
ฝ่าวิกฤติกทม.เปิดแผนรับน้ำท่วม
ฝ่าวิกฤติกทม. !!! เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุง54 : รายงานพิเศษ โดย ธนัชพงศ์ คงสาย สำนักข่าวเนชั่น @tanattapong_nna
วิกฤติการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดที่ขณะนี้ยังไม่มีท่าทีคลี่คลาย ความเสียหายขยายวงกว้างกินพื้นที่เกือบ 30 จังหวัดทั่วประเทศ ชาวบ้านได้รับความเดือนดอนเป็นล้านคน จากการประเมินของกรมชลประทานคาดว่า “น้ำเหนือทัพใหญ่” จะทยอยไหลลงเขื่อนสู่เขื่อนเจ้าพระยา และรวมตัวมุ่งสู่ลุ่มเจ้าพระยาเตรียมเข้าสู่พื้นที่ “เมืองหลวง” ช่วงวันที่ 19-20 กันยายนนี้ ถึงแม้กรมอุตุนิยมวิทยามั่นใจว่าปริมาณน้ำจะไม่เกินคันกั้นน้ำของกรุงเทพมหานคร ที่ระดับ 2.5 เมตร แต่กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา และสำนักการระบายน้ำ กทม. ต้องเกาะติดสถานการณ์ทุกระยะ
สำนักการระบายน้ำวางมาตรการพิทักษ์เมืองหลวง เริ่มจาก “แผนรับมือ” ช่วงที่น้ำก้อนใหญ่จะทะลักเข้าสู่ กทม.วันที่ 19-20 กันยายน สัญญา ชีนิมิต ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กางแผนรับมือรับ “ศึก 3 ด้าน” คือ 1.น้ำเหนือที่จะผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะระบายออกทะเลโดยตรง 2.น้ำที่จะผ่านมาทางฝั่งตะวันออกของ กทม. จะมีคลอง “คลองระพีพัฒน์” เปิดหน้ารับเป็นด่านแรก จากนั้นน้ำจะถูกผันเข้าสู่ประตูระบายน้ำ “พระนารายณ์” ผ่านคลอง 13 ผ่านเขตหนองจอก ผ่านเขตมีนบุรี ผ่านเขตลาดกระบัง ไหลออกสู่ทะเลที่ จ.สมุทรปราการ
3.ฝั่งด้านตะวันตก จะมีแม่น้ำ “นครชัยศรี” แม่น้ำ “ท่าจีน” ทำหน้าที่รับปริมาณน้ำขนาดใหญ่ โดยมีคลอง “มหาสวัสดิ์” คอยเชื่อมน้ำเข้าสู่ระบบ ซึ่งจะใช้ระยะเวลาไม่นานน้ำที่ผ่านมาทางฝั่งตะวันตกจะผ่านแม่น้ำท่าจีนออกสู่ทะเล
ถ้าช่วงฟ้าไม่มีพายุฝนถือเป็น “นาทีทอง” ให้ “ฝั่งด้านตะวันออก” เร่งระบายน้ำผ่านคลองประเวศ คลองแสนแสบเข้าอุโมงค์ระบายน้ำ เข้าสถานีสูบน้ำที่พระโขนง สามารถระบายน้ำได้วันหนึ่งประมาณ 4 ล้านลูกบาศก์เมตร
“ฝั่งตะวันตก” จะระบายน้ำผ่านคลองทวีวัฒนา เรียบไปตัดคลองภาษีเจริญ ลงสู่แก้มลิงสนามชัยที่คลองราชมนตรี ซึ่งน้ำบางส่วนก็ไหลสู่คลองดาวคะนอง คลองชักพระ คลองบางกอกใหญ่ สามารถระบายน้ำประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ส่วนน้ำเหนือก้อนมหาศาลที่ผ่านเข้าสู่ “แม่น้ำเจ้าพระยา” กทม.ได้เตรียมสถานีสูบน้ำริมสองฝั่งแม่น้ำคอยตั้งรับ ผสานการทำงานกับประตูระบายน้ำ 200 กว่าแห่งเข้าประกบน้ำไม่ให้เข้าท่วมพื้นที่ชั้นในของ กทม.
