อุบัติเหตุหรือฆาตกรรม'เสี่ยชิน'
อุบัติเหตุหรือฆาตกรรม..'เสี่ยชิน' : ตะลุยข่าว โดย กัมปนาท ขันตระกูล
ยังเป็นที่ถกเถียงกันไม่จบ...กรณี "เสี่ยชิน" นายชินธร บวรจิรภัทรสุข วัย 44 ปี หุ้นส่วนกิจการตลาดน้ำสามพันนาม อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และตลาดน้ำอโยธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ประสบอุบัติเหตุชนเข้าอย่างจังกับเสาไฟฟ้าจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตนั้น เป็นอุบัติเหตุสุดวิสัยหรือฆาตกรรมอำพราง?!!
ฝ่ายที่สนับสนุนว่าเป็นการฆาตกรรม เชื่อว่าปมสังหารเกิดจากการขัดแย้งกันทางธุรกิจตลาดน้ำเพราะมีมูลค่านับพันล้านบาท ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนว่าเป็นอุบัติเหตุ เชื่อว่าเหตุการณ์เกิดกลางวันแสกๆ หากมีเป็นการขับรถไล่เบียดคงมีคนเห็น ที่สำคัญสมรรถภาพของรถเบนซ์เหนือกว่ารถบรรทุกสิบล้อ และรถกระบะ อีกทั้ง "เสี่ยชิน” ยังคอยระแวดระวังตัวอยู่ตลอด
อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน ริมถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ บริเวณหน้าโรงงานบริษัท แอมคอร์เฟล็กซิเบิ้ล เพชรบุรี จำกัด หมู่ 1 ต.หนองปรง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี รถเบนซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บท 320 กรุงเทพมหานคร อัดก๊อบปี้ติดอยู่กับเสาไฟฟ้า สภาพพังยับเยินจนเกือบขาด 2 ท่อน เจ้าหน้าที่พยายามช่วยนายชินธรออกมาจากซากรถได้ แต่ร่างกายบอบช้ำเกินไปเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล ส่วนภรรยา นางวรารัตน์ ประวีทัศนี อายุ 50 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน แต่พ้นขีดอันตรายแล้ว
"ฉันและสามีขับรถออกจากบ้านเพื่อไปดูที่ดินกับเพื่อนที่ อ.หัวหิน ระหว่างทางเมื่อถึง อ.เขาย้อย จึงแวะปั๊มน้ำมันพอออกมาจากปั๊มน้ำมัน รถบรรทุกขนาดใหญ่สีดำขับประกบด้านข้าง 2 คัน และพยายามขับเบียดรถของฉัน ส่วนข้างหลังก็มีรถกระบะตามมา สามีพยายามเร่งความเร็วเพื่อจะแซงหนีรถบรรทุก แต่รถกระบะที่ขับตามหลังเร่งความเร็วตาม จนรถถูกชนที่ด้านท้ายอย่างแรง ขณะที่ด้านหน้ามีรถเก๋งสีเทา สามีจึงพยายามหักหลบรถคันหน้าแต่ไม่พ้นจึงชนเข้ากับรถเก๋งคันที่อยู่ด้านหน้า แล้วเสียหลักตกข้างทาง..." นางวรารัตน์เล่าเหตุการณ์ที่เกิด ขณะกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
หากเจาะลึกเข้าไปที่ปมขัดแย้งทางธุรกิจตลาดน้ำอโยธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นั้น เดิม "เสี่ยชิน” เป็นคน จ.น่าน แต่เป็นมัคคุเทศก์นำเที่ยวใน จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วมาประกอบธุรกิจเรือท่องเที่ยว และนวดแผนโบราณ ก่อนมาร่วมหุ้นกับพรรคพวก 5 คน ทำธุรกิจตลาดน้ำอโยธยา ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.ไผ่ลิง เป็นตลาดน้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองอยุธยา มีพื้นที่ถึง 60 ไร่ มีร้านค้ามากถึง 249 ร้าน สร้างรายได้เกือบพันล้านบาท
โดยมีภรรยาของหุ้นส่วนคนหนึ่ง เป็นผู้จัดการแต่บริหารงานไปได้สักระยะหนึ่ง ปรากฏว่ามีเงินหายไปจากบัญชี 90 ล้านบาท หุ้นส่วนจึงเกิดความขัดแย้งกัน แบ่งออก 2 ฝ่าย โดยฝ่าย "เสี่ยชิน" มี 3 เสียง ฝ่ายตรงข้ามมี 2 เสียง ทำให้ฝ่าย "เสี่ยชิน”ได้บริหารตลาดน้ำอโยธยา ต่อมาได้ขยายธุรกิจตลาดน้ำสามพันนาม ถนนหนองหอยทับใต้ ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท มีพื้นที่ 50 ไร่ และเปิดตัวเป็นทางการเมืองวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านั้น "เสี่ยชิน" มีปัญหาขัดแย้งกับหุ้นส่วนฝ่ายตรงข้ามถึงขั้นขึ้นศาล และทำให้ต้องระมัดระวังตัวอยู่เสมอ หากอยู่พื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จะมีบอดี้การ์ด เป็นนายทหารยศร้อยเอก เป็นผู้คุ้มกันตลอดเวลา แต่วันเกิดเหตุ "เสี่ยชิน” เดินทางมาทำธุระที่หัวหินกับภรรยาแค่ 2 คน ส่วนบอดี้การ์ดคอยดูแลตลาดน้ำอโยธยา เนื่องจากกำลังจะมีปัญหาน้ำท่วม
ทว่าการสอบสวนของตำรวจในเบื้องต้นยังไม่พบว่าเป็นการฆาตกรรม เป็นเพียงอุบัติเหตุตามคดีจราจรไว้ก่อน!!
“ต้องแยกกันคนละประเด็น โดยประเด็นแรกจากการรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากพยานที่เกี่ยวข้อง ไม่พบประเด็นฆาตกรรม ก็ต้องลงว่าเป็นอุบัติเหตุเป็นคดีจราจรไว้ก่อน ส่วนประเด็นที่ภรรยาผู้ตายให้ปากคำว่าถูกรถประกบเบียดก็ต้องสอบปากคำ บุคคลที่ภรรยาผู้ตายให้การพาดพิง หากพบว่าเป็นการฆาตกรรมจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในภายหลัง” พ.ต.อ.เดชา รักษ์งาน ผกก.หน.สภ.เขาย้อย ยืนยันในหลักฐาน
ขณะที่เพื่อนสนิทของ "เสี่ยชิน" เชื่อว่าการเสียชีวิตของ "เสี่ยชิน" เป็นอุบัติเหตุ อาจเกิดจากระบบช่วงล่างของรถเบนซ์ไม่ค่อยดี และเคยพยายามซ่อมหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่หาย แม้จะเคยแนะนำให้ซื้อคันใหม่ ก็มาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน และหากเป็นฆาตกรรมอำพรางคนร้ายคงอยู่ใกล้ตัว รู้แผนการเดินทางของ "เสี่ยชิน" เป็นอย่างดี
ความตายของ "เสี่ยชิน "จะเป็นแค่คดีอุบัติเหตุ หรือคดีฆาตกรรมอำพราง ต้องรอลุ้นฝีมือของทีมสืบสวนสอบสวน!!



