น้ำชีทะลักขยายวงท่วมแล้ว10อำเภอ
แจ้งเตือนน้ำชีทะลักท่วมใหญ่อีกระลอก เร่งอพยพคน แฉอ่วมหนักท่วมซ้ำ 10 อำเภอ ส่วนการเร่งค้นหาคนถูกน้ำซัดหาย 2 รายยันรุ่ง ต้องหันพึ่งไสยศาสตร์พบแล้ว 1 ราย
19 ก.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์น้ำท่วม จ.ชัยภูมิ ว่า ล่าสุด น้ำชีเริ่มทะลักจ่อเข้าท่วมอีกหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เมื่อกลางดึกวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา นายจรินทร์ จักกะพาก ผู้ว่าฯชัยภูมิ เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมประจำ จ.ชัยภูมิ ขึ้นที่อาคารเอนกประสงค์เทศบาลเมืองชัยภูมิ เพื่อเร่งให้การช่วยเหลือราษฎรในทุกพื้นที่ ซึ่งกำลังได้รับความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมหนักขยายวงกว้างมากขึ้นจากนี้ไปตลอด 24 ชั่วโมง ในพื้นที่สรุปรวมได้รับผลกระทบล่าสุด ขยายวงกว้างรวม 10 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองชัยภูมิ,จัตุรัส,บ้านเขว้า,หนองบัวระเหว,เนินสง่า,เทพสถิต,เกษตรสมบูรณ์,หนองบัวแดง,ภักดีชุมพล และอ.คอนสาร รวมกว่า 62 ตำบล 602 หมู่บ้าน 45,496 หลังคาเรือน ถนนเสียหาย 467 สาย สะพาน 9 แห่ง ฝาย 38 แห่ง นาข้าว 128,093 ไร่ พืชไร่ 2,475 ไร่ บ่อปลาอีกกว่า 3,022 บ่อ
ทั้งนี้ ในพื้นที่เริ่มเกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่และทำให้ปริมาณในลำน้ำชีเพิ่มสูงขึ้นอีกระลอกและทาง จ.ชัยภูมิ จึงมีคำสั่งประกาศแจ้งเตือนไปยังทุกพื้นที่เสี่ยง ที่ตั้งอยู่ใกล้ลำน้ำชี ว่า ขณะนี้ลำน้ำชีมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องอีกกว่า 1.5 เมตร (ในระดับความสูงในลำชีเดิมตลอดทั้งสายโดยเฉลี่ยสูงกว่า 16-20 เมตร) และเริ่มทะลักล้นตลิ่งต่อเนื่องมาจาก อ.หนองบัวแดง จุดต้นกำเนิดแม่น้ำชี อีกระลอกใหญ่ผ่านเข้าท่วม อ.หนองบัวระเหว และผ่านถนนสายชัยภูมิ-นครสวรรค์ ช่วงต.ตลอดแร้ง อ.บ้านเขว้า ช่วงถนนที่เคยขาดอยู่เดิมยาวกว่า 1.5 กม.น้ำล้นสูงกว่า 1.5 เมตรกลับมาอีกครั้งแล้ว และยังมีปริมาณน้ำชีอีกจำนวนมหาศาลหลายพันล้าน ลบ.ม. ที่ยังจะทะลักลงมาต่อเนื่องผ่านทุกอำเภอดังกล่าวที่ได้รับความเสียหายหนักซ้ำอีกใน 10 อำเภอ ในวันที่ 19 ก.ย.54 จึงต้องประกาศแจ้งเตือนให้ทุกพื้นที่เร่งอพยพคนและสิ่งของออกจากบ้านที่ตั้งอยู่ในจุดเสี่ยงดังกล่าว ออกมาอยู่ในที่สูงที่ปลอดภัยทั้งหมดโดยด่วนไว้ก่อน
อย่างไรก็ตาม คาดว่า จากนี้ไปจะทำให้ในเขตตัว อ.เมืองชัยภูมิ ศูนย์ราชการต่างๆ ทั้งหมดซึ่งมีโรงเรียนเมืองพญาแล ถูกน้ำท่วมไปแล้ว 1 แห่งและต้องประกาศสั่งปิดโรงเรียนไปแล้วเป็นเวลา 3 วัน และมีชาวบ้านในเขตชุมชนขี้เหล็กใหญ่ ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร แล้วนับร้อยหลังคาเรือนกำลังได้รับความเดือดร้อนหนักในเรื่องไม่มีสุขาใช้ และจะต้องได้รับผลกระทบถูกน้ำท่วมใหญ่อย่างเลี่ยงไม่ได้อีกครั้งในปีนี้ ไม่น้อยกว่า 14 ตำบล 96 หมู่บ้าน กว่า 8,653 หลังคาเรือนในพื้นที่เสี่ยง 25 ชุมชนเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ จึงต้องเร่งด่วนอพยพออกจากพื้นที่ไปอยู่บนที่สูงไว้ก่อนโดยด่วนด้วย
