
ผบ.ทบ.ยังไม่ถอนทหารชายแดนไทย-เขมร
ผู้บัญชาการทหารบก ยืนยัน ไม่สั่งเคลื่อนทหารออกจากแนวชายแดนไทย-กัมพูชา รอการประชุม จีบีซี และข้อสรุปจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก่อน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ระบุ ยังไม่มีการถอนทหารออกจากพื้นที่พิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตร ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเพียงการปรับย้ายกำลังตามปกติ ซึ่งผู้บัญชาการทหารบก และแม่ทัพ มีอำนาจปรับกำลังได้ตามความเหมาะสม ส่วนการดำเนินการบริเวณชายแดน ต้องรอการประชุมในกรอบ จีบีซี ก่อนหากได้ข้อสรุปก็จะมีการเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป
“ผบ.ทบ.” โยนรัฐบาลตัดสินใจจะใช้ "เอ็มโอยู 44" หรือไม่
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลจะนำเอ็มโอยูปี 2544 กลับมาใช้ใหม่ว่า เป็นเรื่องของรัฐบาลที่คงจะต้องหารือกัน อะไที่เป็นพันธะสัญญากันระหว่างเรากับประเทศเพื่อนบ้านก็คงต้องศึกษาในรายละเอียดให้รอบคอบว่าเป็นอย่างไร ได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างไร ไม่ใช่ว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะยกมาใช้ อีกฝ่ายหนึ่งจะยกเลิก
“อย่ากังวล ทุกคนทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และทหารก็จะทำหน้าที่ของทหาร ขอให้หยุดพูดให้ร้ายกองทัพ ตอนนี้ขอทำงานเรื่องช่วยน้ำท่วม เพราะปัญหาก็มากอยู่แล้วอย่าไปสร้างปัญหาอะไรอีกเลย ทุกคนต้องช่วยกันลดปัญหาข้อขัดแย้งให้มากกว่านี้ เพื่อที่เราจะได้ไปทำงาน ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ไม่สนเสื้อแดงค้านโผทหาร
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงออกมายื่นหนังสือคัดค้านการเลื่อนตำแหน่งของทหารว่า ไม่กังวล เพราะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกัน ในการปรับย้ายต่าง ๆ เป็นเรื่องของคณะกรรมการของกองทัพบกและคณะกรรมการของกระทรวงกลาโหม คนอื่นไม่น่าจะเกี่ยวข้อง ไม่อย่างนั้นก็จะทำอะไรไม่ได้หากบ้านเมืองยังไม่มีระเบียบวินัยมันก็ทำอะไรไม่ได้ แล้วเราจะพัฒนาไปอย่างไร
"ขอให้ทุกส่วนต่างคนต่างทำหน้าที่ ท่านจะคัดค้านอะไรของท่านก็ว่าไป แต่อย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ส่วนของเราก็ดำเนินการในส่วนของเราไป ไม่ได้มีข้อขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น การทำงาน การแต่งตั้งเป็นเรื่องการแต่งตั้งตามผลงาน ตามอาวุโส ตามความเหมาะสม ไม่ได้ตั้งเพื่อเป็นการตอบแทนอะไรกับใคร กองทัพบกไม่ใช่ของใคร ไม่ใช่ของผมที่จะต้องตอบแทนใครที่ทำงานให้กับ ผบ.ทบ.ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ต้องตอบแทนให้กับคนที่ทำงานให้กับประเทศชาติ ให้กับศาสนาพระมหากษัตริย์และประชาชนโดยรวมก็จะดูตรงนั้นเป็นหลัก" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ไม่ขัดนายกฯเสนอ "พัลลภ" คุม กอ.รมน.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีจะให้ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เข้ามาทำงานในส่วนของ กอ.รมน. ว่า สุดแล้วแต่ท่าน ท่านสั่งการได้อยู่แล้ว แต่จะทำงานในรูปไหนต้องไปดูที่กฎหมายว่าระบุไว้อย่างไร มีสายการบังคับบัญชาอย่างไร ในส่วนนี้ก็สุดแล้วแต่ว่าท่านจะอยู่ตรงไหน เพราะบางตำแหน่งก็สั่งการอะไรไม่ได้