ขณะที่แนวป้องกันริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจากทั้งหมด 86 กิโลเมตร กทม.ได้ก่อสร้างแนวป้องกันระยะทางยาวถึง 77 กิโลเมตร โดยสร้างเสร็จไปแล้ว 75.8 กิโลเมตร ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กันยายน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.สั่งให้ก่อสร้างเพิ่มอีก 7 กิโลเมตร จากเดิมกทม.มีแนวป้องกันน้ำริมฝั่งเจ้าพระยาสูง 2.50-3 เมตร ไล่เรียงพื้นที่ทิศเหนือของกทม. ตั้งแต่เขตบางซื่อถึงสะพานซังฮี้จะมีแนวป้องกันทั้งสองฝั่งสูงประมาณ 3 เมตร
ส่วนแนวป้องกันจากสะพานซังฮี้ถึงสะพานพระราม 9 จะอยู่ที่ระดับ 2.80 เมตร จากสะพานพระราม 9 ลงไปพื้นที่ฝั่งทิศใต้จะอยู่ระดับที่ 2.50 เมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ “หน่วยเบสท์” กว่า 700 นาย คอยมอนิเตอร์เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
แต่ยังมี “พื้นที่เสี่ยง” อีก 27 ชุมชนที่ตั้งอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณคลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ จำนวน 13 เขต รวมกว่า 1,200 ครัวเรือน ผู้ว่าฯกทม.จึงสั่งด่วนให้สำนักงานเขตเตรียมแผนรองรับ 3 ระดับ หากน้ำสูงเกิน 1.7 เมตร โดยเฉพาะแผน “อพยพ” ไปพื้นที่โรงเรียนในสังกัดกทม. และจุดปลอดภัยให้ถือเป็นเรื่องสำคัญ
โชค ชัยเกตุ ชาวชุมชนท่าน้ำบางโพธิ์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางซื่อ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเมื่อมีฝนตกระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้นจนทำให้น้ำเข้าท่วมเข้าพื้นที่บ่อยครั้ง ชาวบ้านจึงช่วยกันหากระสอบทรายมาป้องกัน ซึ่งเป็นสภาพแบบนี้ทุกปี หากปีไหนฝนตกลงมามากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้ชาวบ้านต้องหาแนวทางป้องกันเบื้องต้นเอง
อย่างไรก็ตาม กทม.ประเมินว่าหากสถานการณ์น้ำเหนือไหลเข้ามาปริมาณมากจนล้นแนวป้องกันจะเปิดเครื่องสถานีสูบน้ำทั้งหมด 158 แห่ง เร่งสูบระบายน้ำที่ท่วมขังจากพื้นที่ชั้นในออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาผ่านเครือข่ายคลองหลักๆ โดยเร็ว ซึ่งสถานีสูบน้ำมีอัตราการระบายอยู่ที่ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมี “เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่” ตั้งอยู่ตามตรอกซอกซอยอีก 700 กว่าเครื่อง กระจายอยู่ใน 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ
ยิ่งไปกว่านั้น แผนรับมือน้ำท่วมปีนี้จะเป็นการชี้วัดศักยภาพของ “อุโมงค์ยักษ์” ซึ่งกทม.มั่นใจว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ ตามแผนโครงการอุโมงค์ยักษ์จะมีการก่อสร้างทั้งหมด 4 แห่ง คือ 1.อุโมงค์ยักษ์พระรามเก้า-รามคำแหง ระบายน้ำได้ปริมาณมากกว่า 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 5 เมตร ระยะทางยาว 5 กิโลเมตร จุดเริ่มต้นที่คลองลาดพร้าวเชื่อมกับคลองแสนแสบ และไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เทียบเท่ากับการระบายน้ำออกจากสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน 4 สระ ภายในเวลาไม่ถึง 1 วินาที
หากเปรียบเทียบการระบายน้ำก่อนโครงการอุโมงค์ยักษ์พระรามเก้า-รามคำแหงจะผุดขึ้น เมื่อเกิดน้ำท่วมถนนย่านพระรามเก้า-รามคำแหง จากเดิมปริมาณน้ำที่เคยท่วม 20-30 เซนติเมตร ใช้เวลาระบายดำเนินการ 3-4 ชั่วโมง แต่เมื่อนำระบบ “อุโมงค์ยักษ์” เข้ามาใช้สามารถลดเวลาระบายภายใน 1 ชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น