ด้านสถานการณ์ล่าสุดที่ ต.ชีลอง อ.เมืองชัยภูมิ หลังเกิดน้ำท่วมหนักทั้งตำบลกว่า 10 หมู่บ้าน และเมื่อช่วงเวลา 12.00 น.วันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุมีชาวบ้านโนนหว่านไพรจำนวน 5 คนออกไปล่าหนูหนีน้ำในบริเวณทุ่งนาที่ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตรในท้ายหมู่บ้านโนนหว่านไพร หมู่ 4 เกิดถูกน้ำชีหลากพัดหายไปกับสายน้ำรวม 2 คน ชื่อนายมานิตย์ เขียวเมือง วัย 51 ปี และนายวิชิต จันทร์สังข์ วัย 57 ปี ขณะนี้หลังจากที่นายเมตต์ เมตต์การุณ์จิต นายอำเภอเมืองชัยภูมิ และนายสมเกียรติ แต่งทรัพย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ได้เร่งประสานเจ้าหน้าที่จากชุดประดาน้ำจากมูลนิธิสว่างเมตตาธรรม จ.นครราชสีมา และมูลนิธิสว่างคุณธรรมชัยภูมิ ช่วยค้นหาผู้ที่ถูกน้ำพัดหายไปในบริเวณดังกล่าวทั้งหมด 5 คนและเบื้องต้นสามารถช่วยผู้รอดชีวิตครั้งนี้ขึ้นมาได้เพียง 3 คน คือนายสอน เทียนไชย วัย 69 ปี ,นายแดง ธงชัย วัย 50 ปี และด.ช.ธรรธิราช เขียวเมืองน้อย วัย 13 ซึ่งเป็นบุตรชายของนายมานิตย์ ฯหนึ่งในผู้ที่ยังสูญหายอีก 2 คน ที่ยังค้นหาไม่เจอนั้น
ขณะนี้ หลังจากชุดประดาน้ำกว่า 50 คน ได้ลงพื้นที่เร่งเข้าช่วยค้นหามาต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 12.00 น.วันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ยันรุ่งเช้า หมดทางค้นหา ต้องหันพึ่งไสยศาสตร์ช่วย โดยใช้จานสังกะสีแต่งขันธ์ 5 ใส่ดอกธูปเทียนเพื่อนำมาขอพรสิ่งศักดิ์ก่อนนำไป ลอยตามน้ำเมื่อจานดังกล่าวไปหยุดที่บริเวณใดจึงเปลี่ยนให้แนวการค้นหาของชุดประดาน้ำช่วยดำลงไปงมดูจุดดังกล่าวจึงสามารถพบศพและนำขึ้นมาได้แล้ว 1 ราย คือนายมานิตย์ เขียวเมืองน้อย วัย 51 ปี ชาวบ้านโนนหว่านไพร หมู่ 4 ส่วนที่ยังหาศพไม่เจออีกรายคือนายวิชิต ขณะนี้ถึงแม้จะมีฝนตกลงมาบ้างแล้วในพื้นที่ แต่ทางชุดค้นหาทั้งหมดยังคงไม่ละความพยายามเร่งข้นหาอย่างต่อเนื่องอยู่ขณะนี้ต่อไป
น้ำทะลักท่วม อ.หนองไผ่สูง1.2เมตร
ระดับน้ำจากแม่น้ำป่าสัก ซึ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ 10 ตำบล ในเขต อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ได้ขยายวงกว้าง โดยเฉพาะที่ หมู่. 1,3,4,6 และ หมู่ 8 ตำบลกองทูน อ.หนองไผ่ น้ำได้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน พื้นที่การเกษตร รวมทั้งถนนหลายสาย เช่น ถนน สายกองทูล-หนองไผ่,ถนนสายท่าเยี่ยม -ท่าแดง และถนนสายกองทูล - อ.วิเชียรบุรี ถูกน้ำท่วมเป็นระยะทางยาวกว่า 3 กิโลเมตร
ทั้งนี้ โดยเฉพาะ หมู่ที่ 1 ต.กองทูล ระดับน้ำมีความสูงประมาณ 1.20 เมตร รถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ในหมู่บ้านดังกล่าว ชาวบ้านต้องหันไปใช้ถนนสายกองทูล-เพชรละคร แทน ซึ่งก็มีน้ำท่วมขังเช่นกันแต่ก็ยังสามารถใช้สัญจรได้
