
'วิโรจน์'แจกของน้ำท่วมเป็นลม
พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นลมศีรษะกระแทกพื้นขณะแจกของน้ำท่วม ต้องส่งโรงพยาบาลด่วน เจ้าพระยาระดับน้ำเพิ่มเกินความจุ 12 ซม.เริ่มทะลักเข้าเทศบาลนครนครสวรรค์แล้ว อุบลราชธานีน้ำโขงท่วมซ้ำอีกชาวนาระทมนาข้าวจมใต้น้ำ
เมื่อเวลา 11.20 น.วันที่ 18 ก.ย. ที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง นายแพทย์โชคชัย อินทรประสงค์ ผอ.โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ พร้อมด้วยคณะแพทย์และพยาบาลระดมกำลังเข้าช่วยเหลือพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและเป็นส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ หลังจากเป็นลมล้มทั้งยืนขณะยืนแจกของให้กับประชาชนที่ถูกน้ำท่วมบริเวณหอประชุมเทศบาลตำบลบางจัก ทางแพทย์ทำการรักษาและดูอาการกว่า 1 ชั่วโมงก่อนนำตัวส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์ธรรมศาสตร์รังสิต
น.ส.เพ็ญชิสา หงส์อุปถัมภ์ชัย อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ พล.ต.ท.วิโรจน์ ได้เดินทางมาทำการแจกถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ถูกน้ำท่วมในเขตเทศบาลตำบลบางจัก จำนวน 1,000 ครอบครัว โดยมีนายปัญญา งานเลิศ รองผวจ.อ่างทอง นายบรรเจิด อนุเวช นายอำเภอวิเศษชัยชาญ และนายชวลิต วิเศษสิทธิกุล นายกเทศบาลตำบลบางจัก ให้การต้อนรับ
ระหว่างที่ทำการแจกของอยู่นั้นก็เกือบจะครอบ 1,000 ชุดอยู่แล้ว สังเกตเห็นพล.ต.ท.วิโรจน์ มีอาการเหนื่อย แต่พล.ต.ท.วิโรจน์ บอกว่าจะแจกให้ถึงมือประชาชนให้ครบ จากนั้นก็หยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเหงื่อที่ออกมากผิดปกติ แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อพล.ต.ท.วิโรจน์ ล้มคว่ำหน้าทั้งยืนเสียงศีรษะกระแทกพื้นดังมาก ท่ามกลางเสียงร้องของประชาชนที่มารับของ จากนั้นทุกคนตกใจเมื่อพล.ต.ท.วิโรจน์ นิ่งไม่รู้สึกตัวไปพักหนึ่ง ก่อนจะได้สติ จากนั้นก็รีบนำส่งโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญเพื่อรักษาเป็นการด่วน
นายแพทย์โชคชัย กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบอาการก็พบว่าน่าจะเป็นลมเนื่องจากเหนื่อยจากการที่แจกของให้กับประชาชนจำนวนมาก ในเบื้องต้นได้ทำการรักษาและดูอาการให้ปลอดภัย ก่อนที่จะส่งตัวไปทำการตรวจเช็กร่างกายอย่างละเอียดอีกที่โรงพยาบาลศูนย์ธรรมศาสตร์รังสิต เนื่องจากศีรษะได้รับการกระทบการเทือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากพล.ต.ท.วิโรจน์ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญทางญาติๆของพล.ต.ท.วิโรจน์ ที่ทราบข่าวต่างรุดมาดูอาการกันอย่างโกลาหล
"วิโรจน์"ปลอดภัยแล้วออกจากรพ.คืน18ก.ย.