“ผมไม่ขัดข้องอะไร ใครจะมาใครจะไปก็เชิญ เพราะเราทำงานในองค์กรที่ตรวจสอบได้ อย่าคิดว่า กอ.รมน.ซึ่งเป็นองค์กรที่ไปทำอะไรก็ได้ มันไม่ใช่ มันทำงานอยู่ในกรอบนายกรัฐมนตรีสั่งการลงมา บางส่วนก็สั่งโดยตรง บางส่วนก็สั่งโดยผ่านรอง ผอ.รมน.หรือ ผบ.ทบ.ลงมา มีสำนักงาน กอ.รมน.อยู่ มีที่ปรึกษา จะทำอะไรก็ต้องผ่านคณะกรรมการอำนวยการ ซึ่งเป็นผู้แทน เป็นรัฐมนตรี เป็นปลัดกระทรวงต่าง ๆ และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ดังนั้นไม่ใช่ว่าจะไปสั่งให้ไปทำโน่นทำนี่ ไปทำงานการเมืองคงไม่ได้ มันหมดสมัยแล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ด้าน พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษก กอ.รมน.กล่าวว่า เรื่องนี้มีทางออกอยู่หลายแนวทาง โดยอาจจะบรรจุตั้งเป็นที่ปรึกษา ผอ.กอ.รมน. แต่ทุกอย่างก็แล้วแต่นายกรัฐมนตรี โดยสมัยที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็น รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ก็ดูแลงานด้านนี้ แต่ก็ไม่มีอำนาจในการสั่งการ โดยตาม พรบ.หน้าที่นี้ จะสามารถติดตามสถานการณ์ หรือจัดประชุม
พล.ต.ดิฏฐพร กล่าวว่า กอ.รมน. มีกฎหมายที่กำหนดกรอบการทำงานอย่างชัดเจนว่า เป็นเรื่องของภัยคุกคามรูปแบบใหม่ทั้ง 6 ประการ โดยจะมีศูนย์รองรับปัญหาและประสานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตนไม่ทราบว่า นายกรัฐมนตรี จะมอบหมายให้ พล.อ.พัลลภ ดูแลแค่ไหน และนายกรัฐมนตรี เข้าใจโครงสร้างของ กอ.รมน.ดีหรือไม่ ตอนนี้เรารอนายกรัฐมนตรีให้เข้าร่วมประชุมเพียงอย่างเดียว โดยทางสำนักงาน กอ.รมน.ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียนเชิญท่าน แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ”โฆษก กอ.รมน.กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อถามว่า หากแต่งตั้ง พล.อ.พัลลภ ให้ทำหน้าที่ ผู้ช่วย ผอ.กอ.รมน. จะสั่งการได้หรือไม่ พล.ต.ดิษฐพร กล่าวว่า ที่ผ่านมา เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้น เราไม่เคยมี แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับการมอบหมาย ทั้งนี้ก็ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการอำนวยการ ที่ประกอบด้วย รมว.กลาโหม ผบ.เหล่าทัพ และได้รับอนุมัติโดย ผอ.กอ.รมน. อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่มีใครกำหนดแนวทาง คงต้องรอนายกรัฐมนตรีเข้ามารับฟังบรรยายสรุปของ กอ.รมน. ซึ่งท่านอาจจะให้นโยบายและแนวทางตอนนั้น นอกจากนี้เราจะเชิญคณะกรรมการอำนวยการ รวมถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพราะมีผู้ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่
"ประยุทธ์" ของบประมาณยุทโธปกรณ์ช่วยเหลือภัยพิบัติเพิ่ม
