ข่าว

โลกและละครของดร.วิษณุ เครืองาม

โลกและละครของดร.วิษณุ เครืองาม

19 ก.ย. 2554

โลกและละครของดร.วิษณุ เครืองาม : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล

          มีหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งน่าอ่านมาก และอยากให้ได้อ่านกันมากๆ หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า “โลกนี้คือละคร” ผู้เขียนคือ ดร.วิษณุ เครืองาม ซึ่งแค่เอ่ยชื่ออาจารย์วิษณุ ผมเชื่อว่าหลายคนก็คงอยากจะอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว

           อาจารย์วิษณุโดยเนื้อแท้แล้วท่านเป็นนักกฎหมายและอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่โชคชะตาทำให้ต้องมาทำงานการเมืองจากตำแหน่งรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการคณะรัฐมนตรี จนถึงรองนายกรัฐมนตรี นอกจากนั้นยังเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งการทำหน้าที่ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นเวลานานถึง 9 ปี และมีโอกาสทำงานกับนายกรัฐมนตรีถึง 7 คน จาก พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถือได้ว่าประสบการณ์ที่สร้างสมมานั้น ย่อมไม่ใช่ธรรมดาแน่ๆ และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ อาจารย์วิษณุนอกจากจะเป็นนักวิชาการแล้ว ท่านยังมีฝีมือในการเล่าเรื่องต่างๆ อย่างสนุกสนาน ละเอียดลออ และเต็มไปด้วยเกร็ดความรู้ ซึ่งทำให้ “โลกนี้คือละคร” ไม่ใช่แค่เป็นหนังสือที่อ่านเอาเรื่องแต่ยังอ่านเอารสได้อย่างเพลิดเพลิน

           ในเมืองไทยนั้น สิ่งที่ยังขาดอยู่มากๆ อย่างหนึ่ง ก็คือหนังสือประเภทที่บันทึกเหตุการณ์ เรื่องราว หรือประสบการณ์ของบุคคล ทั้งที่หนังสือประเภทนี้เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการศึกษา การทำงานและการดำเนินชีวิต เพราะวิชาการทั้งหลายแหล่นั้น เราสามารถที่จะเรียนรู้จากตำรับตำราต่างๆ ได้ แต่เมื่อลงมือปฏิบัติงานแล้ว ความรู้ในวิธีการทำงาน และวิธีการจัดการกับปัญหาหลายแหล่ เป็นสิ่งที่มักจะต้องลองผิดลองถูก หรือเสี่ยงสุ่มเอาเอง ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาอาจเป็นบวกหรือลบก็ได้ทั้งสองทาง แต่ที่แน่ๆ ก็คือการที่ต้องเสียเวลาหรือทรัพยากรไปไม่น้อยกับการทำเรื่องเก่าๆ หรือการแก้ปัญหาเดิมๆ เพียงเพราะไม่มีการบันทึกเรื่องราวเหล่านี้ไว้เป็นหลักฐานให้ได้อ่านหรือวิเคราะห์กัน

           ประสบการณ์จากการทำงานนั้นเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่กับเจ้าของประสบการณ์เท่านั้น หากรวมถึงคนอื่นๆ ที่ยังขาดประสบการณ์ หรือไม่มีโอกาสได้พบเจอกับเหตุการณ์เช่นนั้น แต่คนไทยโดยทั่วไปนอกจากจะไม่ค่อยชอบจดบันทึกหรือขีดเขียนหนังสือแล้ว ยังมีความคิดว่าการพูดการเล่าเรื่องของตนเองเป็นสิ่งที่ไม่สมควร แล้วก็เลยปล่อยให้เรื่องราวเหล่านั้นสูญหายไปพร้อมกับชีวิต หรือให้คนรุ่นหลังคาดเดาเอาเองซึ่งย่อมขาดความสมบูรณ์ และมีเปอร์เซ็นต์ที่จะผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงได้มาก แต่ที่แน่ๆ ก็คือ ทำให้คนไทยต้องนับหนึ่งใหม่อยู่เรื่อยๆ ไม่สามารถต่อยอด หรือสืบสานผลงานของคนรุ่นเก่าได้ เพราะไม่มีข้อมูลเพียงพอ

           ในหนังสือ “โลกนี้คือละคร” อาจารย์วิษณุ เครืองาม ได้เริ่มต้นด้วยประวัติความเป็นมาของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่คนแรก คือ ร.ท.ประยูร ภมรมนตรี และไล่เรียงมาเรื่อยๆ จนถึงอาจารย์วิษณุ ซึ่งเป็นคนที่ 18 ซึ่งลำพังแค่เรื่องราวของเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแต่ละคน ก็สนุกจนวางไม่ลงแล้วล่ะครับ ยิ่งเรื่องของอาจารย์วิษณุเองก็ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่

           หนังสือเล่มนี้ยังให้ข้อคิด แนวทางและตัวอย่าง ในการทำงานตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนถึงงานระดับชาติหรือระดับประเทศ รวมถึงวิธีการทำงานของนายกรัฐมนตรีหลายๆ คน ซึ่งหลายๆ เรื่องในหนังสือเล่มนี้ น่าจะเป็นกรณีศึกษาสำหรับข้าราชการประจำและข้าราชการการเมือง รวมทั้งนักศึกษาที่เรียนด้านรัฐศาสตร์ และผู้ที่สนใจการเมืองการปกครองได้เป็นอย่างดี

           สำนักพิมพ์มติชน ผู้จัดพิมพ์หนังสือ “โลกนี้คือละคร” เกริ่นไว้ในคำนำว่า หนังสือของอาจารย์วิษณุ ชุดนี้ จะมีด้วยกัน 3 เล่ม ซึ่งใครก็ตามที่ได้อ่านเล่มแรกเล่มนี้แล้ว ผมเชื่อว่าคงจะต้องรออ่านเล่มต่อไป อย่างใจจดใจจ่อทีเดียวล่ะครับ