เมื่อ เวลา 18.00 น. ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ เลขที่ 12 ชั้น 2 อาคารยูงทอง โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นห้องพักฟื้นของ พล.ต.ท.วิโรจน์ โดยได้กล่าวว่า อาการขณะนี้ดีขึ้น จนแข็งแรงเป็นปกติแล้ว โดยแพทย์ของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ได้ทำการตรวจเช็คร่างกายแล้ว ก็ไม่พบว่ามีอาการป่วยใดๆ ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นนั้น น่าจะมาจากการที่ตนเองอดนอน และพักผ่อนน้อย จึงทำให้หน้ามืดเป็นลม อย่างไรก็ตามคาดว่าคืนนี้อาจจะออกจากโรงพยาบาลกลับไปพักผ่อนที่บ้านพัก เพราะวันที่ 19 ก.ย.นี้ช่วงเช้าจะต้องเข้าประชุมวิปรัฐบาล
เร่งป้องกันน้ำท่วมวัดสระแก้วและตลาดเก่าร้อยปี
นายสุเทพ กาแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต)บางเสด็จ อ.ป่าโมก จ. อ่างทอง กล่าวว่า ได้ร่วมกับ เจ้าอาวาสวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้าและยากจน สองพันกว่าคน สร้างคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้ายา และเสริมให้สูงพ้นระดับน้ำใม่ให้ท่วมถึงอยู่ตลอดเวลา คาดถ้าระดับน้ำไม่สูงแบบทันทีอีกประมาณ 1 เมตร ไม่ท่วมวัดและไม่ทำให้เด็กกำพร้าและยากเดือดร้อนแน่
นายวิชัย ลิมป์วัฒนชัย ว่าที่นายกเทศมนตรีวิเศษไชยชาญ(เลือกตั้ง แล้วกรณีครบวาระแต่ กกต.ยังไม่รับรอง)อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทาง กล่าวว่า ได้สร้างคันเขื่อนป้องน้ำท่วมกันตลาดเก่าร้อยปีศาลเจ้าโรงทอง ริมแม่น้ำน้อย ยาวประมาณ 500 เมาตรและด้านหลังตลาดโดยรอบ สูงกว่าระดับน้ำในขณะนี้เกือบหนึ่งเมตร ถ้าระดับน้ำสูงกว่าอาจมีปัญหา
นายวิศว ศะศิสมิต ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ได้ประชุมหัวหน้าส่วนราชก่ารและผู้เกี่ยวสข้องเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม ที่ ห้องประชุมโรงพยาบาลอ่างทอง เพราะห้องประชุมศาลากลางจังหวัดอ่างทอง ระดับน้ำยังท่วมไม่สะดวก โดยกำชับให้รักษาพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดและ ของทุกอำเภอจนสุดความสามารถ โดยเฉพาะมีทหารและ ตำรวจตระเวณชายแดนเข้ามาช่วยอยู่ในพื้นที่
ส่วนโรงพยาบาลอ่างทอง ได้ตั้งคันดินขนาดกว้าง 4 เมตร เพิ่ม อีกชั้น เพราะถ้าคันกำแพงกั้นน้ำที่เทศบาลสร้างไว้ที่ริมแม่น้ำเจ้าสพะยาพัง จะได้มีคันดินดังกล่าวกันน้ำไม่ให้ท่วมโรงพยายาลได้อีกชั้นหนึ่ง ขณะนี้น้ำท่วมทั้ง 7 อำเภอ 61 ตำบล 277 หมู่บ้าน 9,332 ครัวเรือน ราษฎรเดือนร้อน 28,288 คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 45,096ไร่ คืนเดียวเพิ่มขึ้น 24,592 ไร่ สัตว์น้ำเสียหาย 95 บ่อ 147 กระชัง ถนนและคันกั้นน้ำเสียหาย 60 สาย วัด 28 แห่ง,โรงเรียน 17 แห่งและสถานที่ราชการ 18 แห่ง กำชับทุกฝ่ายเร่งดำป้องกันเต็มที่ เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และให้เสริมแนวคันกั้นน้ำโดยเฉพาะศูนย์เศษฐกิจสำคัญทั้งของจังหวัด ส่วนศูนย์ราชการตั้งแต่น้ำพังท่วมโรงเรียนวัดอ่างทองเมื่อวันก่อนแม้จะอุด อยู่แต่น้ำยังซึมและผุดจากไต้ดินยังท่วมอยู่หลายยจุดให้เร่งแก้เป็นการด่วน อีกทั้งกำชับให้ตรวจแนวคันกั้นน้ำทุกแห่งตลอด24 ชั่วโมง ป้องกันการลักพังกระสอบทราย.