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ก่อนลงพื้นที่ดูแลปัญหาน้ำท่วมที่ จ.อุตรดิตถ์ว่า วันนี้จะลงไปดูการแก้ปัญหาของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งที่ได้รับรายงานขณะนี้มีประชาชนเดือดร้อนประมาณ 750 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิตด้วย โดยสาเหตุหลักคือมีดินถล่มลงแล้วไหลลงมาท่วมบ้านเรือนราษฏร ที่ผ่านมากองทัพภาคที่ 3 โดยได้จัดกำลังพลเข้าไปช่วยเหลือและฟื้นฟู ซึ่งได้ร่วมมือทั้งหน่วยทหารพัฒนา ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัดในการดูแลเรื่องการสัญจรไปมา ซึ่งปัจจุบันมีการซ่อมแซมบำรุงทางและสะพาน ทำสะพานแบริงชั่วคราว ส่วนของบ้านตำรวจที่พังทั้งหลังประมาณ 35 ครอบครัว และซ่อมประมาณ 30 ครอบครัวนั้นก็จะซ่อมตั้งแต่ตอนนี้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ตนได้นำเจ้ากรมการทหารช่างไปด้วยเพื่อจะดูในภาพรวมของการแก้ปัญหา ว่ายุทโธปกรณ์ทางการช่างที่ใช้พอหรือไม่ หากไม่พอจะต้องขนย้ายไปเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันยังเหลือท่วมอยู่อีกประมาณ 26 จังหวัด ขณะที่อีก29 จังหวัดกำลังฟื้นฟู ทั้งนี้ทหารเป็นหน่วยสนับสนุน ตามที่ได้ร้องขอมา แต่กำลังเรามีอยู่จำกัด ขณะที่พื้นที่ประสบภัยมีเป็นบริเวณกว้าง ทำให้บางพื้นที่ก็ต้องใช้เวลาในการเคลื่อนย้ายทหารจากจังจังหวัดอื่นๆเข้าในพื้นที่ โดยตนได้สั่งการให้แม่ทัพทุกกองทัพสามารถเคลื่อนย้ายกำลังจากจังหวัดที่น้ำไม่ท่วมไปร่วมมือในพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำท่วมได้โดยทันที ดังนั้นจะมีปัญหาเรื่องการเคลื่อนย้าย เรื่องที่พัก เรื่องอาหารการกินต่างๆ ซึ่งต้องเป็นภาระของทุกหน่วยที่ต้องดำเนินการ
"การช่วยเหลือน้ำท่วมเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ไม่ใช่ปล่อยให้ทหารหรือเจ้าหน้าที่ไปทำเอง ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ผู้บัญชาการทุกระดับชั้นใส่ใจและลงไปดูแลเอง แต่ผู้บังคับการกรม หรือ ผบ.พล. คงไม่ลงไปทำทุกอย่างเอง แต่เป็นการสั่งการและวางแผนร่วมกันกับส่วนราชการอื่น ๆ ทั้งนี้ผมได้สั่งการตั้งแต่ปีที่แล้วว่าทุกหน่วยจะต้องดูแลยุทโธปกรณ์ทางการช่างให้ดี เพราะปี 2553 ได้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างและท่วมหลายครั้ง เราได้ทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดลงไปที่ภาคใต้จำนวนมาก เมื่อกลับมาก็ต้องรีบสำรวจเพื่อเตรียมการจะลงไปช่วยเหลือต่อ โดยมีบางส่วนที่ชำรุด ซึ่งต้องมีงบประมาณจำนวนหนึ่งในการซ่อมแซม โดยได้ขออนุมัติไปแล้วและกำลังดำเนินการอยู่ อีก"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
"ผมได้เรียนกับนายกรัฐมนตรีไปแล้วว่ายุทโธปกรณ์ต่างๆเหล่านี้บางอย่างเก่า ล้าสมัย และไม่พอเพียง ซึ่งต่อไปหากยังคงต้องใช้ทหารในการเข้าไปดูแลเรื่องภัยพิบัติ เรื่องบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ก็อาจจะต้องมีเครื่องมือเพิ่มเติม ก็แล้วแต่ว่ารัฐบาลจะสนับสนุนมาอย่างไร จะจัดหาจากที่ไหนก็แล้วแต่รัฐบาลดำเนินการ แต่เราจะใช้เครื่องมือที่เรามีอยู่ในปัจจุบันไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ เราก็ต้องทำให้มันใช้งานได้ดีอยู่เสมอ เพราะเข้าใจดีถึงการประหยัดงบประมาณ ดังนั้นก็ได้ย้ำว่าให้ดูแลยุทโธปกรณ์ต่างๆให้ใช้งานให้คุ้มค่า" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยุทโธปกรณ์ต่างๆไม่ได้ซื้อมาเพื่อทำการทางทหารอย่างเดียว ทั้งรถบรรทุก หรือรถเกราะ ถ้ามีความจำเป็นก็สามารถเอามาใช้เรื่องภัยพิบัติได้หมด เพราะเป็นยานพาหนะที่มีความแข็งแรง สามารถลุยในพื้นที่ที่น้ำท่วมถึงได้ในระดับหนึ่ง



