ข่าว

เมื่อสหรัฐรุกจีนในลุ่มน้ำโขง

เมื่อสหรัฐรุกจีนในลุ่มน้ำโขง

18 ก.ย. 2554

เจาะลึก แผนสหรัฐ หวนคืนสานสัมพันธ์ 5 ประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง รุกฆาต "จีน" เอาใจกลุ่มประเทศที่เป็นไม้เบื่อไม้เมา

 เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง กรณีทางการสหรัฐอเมริกา เพิ่มความถี่ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับ 5 ประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง (ยกเว้นจีน) มากขึ้นผิดปกติ


 ไม่ว่า การส่งกลุ่มนักธุรกิจอเมริกัน ในนามของ US-ASEAN Business Council ที่ประจำอยู่ในประเทศไทย เดินทางไปเยือนนครเวียงจันทน์ของลาว และ กรุงพนมเปญของกัมพูชา ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมต่อเนื่องถึงต้นเดือนกันยายนนี้


 ส่วนที่ประเทศเวียดนาม ถึงแม้ว่านาง Hillary Clinton รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของสหรัฐฯจะมิ ได้เดินทางไปด้วยตนเองเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันชาติเวียดนาม '2 กันยายน' ครบรอบ 66 ปีก็ตาม หากแต่นาง Hillary Clinton ก็ได้ส่งสาส์นแสดงความยินดี ถึงรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของเวียดนาม โดยตรง ทั้งยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเป็น 'หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์' ในการพัฒนาความร่วมมืออย่างรอบด้านและยาวนานระหว่างเวียดนามกับสหรัฐอีกด้วย


 ในขณะเดียวกัน นาง Hillary Clinton ก็ได้มอบหมายให้ Derek Mitchell เดินทางไปพม่าในฐานะทูตพิเศษของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อไปหาช่องทางในการปรับปรุงความสัมพันธ์กับรัฐบาลพม่า (ที่แปลงร่างมาจากรัฐบาลทหาร) ในช่วงเวลาที่ต่อเนื่องกันนี้ ซึ่งดูเหมือนว่า ได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดียิ่งจากรัฐบาลพม่า เนื่องจากว่าทูตพิเศษของสหรัฐฯ ผู้นี้ไม่เพียงจะได้พบปะเจรจากับผู้แทนของรัฐบาลพม่าเท่านั้น หากยังได้รับอนุญาตให้พบปะเจรจากับนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประ ชาธิปไตย (NLD) อีกต่างหาก


 รวมถึง การเรียกร้องต่อประธานาธิบดี บารัก โอบามา  "...จะต้องปรับเปลี่ยนแนวนโยบายในการสร้างความสัมพันธ์กับรัฐบาลพม่าอย่างยืดหยุ่นมากขึ้น..."


 และ “ต้องดำเนินมาตรการแข็งกร้าวต่อจีนในเขตทะเลจีนใต้” เนื่องจากมองว่า รัฐบาลจีน กำลังใช้อิทธิพลทางทหารคุกคามพันธมิตรของสหรัฐฯ


 เหล่านี้ มีคำตอบอยู่ว่า ในตลอดระยะเวลา 8 ปีภายใต้การบริหารของ George W. Bush นั้น สหรัฐได้ไปจมปรักที่ตะวันออกกลาง อันทำให้มหาอำนาจตะวันออกอย่างจีน สามารถที่จะสร้างเสริมบทบาทและอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนกล่าวได้ว่าทิ้งห่างสหรัฐไปหลายช่วงตัวในเวลานี้
 ด้วยเหตุนี้ การที่สหรัฐจะสามารถกลับมาทวงคืนสถานภาพของตนได้อย่างมีประสิทธิผลนั้น ก็จะต้องมีการเลือกพันธมิตรที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับจีนมากที่สุด ซึ่งในที่นี้ก็คือ "เวียดนาม" ที่ไม่เพียงจะขัดแย้งกับจีนในประวัติศาสตร์อันยาวนานนับพันปีเท่านั้น หากแต่ในปัจจุบันนี้ก็ยังขัดแย้งกับจีนในเรื่องที่ว่าด้วยการอ้างอธิปไตยเหนือหมู่เกาะ Spratly และ Paracel ในทะเลจีนใต้อีกต่างหาก


 ยิ่งไปกว่านั้น การที่นาง Hillary Clinton ได้ประกาศท่าทีอย่างชัดเจนว่า "...รัฐบาลสหรัฐคัดค้านแผน การก่อสร้างเขื่อนทุกๆ โครงการบนแนวแม่น้ำโขง..." ในระหว่างการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศจากลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แท้ที่จริงแล้วก็คือ การประกาศท่าทีคัดค้านแผนการก่อสร้างเขื่อนบนแนวแม่น้ำโขงของจีนโดยตรง


 ทั้งก็ยังรู้ดีว่า ประเทศที่อยู่ตอนล่างของแม่น้ำโขง ต่างก็ไม่พอใจต่อแผนการดังกล่าวของจีนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เนื่องจากมองว่า การก่อสร้างเขื่อนบนแนวแม่น้ำโขงของจีนที่เสร็จแล้ว 4 แห่งจากเป้าหมาย 8 แห่งเป็นอย่างน้อยนั้น หาได้คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศที่อยู่ตอนล่างของแม่น้ำโขงสายเดียวกันนี้แต่อย่างใด