ด้าน อ.ศรีเทพ ถนนสายศรีเทพ -เมืองเก่า ซึ่งเป็นถนนสายหลักในการเดินทางเข้าสู่ตัวอำเภอ ล่าสุด ระดับน้ำได้ท่วมถนนแล้วเป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ระดับน้ำมีความลึกประมาณ 30 เซนติเมตร รถยนต์ขนาดเล็กต้องใช้ความระมัดระวัง ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ ล่าสุดระดับน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่องถนนหลายสายถึงแม้ว่าจะยังมีน้ำท่วมขัง แต่ก็สามารถใช้สัญจรไปมาได้ตามปกติแล้ว
ระดับน้ำเจ้าพระยายังปกติ ผู้ว่าฯกทม. เตรียมลงเรือตรวจแนวป้องกัน
นายสัญญา ชีนิมิตร ผอ.สำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวสถานการณ์น้ำว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขณะนี้ยังอยู่ในระดับปกติ และไม่ล้นตลิ่ง ซึ่งทางกทม.ได้เตรียมป้องกันโดยการเสริมกระสอบทราบสูงขึ้น 2.5 เมตรไว้ที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ วันนี้เวลา 18.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. จะลงเรือตรวจระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และแนวป้องกันน้ำท่วมด้วย
ด้านศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม กทม. รายงานว่า เช้านี้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนนครสวรรค์ รวมกับเขื่อนพระราม 6 อยู่ที่ 4,129 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา 3,124 ลบ.ม./วินาที มากกว่าวานนี้(18ก.ย.) 121 ลบ.ม./วินาที ขณะที่กรมชลประทานคาดการณ์น้ำหนุนสูงสุดวันนี้ เวลา 21.30 น. อยู่ที่ 1.77 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เช้านี้ปริมาณน้ำไหลผ่านนครสวรรค์เพิ่มอีก 51ลบ.ม./วินาที อยู่ที่ 3,935 ลบ.ม./วินาที เป็นไปตามที่คาดการณ์ ส่งผลให้ระดับน้ำสูงขึ้นอีกเพียง 2-3 ซม. ส่วนปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 3,709 ลบ.ม./วินาที และปริมาณน้ำไหลผ่าน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ลดลงเหลือ 2,946 ลบ.ม./วินาที จึงมั่นใจว่ากรุงเทพฯจะปลอดภัย แต่ยังคงกังวลจ.นครสวรรค์ อ่างทอง และสิงห์บุรี ทั่งนี้ คาดว่าน้ำจะขึ้นสูงสุดและสวิงตัว 2-3 วัน จากนั้นจะลดระดับและคลี่คลายใน 4 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามขอเตือนพื้นที่ริมน้ำตรวจสอบกระสอบทรายให้มั่นคง เพราะมีโอกาสพังง่ายเพราะแช่น้ำมานานแล้ว
ชัยนาทเขื่อนชะลอปล่อยน้ำส่งผลให้น้ำเสียปลากระชังตายอื้อ
นางสุมล แซ่จันทร์ อายุ 58 ปี ผู้เลี้ยงในกระชัง แม่น้ำท่าจีน อ.หันคา จ.ชัยนาท เปิดเผยว่า ปลานิลเลี้ยงไว้ 56 บ่อ เริ่มตาย จึงต้องนำมาขายในราคากิโลกรัมละ 15 บาท จากช่วงปกติจะจับขายในราคากิโลกรัมละ 85 บาท สาเหตุของปลาตายครั้งนี้เกิดจากน้ำในแม่น้ำท่าจีนลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีการปิดประตูระบายน้ำเขื่อนพลเทพ ทำให้ระดับน้ำลดลง อีกทั้งฝนที่ตกชะสารพิษจากนาข้าวลงสู่แม่น้ำและน้ำไม่ไหลเวียน ทำให้แหล่งน้ำที่เลี้ยงปลาเกิดการเน่าเสีย ทำให้ปลาที่เลี้ยงไว้ตายลง ในส่วนของตนใช้เงินลงทุนมากกว่า 1 ล้านบาท ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ยังไม่มั่นใจว่าจะหาทางแก้ไขอย่างไร



