
ผีอัดเชลซี3-1นำเดี่ยวจ่าฝูง
'ปีศาจแดง' นำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกเดี่ยวๆ หลังเปิดบ้านชนะ 'สิงโตน้ำเงินคราม' เชลซี 3-1 ขณะที่ 'เรือใบสีฟ้า' ดวงแตกบุกนำ ฟูแล่ม 2-0 แต่สุดท้ายโดนไล่เจ๊า 2-2 ส่วน 'หงส์แดง' โดน 2 แดง ไปพ่าย 'ไก่เดือยทอง' หมดรูป 0-3
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันอาทิตย์ที่ 18 ก.ย. 'ปีศาจแดง' แมนฯ ยูไนเต็ด จ่าฝูง เปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ 'สิงโตน้ำเงินคราม' เชลซี โดยเกมนี้เจ้าถิ่นส่งผู้เล่นดาวรุ่งลงสนามเต็มๆ มี ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ กับ เวย์น รูนีย์ ยืนหัวหอก ขณะที่ทีมเยือนยังให้ เฟอร์นันโด ตอร์เรส เป็นกองหน้าตัวจริง
เริ่มเกมได้แค่ 8 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำอย่างรวดเร็ว แอชลีย์ ยัง เปิดลูกฟรีคิกทางฝั่งซ้ายไปเสาสอง เป็น คริส สมอลลิง ที่ขึ้นโหม่งคนเดียวเข้าไปเป็น 1-0 แต่จากนั้น เชลซี ทำเกมบุกกดดันได้อย่างต่อเนื่อง และน่าจะตีเสมอได้ในนาทีที่ 26 ฆวน มาตา จ่ายบอลให้ ตอร์เรส หลุดไปไหลบอลต่อให้ รามิเรส ยิงโล่งๆ แต่ยิงไปติด ดาวิด เดเคีย อย่างเหลือเชื่อ
นาทีที่ 38 กลายเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มาได้ประตูที่ 2 จอนนี อีแวนส์ วางบอลยาวให้ นานี ทางขวาและลากตัดมายิงที่หน้าเขตโทษเข้าไปอย่างสวยงาม เป็น 2-0 และนาทีที่ 45 จอห์น เทอร์รี สกัดบอลไม่ขาดไปชน นานี มาเข้าทางให้ รูนีย์ ยิงเข้าไปสบายๆ จบครึ่งแรกแมนฯยูไนเต็ดนำ 3-0
ครึ่งหลังกลับมาเล่นไม่ถึงนาที ทีมเยือนตามตีไข่แตกได้ นิโกลาส์ อเนลกา ที่ลงมาเป็นตัวสำรองจ่ายบอลตามช่องให้ ตอร์เรส หลุดไปยิงข้ามตัว เดเคีย เป็น 1-3 ก่อนที่นาทีที่ 56 นานี ถูก โบซิงวา เสียบล้มทำให้เจ้าถิ่นได้จุดโทษแต่ รูนีย์ ลื่นในจังหวะยิงจึงยิงออกไป และนาทีที่ 84 เชลซี พลาดการได้ประตูอย่างเหลือเชื่อ เมื่อ ตอร์เรส หลุดไปแตะหลบ เดเคีย แล้ว แต่จังหวะยิงหลุดกรอบอย่างเหลือเชื่อ จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด จึงชนะไป 3-1 เก็บชัยชนะ 5 นัดรวด มี 15 แต้ม นำเป็นจ่าฝูง
'เรือใบสีฟ้า' แมนฯ ซิตี้ ที่ชนะมา 4 นัดรวดออกไปเยือน ฟูแล่ม และได้ประตูออกนำ 1-0 นาทีที่ 18 ดาวิด ซิลบา จ่ายทะลุให้ เซร์คิโอ อาเกโร หลุดไปยิงในเขตโทษ ก่อนที่ครึ่งหลังกลับมาเล่นได้ 11 วินาที ทีมเยือนมาได้ประตูที่ 2 เอดิน เชโก โหม่งตั้งให้ อาเกโร ยิงที่กรอบเขตโทษบอลพุ่งเสียบเสาเป็น 2-0