น้ำท่วมลพบุรี ยังคงวิกฤติล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย
สถานการณ์น้ำ ที่ จังหวัดลพบุรี ยังคงวิกฤติหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่ราบต่ำฝั่งตะวันออก ของอำเภอบ้านหมี่ และ อำเภอเมืองลพบุรี ระดับน้ำที่ท่วมสูงกว่า 1 สัปดาห์ ยังไม่สามารถหาทางที่จะระบายน้ำลงสู่คลอดงชลประทานชัยนาท-ป่าสัก ซึ่งรองรับน้ำมาจากเจ้าพระยาได้ เนื่องจากระดับน้ำมีความสูงใกล้เคียงกัน และน้ำเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็น
ล่าสุด พบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ต้องใช้เรือ เข้าไปรับศพออกมาจากหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร ทราบชื่อ คือ นาย พรหม เนียมงาม อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80/8 หมู่ 1 ต.ป่าตาล อ.เมืองลพบุรี โดยเพื่อนบ้านระบุว่า ทุกวัน ผู้ตายจะต้องพายเรือออกมารับน้ำดื่มและข้าวกล่อง ซึ่ง จนท.นำมามอบให้แต่วันนี้เห็นผิดสังเกต ไม่ยอมออกมาทั้งวัน จึงส่ง จนท.เข้าไปตรวจสอบ พบผู้ตายจมน้ำเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน ซึ่งนับเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 2 ของจังหวัดลพบุรีแล้ว
ขณะที่การช่วยเหลือ ในวันนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณะภัยกองทัพบก โดยหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ได้จัดส่งกำลังพล อีก 50 นาย ลงพื้นที่ ต.พุคา อ,บ้านหมี่ จ.ลพบุรี เพื่อคอยช่วยเหลือลำเลี่ยง สิ่งของ น้ำดื่ม เครื่องอุปโภค-บริโภค ซึ่งมีผู้มีจิตศรัทธา นำมาบริจาคให้ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะผักสด และอาหารสด ซึ่งใช้สำหรับประกอบเลี้ยงผู้ประสบภัย ขณะนี้เริ่มขาดแคลน และมีราคาสูง เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกส่วนใหญ่ถูกน้ำท่วมเสียหายหมด
นครสวรรค์น้ำเริ่มทะลักเข้าเทศบาลแล้ว
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครสวรรค์รายงานว่า หลังจากที่แม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่านจำนวน3,884 ลบ.ม./วินาที ซึ่งเกินความจุของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สามารถรับน้ำได้เพียง 3,500 ลบ.ม./วินาที ทำให้มีน้ำล้นตลิ่ง12 ซม.ทะลักเลยกำแพงคอนกรีตของเทศบาลฯล้นเข้ามาชั้นในแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องนำเอากระสอบทรายมาวางบนกำแพงคอนกรีตอีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องกัน ซึ่งน้ำที่ทะลักเข้ามาเหนือกำแพงนั้นก็ยังติดคันดินหินคลุกที่ทางเทศบาลฯเทไว้สูงกว่า 3 เมตร และคาดการณ์ว่าน้ำจะเพิ่มสูงสุดอีก 1 เมตรภายในวันที่ 20 กันยายนนี้นั้น
นายจิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ทางเทศบาลนครนครสวรรค์มั่นใจว่าจะสามารถป้องกันไม่ให้น้ำท่วมในเขตเศรษฐกิจได้แน่ เพราะคาดการณ์ว่าน้ำที่ไหลมาสมทบต่อเนื่องจะแผ่ขยายพื้นที่ออกไป จะไม่ไหลมาทีเดียว 1 เมตรเลย ซึ่งจะทำให้สามารถรับมือได้ เนื่องจากขณะนี้ได้ถมหินคลุกตลอดแนวแม่น้ำที่ไหลผ่านตัวตลาดเทศบาลนครนครสวรรค์สูงกว่าระดับน้ำ 40 ซม.ซึ่งหากผ่านวันที่ 20 ไปแล้วคาดการณ์ว่าน้ำจะเริ่มทรงตัวและลดลงเรื่อยๆ หากไม่มีพายุเข้าประเทศไทยอีก ส่วนพื้นที่ที่ยังไม่มีเขื่อนกั้นริมตลิ่งหรือพื้นที่ฟันหรอนั้น ขณะนี้ได้เสริมเสาเข็มไม้ยูคาและนำเอาแผ่นกระดานไม้มาตีเป็นแผงกั้นน้ำไว้ จัดเวรยามเฝ้าระวัง24ชม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำที่เพิ่มสูงต่อเนื่องทำให้น้ำจากแม่น้ำปิงที่ไหลผ่านเทศบาลนครสวรรค์ ช่วงไม่มีกำแพงกั้นเริ่มล้นตลิ่งเข้ามาบนพื้นถนนช่วงตลาดหน้าวัดไทร หน้าโรงเรียนลาซาลโชติระวีแล้ว น้ำท่วมสูงประมาณ 5ซม.ทางเทศบาลนครนครสวรรค์ได้นำหินคลุกเทตามถนนสูงประมาณ 1 เมตรป้องกันน้ำท่วมเป็นการด่วนแล้ว
ด้านนายชลิต พงศ์สิทธิศักดิ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า พื้นที่น้ำท่วมขณะนี้เสียหายไปแล้ว 10 อำเภอ 66 ตำบล 489 หมู่บ้าน 30 ชุมชน ประชาชนเดือดร้อน 47,717 ครัวเรือน จำนวน 153,551 คน ไร่นาเสียหายจำนวน 604,275 ไร่ ถนนขาด 13 สาย ซึ่งผลกระทบจากแม่น้ำจ้ำพระยาที่เพิ่มปริมาณมากขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เอ่อล้นท่วมพื้นที่อำเภอต่างๆที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเสียหายรุนแรง โดยเฉพาะอำเภอโกรกพระน้ำได้ท่วมในเขตเทศบาลและพื้นที่รอบนอก 7 ตำบล 38 หมู่บ้าน บ้านเรือนจำนวน 474 หลังจมน้ำเสียหาย ประชาชนกว่า 1,422 คนไร้ที่อยู่อาศัยการคมนาคมถูกตัดขาดถนน 12 สายน้ำท่วมสูงรถเล็กผ่านไปมาไม่ได้
นอกจากนี้พ้นที่อำเภอพยุหะคีรีที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาได้รบผลกระทบหนักเช่นกัน พื้นที่ 4 ตำบล 30 หมู่บ้านน้ำท่วมเสียหาย โดยเฉพาะตำบลน้ำทรงที่ต้องรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาจากจังหวัดนครสวรรค์ ยังต้องรับน้ำที่เอ่อมาจากจังหวัดอุทัยธานีด้วย ทำให้ชาวบ้าน11 หมู่บ้าน 857 หลังคาเรือนต้องจมน้ำสูงกว่า 3 เมตร ประชาชนกว่า 2571 รายไร้ที่อยู่อาศัย ขณะนี้ทางจังหวัดได้ระดมความช่วยเหลือเป็นการด่วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านที่น้ำท่วมเวลานี้เริ่มขาดแคลนน้ำดื่ม ยาแก้น้ำกัดเท้าจำนวนมาก เนื่องจากชาวบ้านต้องเดือดร้อนจากน้ำท่วมมามาเป็นเวลานานเกือบเดือนแล้ว
เขื่อนสิริกิติ์-แควน้อยฯ เร่งระบายน้ำเพิ่ม
นายสมหวัง ปานสุขาร หัวหน้าโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า วันนี้ 18 กันยายน 2554 เขื่อนแควน้อยฯ มีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 100.38 เปอร์เซ็นต์ วันนี้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนวันละ 38 ล้านลูกบาศก์เมตร ( ลบ.ม. ) เขื่อนแควน้อยฯจำต้องเร่งระบายน้ำออกวันละ 48 ล้านลบ.ม. การระบายน้ำลงแม่น้ำแควน้อยจึงเพิ่มขึ้น แต่ปัญหาคือ เมื่อมาถึงจุดบรรจบแม่น้ำน่าน แม่น้ำน่านมีปริมาณมากและไหลแรงกว่า แม่น้ำแควน้อยจึงระบายลงได้ช้าได้เอ่อล้นเข้าท่วมหลายพื้นที่ริมแม่น้ำแควน้อย
