อยากให้เห็นเลยว่า เวลาปูทานข้าวนั้น ไม่ได้มีอะไรพิเศษ กินข้าวแกง กินอะไรก็ได้ที่ง่าย ซึ่งรู้สึกประหยัดเวลา และอร่อยดี ถ้าปูกินมื้อละ 2 แสนบาท ป่านนี้ คงอ้วนตายไปแล้ว ซึ่งหากเป็นไปได้คราวหน้า ก็อยากรับประทานอาหารกลางวัน ร่วมกับพี่น้องสื่อมวลชน รวมทั้งช่างภาพด้วย คิดไว้ว่าจะทำขนมจีนน้ำเงี้ยว ไส้อั่ว ข้าวเหนียวมาทานร่วมกัน ไม่ใช่ให้ปูทาน และอิ่มคนเดียวส่วนคนอื่นๆ ต้องนั่งทำงาน อย่างวันนี้มีเวลาว่างเล็กน้อยถือว่าเป็นวันลดโลกร้อน ไม่ได้สูท ก็เลยชวนท่านรอง พล.ต.อ.โกวิท รองยงยุทธ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คุณกฤษณา และรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาทานร่วมกันที่โรงอาหารของทำเนียบรัฐบาล ค่ะ
นายกฯ มอบรางวัลผู้ส่งออก-บริการดีเด่น 54 แนะผู้ประกอบการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลผู้ส่งออกสินค้าและบริการดีเด่นประจำปี 2554 (Prime Minister's Export Award 2011) โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และน.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมงานด้วย
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบโล่ห์ประกาศเกียรติคุณผู้ส่งออกสินค้าและบริการดีเด่นประจำปี 2554 และได้ร่วมถ่ายรูปหมู่กับผู้ที่ได้รับรางวัลผู้ส่งออกสินค้าและบริการดีเด่นประจำปี 2554 พร้อมเดินเยี่ยมชมสินค้าส่งออกดีเด่นที่นำมาจัดแสดงภายในงานอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า ขอชื่นชมความมุ่งมั่นในการพัฒนาสินค้าและบริการที่ได้รับการยอมรับและสร้างชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศ แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะผันผวนก็ตาม ดังนั้นเราจึงต้องพัฒนาสินค้าและบริการให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นเพื่อเป็นประตูก้าวไปสู่อาเซียน ซึ่งในทศวรรษที่ 21 นี้ราคาสินค้าจึงไม่ได้เป็นกลไกอีกต่อไป แต่เน้นที่ตัวสินค้าและบริการมากกว่า ตัวอย่างเช่น แบรนด์สินค้าแอปเปิ้ลไอแพด ที่สร้างสินค้าและบริการจนโด่งดังไปทั่วโลก ดังนั้นกลยุทธ์ของเราจึงต้องเน้นไปที่การเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ โดยเน้นที่บริการหลังการขาย เพื่อพัฒนาสินค้าของไทยไปสู่สายตาประชาคมโลกให้มากที่สุด