แต่นาทีที่ 56 ฟูแล่ม ตามตีไข่แตกได้ คลินท์ เดมพ์ซีย์ ไหลให้ บ็อบบี ซาโมรา หาจังหวะยิงในเขตโทษบอลพุ่งเสียบมุมเป็น 2-1 และนาทีที่ 75 เจ้าถิ่นมาตีเสมอได้ ซาโมรา ไหลบอลคืนมาหน้าเขตโทษให้ แดนนี เมอร์ฟี ยิงบอลแฉลบขา แวงซองต์ กอมปานี เข้าไป จบเกมจึงเสมอกันไป 2-2 ทำให้ แมนฯ ซิตี้ มีเพิ่มเป็น 13 แต้ม
'ไก่เดือยทอง' สเปอร์ส เปิดไวท์ ฮาร์ท เลน รับการมาเยือนของ 'หงส์แดง' ลิเวอร์พูล โดยเกมนี้เจ้าถิ่นมี ราฟาเอล ฟานเดอร์ฟาร์ท เป็นเพียงตัวสำรอง แต่ใช้คู่หน้า เอมมานูเอล อเดบายอร์ คู่กับ เจอร์เมน เดโฟ ขณะที่ ลิเวอร์พูล มาเปิดเกมสู้ใช้ หลุยส์ ซัวเรซ คู่กับ แอนดี คาร์โรลล์
เริ่มเกมขึ้นมา สเปอร์ส เดินเกมบุกกดดันทันที และเพียงแค่นาทีที่ 7 ก็ได้ประตูนำหลังจากที่ โฮเซ เอนริเก สกัดบอลมาหน้าเขตโทษ ลูกา โมดริช วิ่งเข้ายิงสวน บอลพุ่งเข้าเสียบคานอย่างสวยงามเป็น 1-0 และเกือบจะได้ประตูห่างไปอีกนาทีที่ 14 นิโก ครันชาร์ ยิงบอลจะเสียบเสา แต่ โฆเซ เรนา ปัดเอาไว้ได้ทัน
ถึงนาทีที่ 28 สถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล ก็ยิ่งย่ำแย่ไปอีกเมื่อ ชาร์ลี อดัม ไปยันใส่ สกอตต์ ปาร์คเกอร์ จนถูกใบเหลืองใบที่สองเป็นใบแดงออกจากสนามไป แต่ สเปอร์ส ก็ยังยิงประตูเพิ่มไม่ได้จนจบครึ่งแรก และครึ่งหลังเจ้าถิ่นส่ง ฟานเดอร์ฟาร์ท ลงมาแทน ครันชาร์ เพื่อเพิ่มเกมรุกอีก
ลิเวอร์พูล ต้องเสียผู้เล่นไปอีกคนในนาทีที่ 63 เมื่อ มาร์ติน สเคอร์เทล ไปเตะข้างหลัง แกเร็ธ เบล จึงถูกใบเหลืองแดงออกจากสนามไปอีกคน และอีก 3 นาทีต่อมา สกอร์ขยับเป็น 2-0 ฟาร์ทเดอร์ฟาร์ท จ่ายให้ เดโฟ หลุดไปยิงผ่าน เรนา เข้าไป ก่อนที่นาทีที่ 68 เดโฟ สับไกยิงจากหน้าเขตโทษ เรนา รับหลุดออกมาเข้าทาง อเดบายอร์ ยกบอลหนี เรนา ก่อนยิงเป็น 3-0 และนาทีสุดท้ายของเกม อเดบายอร์ มายิงปิดท้ายให้ สเปอร์ส อีกประตู ทำให้ชนะไป 4-0 มีเป็น 6 แต้ม ขณะที่ ลิเวอร์พูล ยังมี 7 แต้มเท่าเดิม
ผลอีกคู่ 'แมวดำ' ซันเดอร์แลนด์ ชนะ 'ช่างปั้นหม้อ' สโต๊ค ซิตี้ 4-0 จากประตูของ ไตตัส บรัมเบิล นาทีที่ 5, โจนาธาน วูดเกต ทำเข้าประตูตัวเองนาทีที่ 11, เคร๊ก การ์ดเนอร์ นาทีที่ 28 และ เซบาสเตียน ลาร์สสัน นาทีที่ 58
ส่วนผลฟุตบอลบุนเดสลีกา ฮันโนเวอร์ ชนะ ดอร์ทมุนด์ 2-1, ชาลเก แพ้ บาเยิร์น 0-2, ฟุตบอลกัลโช ซีรีส์ เอ อตาลันตา ชนะ ปาแลร์โม 1-0, โบโลญญา แพ้ เลชเช 0-2, คาตาเนีย ชนะ เชเซนา 1-0, ลาซิโอ แพ้ เจนัว 1-2, ปาร์มา ชนะ คิเอโว 2-1, เซียนา แพ้ ยูเวนตุส 0-1, อูดิเนเซ ชนะ ฟิออเรนตินา 2-0