2.อุโมงค์ยักษ์รัชดาภิเษก-สุทธิสาร ช่วยระบายน้ำในเขตพื้นที่ห้วยขวาง ดินแดง จตุจักร พญาไท ดุสิต และบางซื่อ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เมตร เส้นทางยาว 6 กิโลเมตร เริ่มจากย่านถนนรัชดาภิเษก ตัดกับถนนสุทธิสารจากนั้นไปสิ้นสุดที่แม่น้ำเจ้าพระยา เริ่มก่อสร้างไปแล้วเมื่อกลางปี 2554
3.อุโมงค์สวนหลวง ร.9 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เมตร มีความยาวอยู่ที่ 9.5 กิโลเมตร ประสิทธิภาพในการระบายน้ำอยู่ที่ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จุดเริ่มต้นจากสวนหลวง ร.9 ไปถึงแม่น้ำเจ้าพระยา อุโมงค์นี้จะทำให้พื้นที่กว่า 85 ตารางกิโลเมตร ได้รับประโยชน์ รวมถึงพื้นที่ย่านประเวศ พระโขนง บางนา และสวนหลวง
4.อุโมงค์ยักษ์ดอนเมือง จะเป็นอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินที่จะยาวที่สุด และใหญ่ที่สุดในบรรดา 4 แห่ง มีเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 6 เมตร ยาว 13.5 กิโลเมตร ประสิทธิภาพในการระบายน้ำมากกว่า 15 เท่า เมื่อเทียบกับแห่งแรกของกรุงเทพฯ ที่สร้างขึ้นเมื่อ 25 ปีก่อนในย่านสุขุมวิท โดยครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 100 ตารางกิโลเมตร รวมไปถึงพื้นที่ย่านจตุจักร หลักสี่ บางเขน ดอนเมือง และบางส่วนของพื้นที่เขตสายไหม เริ่มต้นก่อสร้างปี 2555 เช่นกัน ทั้งนี้ อุโมงค์ยักษ์อีก 3 แห่ง คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จไม่เกิน 5 ปี
อุโมงค์ยักษ์พระรามเก้า-รามคำแหง ยังเป็นตัวช่วยเสริมการระบายน้ำด้านตะวันออกที่เป็นปริมาณน้ำเหนือไหลเข้ามา เพราะเมื่อเปิดประตูระบายน้ำที่คลองประเวศ คลองแสนแสบ จัดจราจรน้ำผ่านเข้าอุโมงค์ยักษ์ก็ช่วยเพิ่มการระบายน้ำเหนือได้วันหนึ่งประมาณ 4 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนฝั่งตะวันตกได้วันละ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร
นอกจากนี้ กทม.ยังมีแผนหลักในการป้องกันน้ำท่วม โดยใช้พื้นที่ “แก้มลิง” ทั้งหมด 21 แห่ง สามารถรองรับปริมาณน้ำได้มหาศาล 12,749,505 ล้านลูกบาศก์เมตร อาทิ ที่บึงหนองบอน เขตประเวศ ปริมาณเก็บกักน้ำ 5 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร แก้ไขน้ำท่วมเขตประเวศ พระโขนง บึงสวนสยาม ปริมาณเก็บกักน้ำ 228,000 ล้านลูกบาศก์เมตร แก้ไขน้ำท่วมถนนรามอินทรา เขตมีนบุรี บึงมักกะสัน เขตราชเทวี ปริมาณเก็บกักน้ำ 261,600 ล้านลูกบาศก์เมตร แก้ไขปัญหาน้ำท่วมถนนราชปรารถ ถนนศรีอยุธยา ถนนอโศก ดินแดง เขตราชเทวี
ที่สำคัญโครงการแก้มลิงตะวันตกตามพระราชดำริ 1 แห่ง คือ แก้มลิงคลองมหาชัย-คลองสนามชัย เขตบางขุนเทียน ในพื้นที่ 1.9 หมื่นไร่ มีปริมาณเก็บกักน้ำถึง 6 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับแก้ไขน้ำท่วมและน้ำเน่าเสียในพื้นที่ฝั่งธนบุรีและปริมณฑล
นอกจากนี้ กทม.ยังมี “ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม” โดยสถานีเครือข่าย 75 สถานี ดังนั้นมั่นใจว่าจะสามารถผ่านสถานการณ์น้ำในปีนี้ได้ค่อนข้างแน่ หากแต่ปริมาณ “น้ำ 3 เกลอ” ตามที่ “ผู้ว่าฯกทม.” เคยบอกไว้ ประกอบด้วย 1.ฝนตกหนัก 2.น้ำเหนือไหลลงมาสมทบ และ 3.น้ำทะเลหนุน มารวมกันโดยไม่ได้นัดหมาย กทม.อาจมีปัญหา และไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ระยะสั้น
อย่างน้อย “สถิติ” ได้ทำให้ “คนกรุง” อุ่นใจ เพราะปรากฏการณ์เหล่านี้ยังไม่เคยเกิดขึ้น และหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นไปอีกนาน



