
ทำไม "ถวิล" ต้องเสียสละ?
จับตา น้ำยา "ก.พ.ค." หลัง "ถวิล" ร้องเรียน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ย้ายขัดหลักคุณธรรม เพียงเพราะต้องการขยับเก้าอี้รองรับ ผบ.ตร.
เป็นที่ทราบกันดีว่า ตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) มีอันต้องร้อนขึ้นมา จน ถวิล เปลี่ยนศรี ต้องถูกย้ายไปเป็น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ก็เพราะมีคนจองเก้าอี้ตัวนี้แล้ว นั่นคือ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)
หลังจากมีการเจรจาภายในกับ "สารวัตรเหลิม" ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เรียบร้อยแล้ว ว่าพร้อมลุกจากเกาอี้ ผบ.ตร. แต่ต้องมีตำแหน่งรองรับที่มีเกียรติและศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน แล้วก็ขอเก้าอี้ เลขาธิการ สมช.นั่นเอง
คำถามก็คือ แล้ว "ถวิล" ผิดอะไร จึงต้องถูกโยกย้าย?
เพียงเพราะ "สารวัตรเหลิม" ต้องการย้าย พล.ต.อ.วิเชียร หลีกทางให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. พี่ชาย คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ พี่ชาย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขึ้นมานั่งเก้าอี้ ผบ.ตร.แทน และพล.ต.อ.วิเชียร ก็เรียกร้องที่จะนั่งเก้าอี้ "เลขาฯสมช." เท่านั้นละหรือ
ไม่รู้ว่า นี่คือ คำตอบหรือไม่ ที่ "สารวัตรเหลิม" พูดในทำนองส่งสัญญาณให้ "ยิ่งลักษณ์" นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจโยกย้ายได้เลย เพราะ "ถวิล" เคยนั่งร่วม ครม.กับรัฐบาล "พรรคประชาธิปัตย์" มาก่อน ยิ่งกว่านั้นยังมีตำแหน่งเลขานุการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ในช่วงปี 2553 ซึ่งก็เท่ากับเป็นคนละฝ่ายกัน เพื่อให้ยอมจำนนไม่มีปากเสียง ร้องเรียน หรือฟ้องศาลปกครองหากถูกย้ายจริง
แต่แทนที่ถ้อยคำนี้จะข่มขู่ได้ กลับกลายเป็นประจักษ์พยานอย่างสำคัญที่ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า รัฐบาล "ยิ่งลักษณ์" หาเหตุโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรม ยิ่งกว่านั้น "ยิ่งลักษณ์" ยังถูกตัดพ้อต่อว่าจาก "ถวิล" ในฐานะผู้บังคับบัญชาด้วยว่า "ไม่ปกป้อง" จนเป็นที่มาของการ "ฮึดสู้" ขึ้นมาอยู่ในเวลานี้
นั่นคือ ยื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรม ต่อ คณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรมของข้าราชการพลเรือน(ก.พ.ค.) ของ "ถวิล" เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา
โดย "ถวิล" กล่าวภายหลังยื่นหนังสือว่า คู่กรณีที่มีชื่อในการร้องเรียนคือ นายกรัฐมนตรี เพราะเป็นผู้มีอำนาจในการบังคับบัญชาตนโดยตรง ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้ก็รอว่า "ก.พ.ค." จะดำเนินการอย่างไรต่อไป อาจจะมีการเรียกตนมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกก็แล้วแต่คณะกรรมการฯ หนังสือนี้เป็นการร้องทุกข์ที่ตนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการโยกย้าย เพราะเห็นว่า การใช้อำนาจของนายกฯไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม
ถามว่ามีความกังวลหรือไม่ที่ในอดีตมีการยื่นแบบนี้ แต่ก.พ.ค.ไม่รับพิจารณา เพราะเป็นอำนาจของการบริหาร "ถวิล" กล่าวว่า ก.พ.ค. เป็นที่พึ่งของข้าราชการได้ ซึ่งตนก็มายื่นหนังสือ แต่ผลเป็นอย่างไร ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และตนหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากคณะกรรมการฯ ไม่ได้หวังผลว่าจะแพ้ชนะ แต่ขอให้ได้ต่อสู้เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม
ต้องจับตามองกันต่อไป ว่างานนี้ ก.พ.ค.จะเป็นที่พึ่งได้จริงแค่ไหน เพราะผลสรุปจะเป็นตัวสะท้อนได้อยู่แล้ว