'เวนเกอร์' จวกลูกทีมไม่มีสมาธิในการเล่น ในเกมที่ไปแพ้ แบล็คเบิร์น 3-4
อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซืออาร์เซนอล ออกมาตำหนิลูกทีมจากเกมที่ไปแพ้ แบล็คเบิร์น 3-4 เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ก.ย.ว่า เล่นกันไม่มีสมาธิเพียงพอ ทั้งที่สร้างโอกาสได้เยอะมาก และเป็นอีกหนที่เล่นกันในครึ่งหลังได้แย่ ทำให้มีสถิติชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 3 ตกไปอยู่อันดับ 15 ของตาราง
โดยเกมดังกล่าว อาร์เซนอล นำก่อนจาก แชร์วินโญ นาที 9 ก่อนที่ อเยกบินี ยาคูบู ตีเสมอ 1-1 นาที 24 จากนั้น มิเกล อาร์เตตา มายิงให้ทีมเยือนนำ 2-1 นาที 34 แต่แบล็คเบิร์น ได้ทีเดียว 3 ลูกในครึ่งหลังจาก อเลกซานเดอร์ ซง ทำเข้าประตูตัวเอง นาที 49, อเยกบินี ยาคูบู นาที 58 และ โลรองต์ คอสเซียลนี ทำเข้าประตูตัวเองนาที 68 ก่อนที่ มารูยาน ชามัคห์ ทำโหม่งประตูปลอบใจให้อาร์เซนอล นาที 85
"เกมนี้เราเล่นเกมรับได้ไม่ดีพอ เมื่อคุณออกนำแบล็คเบิร์น 2-1 แล้วตั้งรับได้เหนียวแน่นพอ ก็มีโอกาสจะได้ประตูเพิ่ม ความจริงเกมนี้ไม่ได้แย่ไปเสียทั้งหมด แต่ที่น่าหงุดหงิดคือเรามีสิ่งดีแต่ไม่ได้เอาออกมาใช้ ตอนนี้เราไม่มีความสามารถที่จะมีสมาธิเล่นได้ตลอด 90 นาที มีเกมรับที่จะเอาชนะเกมได้ เมื่อคุณนำ 2-1 กับฟุตบอลที่มีคุณภาพ เราต้องไม่เสียประตูง่ายๆ อย่างที่ทำให้เกมนี้" เวนเกอร์ กล่าว
สำหรับความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้ อาร์เซนอล ออกสตาร์ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 58 ปี หลังจากที่ฤดูกาล 1953-54 ทีมปืนโตเปิดฤดูกาลด้วยการไม่ชนะใคร 8 นัดติด เก็บได้แค่ 2 แต้ม พร้อมทั้งยังแพ้ ซันเดอร์แลนด์ ยับเยินถึง 1-7
ส่วนผลคู่อื่นเมื่อวันเสาร์ เอฟเวอร์ตัน ชนะ วีแกน 3-1 เกมนี้ทีมเยือนนำก่อนจาก ฟรังโก ดิ ซานโต นาที 31 ทว่าเอฟเวอร์ตันสอยคืน 3 ลูกจาก ฟิล จากีลคา นาที 33, อปอสโตลอส เวลลิออส นาที 84 และ รอยสตัน เดรนเธ นาที 90 (+8)
แอสตัน วิลล่า เสมอ นิวคาสเซิล 1-1 เจ้าบ้านขึ้นนำก่อนจาก กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ นาที 13 ก่อนที่ทีมเยือนตีเสมอ จาก ลีออน เบสต์ นาที 56
โบลตัน แพ้ นอริช 1-2 ทีมเยือนนำก่อน 2-0 จาก ตุนกาย ซานลี นาที 36 และ แบรดลีย์ จอห์นสัน นาที 41 ก่อนที่ มาร์ติน เปตรอฟ มายิงจุดโทษให้เจ้าบ้านนาที 63 เกมนี้ อิวาน คลาสนิช ของโบตันโดนไล่ออกนาที 45