นายสมหวัง เผยต่อว่า นับจากนี้เป็นต้นไป เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแควน้อย จะผลัดกันปรับเพิ่มการระบายน้ำออกมา โดยช่วงที่ผ่านมาเป็นการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนแควน้อยฯ ในวันที่ 19 กันยายน 2554 จะเป็นคิวระบายเพิ่มของเขื่อนสิริกิติ์ ที่มีแผนระบายเพิ่มจากเดิมระบายวันละ 57 ล้านลบ.ม. เพื่อช่วยตัวเมืองพิษณุโลก จากนี้เขื่อนสิริกิติ์จะค่อย ๆ ระบายเพิ่มออกมาถึงวันละ 70 ล้านลบ.ม. และคาดว่า น้ำที่เขื่อนสิริกิติ์ระบายเพิ่ม จะมาถึงพิษณุโลกในช่วงเช้าของวันที่ 21 กันยายน 2554 ขณะนี้ได้แจ้งเตือนชลประทานพิษณุโลกไปแล้ว ให้เสริมแนวกระสอบทรายของแม่น้ำน่าน แม่น้ำน่านเมืองพิษณุโลก ต้องเสริมแนวกั้นแม่น้ำน่านให้ถึงในระดับ11.30 เมตร
ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ม.2 บ้านทองหลาง และ ม.3 บ้านวังแร่ ต.มะขามสูง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังแม่น้ำแควน้อยได้กัดเซาะถนน ซึ่งเป็นคันดินกันพังทลายเกือบ 20 เมตร ทำให้กระแสน้ำจากแม่น้ำแควน้อย ไหลทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านทั้งสองแห่ง ตลอดทั้งไหลเข้าท่วมถนนสายพิษณุโลก-พรหมพิราม ระดับน้ำสูงประมาณ 50-80 เซนติเมตร เป็นระยะทางยาวประมาณ 500 เมตร ทำให้การสัญจรลำบาก โดยเฉพาะรถยนต์เล็กและรถเก๋ง
หลังจากถนนถูกแม่น้ำแควน้อยกัดเซาะ ทางชาวบ้าน อบต. ได้เร่งกันนำกระสอบทรายไปกั้นเป็นแนวขวางทางน้ำเอาไว้ แต่ปรากฏว่ากระแสน้ำไหลเชี่ยวและแรง ไม่สามารถต้านกระแสได้ ทำให้น้ำยังไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน นาข้าว และถนนหลายสายเป็นบริเวณกว้าง ชาวบ้านพยามใช้ไม้ตอกเป็นเสาเข็ม พร้อมนำกระสอบทรายลงไปวางขวางกระแสน้ำเอาไว้ แต่ปรากฏว่า กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวและแรง ได้พัดเอากระสอบทรายหลุดลอยไปหมด จึงต้องหาวิธีใหม่ โดยใช้ไม้ตอกเป็นเสาเข็มเป็นแนวยาว หลังจากนั้นนำแผ่นเหล็กลงไปขวางทางน้ำ ก่อนจะนำกระสอบทรายลงไปเรียงเป็นแนวกั้นทางน้ำเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง แต่การทำงานเป็นไปอย่างลำบาก เพราะตอนตอกไม้เสาเข็ม ต้องมีคนดำน้ำลงไปกดเสาเข็มติดกับพื้นดินก่อน เพราะกระแสใต้น้ำไหลแรงมาก จึงจะสามารถตอกไม้เสาเข็มได้ และต้องใช้เวลานานมากกว่าที่จะฝังเสาเข็มให้ตลอดแนวที่น้ำกัดเซาะถนน
ว่าที่ ร.ต.ประเชิญ เพชรจันทร์ ส.อบจ.พิษณุโลก กล่าวว่า วันนี้ยังไม่สามารถปิดกั้นน้ำ ที่ทะลักจากแม่น้ำแควน้อยเข้าท่วมหมู่บ้านและถนนได้ เนื่องจากกระแสน้ำยังไหลแรง ทำให้กระสอบทรายที่นำมากั้นถูกน้ำพัดหายไป เราพยายามเต็มทีเพื่อให้น้ำหยุดไหล เมื่อวานทหารได้เข้ามาช่วยกั้นจนมืดค่ำ แต่ปรากฏว่าฝนได้ตกลงมา น้ำได้ไหลเพิ่มขึ้นอีก ทำให้ทำงานลำบาก ประกอบกับทุกคนเหนื่อยมาก จึงต้องยุติการทำงาน สำหรับวันนี้ได้เร่งทำแนวกั้นกันต่ออีก
อุบลราชธานีน้ำโขงท่วมซ้ำอีกชาวนาระทมนาข้าวจมใต้น้ำ