สวอนซี ถล่ม เวสต์บรอมวิช 3-0 สกอตต์ ซินแคลร์ จุดโทษนาที 13, ลีรอย ริตา นาที 24 และ นาธาน ดายเออร์ นาที 49, วูล์ฟส์ แพ้ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส จาก โจอี บาร์ตัน นาที 8, อเลฮันโดร ฟาอูร์ลิน นาที 10 และ ดีเจ แคมป์เบลล์ นาที 87
'คิงเคนนี'ยัวะเด็กหงส์จวกเล่นไร้ใจออกปากไล่ไม่ภูมิใจเล่นให้ทีมบอกมาจะปล่อยฟรี
'ลิเวอร์พูล เอคโค' หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ได้เผยว่า เคนนี ดัลกลิช ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ได้ระเบิดอารมณ์ในห้องแต่งตัวนักเตะหลังจบเกมพ่าย ทอตแนม ฮอตสเปอร์ 0-4 ที่สนามไวท์ ฮาร์ท เลน ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด "ซูเปอร์ซันเดย์"
"พวกคุณทำให้ลิเวอร์พูล ตกต่ำ ตั้งแต่ผมเข้ามา พวกเราทำงานกันอย่างหนัก ตั้งแต่ทีมงานผู้ฝึกสอนขึ้นไปจนถึงระดับผู้บริหาร เราทำทุกอย่างที่พยายามจะให้ลิเวอร์พูล กลับเข้าสู่เส้นทางความสำเร็จเหมือนที่เคยเป็น พวกเราทุกคนภูมิใจในตราไลเวอร์เบิร์ด บนอกเสื้อด้านซ้าย แต่หากพวกคุณไม่รู้สึกถึงคุณค่านั้น ก็ให้บอกมา
ไม่ว่าลิเวอร์พูล ซื้อคุณมาด้วยค่าตัวเท่าไรก็ตาม ผมพร้อมจะให้พวกคุณไปฟรีที่ไหนก็ได้ที่คุณอยากไปในช่วงเปิดตลาดซื้อขายผู้เล่นรอบ 2 หลังขึ้นปีใหม่ และถ้าใครไม่อยากเล่น ก็ให้บอกผมยินดีให้พวกคุณกินเงินค่าจ้างโดยไม่ต้องเล่น แต่หากพวกคุณยังต้องการอยู่ที่นี่ ผมรู้ว่าเราแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่ผมอยากให้พวกคุณละอายในสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้" กุนซือวัย 60 ปีกล่าว
เคนนี ดัลกลิช กล่าวอีกว่า เรื่อง 2 ใบแดง ผมไม่ขอพูดถึง คุณต้องชมสเปอร์ด้วย พวกเขาเล่นฟุตบอลดีกว่าเรามากจริงๆ
'โบอาส'ยอมรับเชลซีไม่คม กางปีกป้อง'ตอร์เรส' รูนีย์ก็พลาดไม่มีใครว่าเพราะชนะ
หลังเกม อังเดร บียาส โบอาส ผู้จัดการทีมเชลซี กล่าวยอมรับความพ่ายแพ้ว่า เป็นเพราะเกมนี้ยูไนเต็ด คมกว่า เนื่องจากลูกทีมของเขามีโอกาสทุกอย่างตั้งแต่ ขึ้นนำ ตีเสมอ หรือแซงนำ แต่ทำไม่สำเร็จ ส่วนที่ เฟอร์นันโด ตอร์เรส พลาดในจังหวะเลี้ยงบอลหลบ ดาวิด เด เคอา นายทวารยูไนเต็ด เข้าไปยิงโล่งๆ ระยะ 7 หลา แต่ดาวยิงวัย 27 ปีผู้นี้ ยิงหลุดกรอบนั้น บียาส โบอาส กล่าวว่า เป็นเพราะ "สิงห์บลู" แพ้ ทุกคนถึงพูดประเด็นนี้ เพราะหากดู "ปีศาจแดง" รูนีย์ ก็ลื่นในจังหวะยิงจุดโทษจนพลาด แต่ไม่มีใครว่า ไม่มีใครพูดถึง เพราะยูไนเต็ด เป็นฝ่ายชนะ