จากการที่ฝนได้ตกกระหน่ำเนื่องกัน ทำให้ระดับน้ำ ชี น้ำมูล ตลอดทั้ง ลำเซบาย ห้วยหนองคลองบึงต่างๆ มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นมาก และไหลเข้าท่วมไร่นา บ้านเรือนราษฎรในเขต อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี หนักสุดในรอบกว่า 30 ปี ขณะเดียวกันสถานการณ์ น้ำ ในแม่น้ำโขง ที่กำลังลดระดับกำลังจะเข้าสู่ภาวะปกติ กลับได้รับแรงหนุนจากแม่น้ำ มูล และน้ำชี ทำให้ระดับของแม่น้ำโขงเพิ่มปริมาณสูงขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว เฉลี่ยวันละ 50 ซม.ในห้วงของ 2 วันที่ผ่านมา
นางเล่ง ฉิมพลี เกษตรกรบ้านทุ่งเกลี้ยง ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า มีที่ทำนาอยู่ 48 ไร่ ถูกน้ำท่วมเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เสียหายสิ้นเชิง จำนวน 30 ไร่ เป็นข้าวหอมมะลิ 105 กับข้าวเหนียว จนท.ได้สำรวจไปแล้ว รับจะชดเชยค่าเสียหายให้ เป็นเงิน จำนวน 66,660 บาท หากได้จริง ก็นับว่าเป็นการดี ที่จะได้บรรเทาทุกข์ไปได้บ้าง ระดับน้ำของปีนี้ถือว่าท่วมสุงสุดตั้งแต่ปี 2521 เป็นต้นมา
นายธำรงศักดิ์ มานะกุล นอภ.นาตาล จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ได้รายงานไปให้ทางจังหวัดได้รับทราบความเสียหายพร้อมทั้งแจ้งงบประมาณ ที่จะให้ความช่วยเหลือไปด้วยแล้ว เฉพาะ พื้นที่ อ.นาตาล ที่มีอยู่ 4 ตำบล ประสบภัย 2 ตำบล 18 หมู่บ้าน พืชผลทางการเกษตร เสียหาย กว่า 2 พันไร่ ถนนเสียหาย 15 สาย รวมเงินงบประมาณทั้งสิ้น จำนวนประมาณ 14 ล้านบาท
สำหรับสถานการณ์น้ำล่าสุด น้ำโขงกลับขยายวงกว้างๆพร้อมได้เอ่อท่วมเข้ามาอีกระลอก เหลืออีกประมาณ 2 เมตร ก็จะเท่ากับครั้งก่อน ซึ่งน้ำในระดับนี้ถือว่าเข้าสู่วิกฤติแล้ว ผู้นำหมู่บ้านต่างๆ ได้มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและรายงานให้อำเภอทราบเป็นระยะ เพื่อหาทางช่วยเหลือให้ทันท่วงที
นายกฯเชื่อกทม.รับมือน้ำท่วมได้
เมื่อเวลา 15.30 น.ที่ราชนาวีสโมสร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงถึงการลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมพื้นที่จ.นนทบุรีและกทม.ในวันนี้ ว่ารัฐบาลได้ขอความร่วมมือจาก กองทัพเรือ กทม. และผวจ.นนทบุรี เพราะเราทราบว่าอีกไม่กี่วันปริมาณน้ำฝนจะมีมากขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าการดูแลในทุกหน่วยงานดูแลอย่างเต็มที่ และการป้องกันเมืองหลวงโดยเบื้องต้น ทราบว่า 2-3 วันนี้น้ำทะเลจะลดลงก็จะเร่งผันน้ำออกจากพื้นที่ใน 2-3 จุด เราจะขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆที่มีเรือเครื่องยนต์ใหญ่ไปเชื่อมต่อรอยสะพาน เพื่อเร่งกระแสน้ำปั่นออกไปยังมหาสมุทร
น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้หารือกับผู่ว่าฯกทมและผวจ.นนทบุรีในการเตรียมความพร้อม เรื่องของเขื่อนกั้นน้ำต่างๆ ในส่วนของกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)ได้มีการแจ้งพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กทม.นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และฉะเชิงเทราที่จะเป็นพื้นที่ที่ต้องบูรณาการร่วมกัน ซึ่งเราประกาศเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม เพื่อที่จะให้ผวจ.ทุกจังหวัดบูรณาการลงพื้นที่ในการป้องกันน้ำบริเวณต่างๆที่จะไหลเข้ามาในเมืองหลวงด้วย และจะมีการประชุมจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ กทม. ภายในอีก 2-3 วัน ส่วนเรื่องแผนป้องกันระยะกลางต้องมองในภาพรวมอีกครั้ง และมาบูรณาการร่วมกัน อย่าง จ.นนทบุรี ที่ต้องการสะพานเชื่อมน้ำในแต่ละประตูเชื่อมน้ำ ที่จะต้องมาหารือกันเพื่อกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์และกำหนดงบประมาณในปี 2555
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราเชื่อว่ายังรับมือได้ ผู้ว่าฯกทม.ก็สบายใจขึ้นเพราะวันนี้เองกทม.นั้นมีเขื่อนรองรับน้ำ และท่อระบายน้ำ ต้องบอกว่ากทม.มีความเตรียมพร้อมถ้าน้ำเข้ามาจะมีเครื่องสูบน้ำออกจากเขื่อนคันกั้นน้ำ วันนี้ตนไปตรวจหลายที่รวมทั้งบริเวณท่าน้ำโรงพยาบาลศิริราช เท่าที่ดูปริมาณน้ำเท่าที่ดูอยู่ในปริมาณคิดว่ารองรับน้ำได้ เพราะกทม.มีกำแพงเขื่อนกั้นอยู่แล้ว และมีเขื่อนรองรับชั้นในอยู่ด้วย ขณะเดียวกันผู้ว่าฯกทม.รายงานว่าแต่ละที่ถ้าปริมาณน้ำล้นเข้ามาจะมีเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกซึ่งสบายใจขึ้น แต่ส่วนอื่นเราคงต้องไปป้องกันในส่วนของนนทบุรี ปทุธานี เพื่อไม่ให้กระทบมาถึงกทม.ซึ่งจะเตรียมการเป็นกำแพงดินขึ้นมากั้นน้ำไปก่อน แต่ระยะยาวเราคงต้องมาตัดสินใจทำพื้นที่รับน้ำหรือการทำเขื่อนหรือโครงการลุ่มน้ำโดยจะมีการตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่ในการบูรณาการภาพรวมอีกครั้งเพื่อจะเริ่มงานในปี 2555
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงมาตรการในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของรัฐบาลด้วยว่า มาตรการต่างๆเราได้มีการประกาศและอนุมัติเรียบร้อยแล้วทั้งในส่วนของบ้านเรือนเสียหายน้ำท่วมเกิน 7 วัน หลังละ 5,000 บาท แจกจ่ายไปตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย. รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมที่เสียหาย เราได้ให้ผวจ.ทุกจังหวัดเร่งสำรวจพื้นที่เพื่อจะทำการตัดจ่ายดูแลพี่น้องประชาชน ที่เพิ่มเติมคือเราได้นำเงินบริจาคของประชาชนเข้ามา 363 ล้านบาท เราจะตั้งคณะกรรมการดูแล และจังหวัดคงทำเรื่องเสนอมา เราจะใช้งบฯส่วนที่นอกเหนือจากดารดูแลของภาครัฐเพราะบางครั้งภาครัฐนั้นจะทำได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งจะมีกฎเกณฑ์มีคณะกรรมการ เราจะรายงานให้พี่น้องประชาชนทราบเป็นระยะๆอยู่แล้ว และมั่นใจว่าการใช้เงินมีความโปร่งใส เพราะสิ่งสำคัญเราจะให้ตั้งคณะกรรมการแต่ละจังหวัดในการคัดเลือกในรายละเอียดตรงไปยังคณะกรรมการชุดที่อยู่ส่วนกลาง ที่ดูแลโดยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้แน่ใจว่าทั้งหมดไปเป็นอย่างยุติธรรมและทั่วถึง



